ผู้ปกครองคนหนึ่งที่อยู่ในมูลนิธิคุ้มครองเด็กของครูยุ่น ซึ่งเธอนำลูกถึง 3 คนไปฝากไว้ที่นี่ เล่าว่าประมาณ 5 ปีที่แล้ว เธอต้องเดินทางไปทำงานที่ต่างประเทศ ช่วงแรกลูกๆ ก็อยู่กับตาระยะหนึ่ง ก่อนจะนำลูกไปฝากไว้กับคนรู้จักที่ต่างจังหวัด แต่ด้วยความที่คนดูแลก็แก่แล้ว ทำให้เลี้ยงเด็ก 3 คนไม่ไหว
ทางผู้ปกครองก็เริ่มหาสถานที่ที่จะฝากเด็กๆ ให้อยู่ในความดูแลได้ จึงเริ่มหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ต จนมาพบมูลนิธิฯ ดังกล่าว
ซึ่งเธอบอกว่าภาพลักษณ์ของที่นี่ก็ดูดี ในตอนนั้นมั่นใจว่าลูกน่าจะปลอดภัยดี ตลอดเวลาที่ลูกทั้ง 3 คนอยู่ในมูลนิธิฯ ลูกจะติดต่อเล่าเรื่องให้ฟังตลอด รวมถึงเหตุรุนแรงในมูลนิธิด้วยโดยเด็ก ๆ มักจะเล่าว่ามีการด่าทอด้วยคำหยาบคาย และลงโทษรุนแรงเกินกว่าเหตุ
นอกจากนี้เด็กบางคนก็ยังต้องคอยดูแลผู้ป่วย ซึ่งเป็นญาติของครูยุ่นด้วย ซึ่งมองว่าแม้เด็กกลุ่มนี้จะอยู่ในมูลนิธิ แต่การใช้ให้เด็กไปดูแลผู้ป่วยก็ไม่น่าจะเหมาะสม
ผู้ปกครองคนนี้ยังบอกอีกว่าเมื่อ 3 ปีที่แล้ว เธอเคยให้น้องสาวกับน้องเขยไปติดต่อขอรับลูกๆ ทั้ง 3 คนกลับมาดูแลเอง โดยส่งเอกสารมอบฉันทะให้กับน้องไปดำเนินการแทน แต่กลับถูกทางมูลนิธิต่อว่าด้วยคำหยาบคาย และมีข้ออ้างต่างๆ นานาที่ไม่ให้เอาเด็กออกมา เมื่อผู้ปกครองวิดีโอคอลไปเจรจา ก็ไม่ยอมให้เอาเด็กกลับมาจนถึงทุกวันนี้
หลังเกิดเรื่องขึ้น ทางผู้ปกครองก็มองว่า อยากให้เจ้าหน้าที่รับฟังข้อมูลจากเด็ก ๆ ด้วยว่าเด็กๆต้องเผชิญกับอะไรบ้าง และเชื่อว่าเด็กๆ คงไม่แต่งเรื่องมาพูดกันเอง.