ระหว่างการแถลงข่าวประจำวันเมื่อช่วงค่ำผ่านมา ประธานาธิบดี โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน เปิดเผยว่าจุดที่มีการปะทะกันอย่างหนักหน่วงที่สุดในตอนนี้ คือ ภูมิภาคโดเนตสก์ ทางภาคตะวันออกของประเทศ ซึ่งถูกเซียประกาศผนวกเป็นเดินแดนของตังเอง แม้บางพื้นที่ยังอยู่ภายใต้การควบคุมของฝ่ายยูเครน โดย เซเลนสกี กล่าวว่า ในแต่ละวันที่มีการสู้รบกัน มีทหารรัสเซียนับร้อยนายถูกสังหารในสมรภูมิแห่งนี้
อีลอน มัสก์ ทวิตเชียร์ "พรรครีพับลิกกัน" คว้าชัยเลือกตั้งกลางเทอม
สอดคล้องกับคำพูดของ โอเล็กซานเดอร์ มาร์เชนโก (Oleksandr Marchenko) รองนายกเทศมนตรีเมืองบัคมุท ในภูมิภาคโดเน็ตสก์ ที่ระบุว่าเมืองดังกล่าวคือพื้นที่ที่เกิดการปะทะกันอย่างดุเดือดที่สุดในยูเครนแล้ว โดยทหารรัสเซียได้โจมตีเมืองแห่งนี้ และพื้นที่ใกล้เคียงคือเมืองอัฟดีฟกา (Avdiivka) อย่างต่อเนื่อง แต่รัฐบาลยูเครนสามารถตอบโต้และผลักดันทหารรัสเซียให้ล่าถอยออกไปได้
อย่างไรก็ตาม สำนักงานตำรวจของภูมิภาคโดเน็ตสก์ ได้ส่งกำลังเจ้าหน้าที่ให้ความช่วยเหลืออพยพประชาชนออกจากพื้นที่อันตราย และยังพบว่าขณะนี้ในพื้นที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ โดย ก่อนหน้าที่รัสเซียจะส่งกำลังทหารรุกรานยูเครน เมืองบัคมุทมีประชาชนอาศัยอยู่ประมาณ 80,000 คน แต่ปัจจุบันเหลือผู้อาศัยประมาณ 12,000 ถึง 15,000 คน
ขณะเดียวัน เมื่อวานนี้กระทรวงกลาโหมยูเครนเปิดเผยว่ารัฐบาล ยูเครนได้ ใช้อำนาจตามกฎหมายช่วงเวลาสงคราม เข้ายึดหุ้นในบริษัท 5 แห่ง ที่มีความสำคัญต่อการสนับสนุนการทำสงคราม เพื่อสร้างหลักประกันว่ากองทัพจะมีอุปกรณ์ต่างๆอย่างพอเพียง ในการต่อสู้กับรัสเซีย
การตัดสินใจดังกล่าวนับป็นครั้งแรก ที่รัฐบาลยูเครนใช้อำนาจตามกฎอัยการศึกเพื่อ นับตั้งแต่ถูกรัสเซียรุกรานในเดือนกุมภาพันธ์ โดยประธานาธิบดี เซเลนสกี บอกว่าความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีความจำเป็นเพื่อรองรับความต้องการเร่งด่วนของภาคอุตสาหกรรมป้องกันประเทศในช่วงระหว่างสงคราม
การตัดสินใจครั้งนี้มีขึ้นในที่ประชุมของบรรดาเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงระดับสูงของประเทศ โดยมีเซเลนสกีนั่งเป็นประธานในวันเสาร์ (5 พ.ย.) และมีผลบังคับใช้ในวันอาทิตย์ (6 พ.ย.) โดยบริษัทต่างๆ ที่ถูกควบคุมกิจการ มีทั้งบริษัทผู้ผลิตเครื่องยนต์ บริษัทพลังงาน บริษัทผู้ผลิตยานยนต์ และ บริษัทผู้ผลิตหม้อแปลงไฟฟ้า
ส่วนการการประชุมผู้นำกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ 20 อันดับแรกของโลก หรือ G20 ที่เกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย ในวันที่ 15-16 พ.ย. นี้ ซึ่งมีการคาดหมายว่า ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน จะเข้าร่วมด้วย แต่เมื่อวานนี้ ประธานาธิบดีโจโก วิโดโด ผู้นำอินโดนีเซีย ออกมายอมรับว่า ผู้นำรัสเซีย อาจจะไม่มาร่วมการประชุมเวทีดังกล่าวได้
อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดี วิโดโด ย้ำว่า อินโดนีเซียยังคงเชิญผู้นำรัสเซียเข้าร่วมการประชุมดังกล่าว และอินโดนีเซียพร้อมอำนวยความสะดวกในการเจรจาระหว่างผู้นำของประเทศต่างๆ ท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นในภูมิภาคต่างๆทั่วโลก ด้านนายดมิทรี เพสคอฟ โฆษกทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซีย กล่าวว่า รัสเซียจะทำการประกาศในสัปดาห์หน้าว่า ประธานาธิบดีปูติน จะเข้าร่วมการประชุมสุดยอดของกลุ่ม G20 หรือไม่