“ครูยุ่น” ห่วงความรู้สึก ผู้สนับสนุนมูลนิธิ


โดย PPTV Online

เผยแพร่




ความคืบหน้าคดี “ครูยุ่น” หลังถูกแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายเด็กในมูลนิธิ จนถูกเพิกถอนใบอนุญาตสถานสงเคราะห์ วันนี้ทีมข่าวย้อนกลับไป ไม่มีเด็กเหลืออยู่แล้ว เราได้พูดคุยกับครูยุ่น เปิดใจ ยันยันจะเดินหน้าช่วยเหลือเด็ก แม้ไม่มีใบอนุญาตแล้ว

วันนี้ 11 พ.ย. 2565 บรรยากาศที่มูลนิธิคุ้มครองเด็ก จังหวัดสมุทรสงครามในวันนี้เงียบเหงา ไม่เหลือเด็กๆ แม้แต่คนเดียว มีเพียงรองเท้า กระเป๋า และข้าวของเด็กบางส่วนที่ยังเหลือทิ้งไว้

ทีมข่าวพบว่า มีเพียงแม่บ้าน 1 คน ซึ่งให้ข้อมูลว่า เจ้าหน้าที่ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พร้อมตำรวจ ได้มารับเด็กกลุ่มสุดท้ายออกไปตั้งแต่ช่วงกลางคืนที่ผ่านมา หลังมีคำสั่งเพิกถอนในอนุญาตสถานสงเคราะห์เด็กเอกชนแห่งนี้ เนื่องจากฝ่าฝืนเงื่อนไขรับเด็กอายุไม่ถึง 10 ปี และเกิน 17 ปี รวมถึงรับเด็กพิการเข้ามาดูแล

พม.บุกมูลนิธิ "ครูยุ่น" เตรียมช่วยเหลือเด็ก

ครูยุ่น เปิดใจ ไม่ใช่โรคจิต แต่ตีเพราะต้องสั่งสอน เมินถูกมองเป็นปีศาจ

ขณะที่ "ครูยุ่น" หรือ นายมนตรี สินทวิชัย เลขาธิการมูลนิธิ ระบุว่า หลังจากนี้ จะต้องหารือกันในกรรมการมูลนิธิ ว่าจะดำเนินการอย่างไร  เพราะแม้จะไม่มีใบอนุญาตเปิดสถานสงเคราะห์เด็ก แต่ก็ยังสามารถดำเนินการรูปแบบอื่นๆ ซึ่งจะมีการหารือกันต่อว่าจะเป็นรูปแบบไหนที่ยังเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะและต่อเด็ก

 ส่วนเรื่องคดีความที่ถูกแจ้ง 2 ข้อกล่าวหา ครูยุ่น ขอไม่พูดถึง ยืนยันว่า พร้อมต่อสู้ตามกระบวนการทางกฎหมาย แต่ไม่ขอพูดในรายละเอียด แต่สิ่งที่ตนเองเป็นห่วงที่สุดคือความรู้สึกของคนที่สนับสนุนมูลนิธิว่าจะคิดอย่างไรกับข่าวที่เกิดขึ้น

ส่วนสาเหตุการเพิกถอนใบอนุญาต เพราะมีการรับเด็กช่วงอายุไม่ตรงตามเงื่อนไขในใบอนุญานั้น ครูยุ่น บอกว่า ที่ผ่านมาในการต่อใบอนุญาตทุกปี เจ้าหน้าที่ก็เข้ามาดูตลอด และก็เคยชี้แจงไปแล้วว่าทำไมจึงต้องรับเด็กกลุ่มนี้เข้ามา แต่ตนเองก็ไม่อยากไปชนกับหน่วยงาน เพราะการพิจารณาของฝ่ายปกครองในแต่ละครั้ง อาจมีบริบทแตกต่างกัน

ด้านนายอนุกูล  ปีดแก้ว ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ในการสงเคราะห์เด็กและคุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 ได้นำเด็กที่เหลืออยู่ จำนวน 10 คนสุดท้าย อายุระหว่าง 4 - 13 ปี ออกมาจากสถานสงเคราะห์แห่งนี้แล้ว โดยขณะนี้ เด็กทั้งหมดอยู่ในสถานรองรับเด็กของกระทรวง พม. เป็นที่เรียบร้อย

ซึ่งจากนี้จะเร่งสอบประวัติและประเมินภาวะช่วงอายุเด็ก รวมถึงการติดตามหาครอบครัวเพื่อประสานรับเด็กกลับบ้าน หากไม่พร้อมดูแล กระทรวง พม. มีสถานสงเคราะห์เด็กในสังกัดไว้รองรับ โดยระหว่างนี้เด็กทุกคนจะได้เรียนผ่านระบบออนไลน์อย่างต่อเนื่อง

ขณะที่ น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมรับทราบเรื่องนี้แล้ว พร้อมแสดงความห่วงใยต่อกรณีดังกล่าว กำชับให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เร่งตรวจสอบการดำเนินงานของสถานรองรับเด็กทั่วประเทศ  เพื่อให้สามารถดูแลเด็กได้อย่างถูกต้องตามมาตรฐานและกฎหมายที่กำหนด

ข่าวที่คุณอาจพลาด

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์


TOP สังคม

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ