เมื่อวันที่ 14 พ.ย.2565 นายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการ ป.ป.ช.แถลงข่าวคดีสำคัญ เกี่ยวกับสำนวนคดีเรื่องกล่าวหา นายชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม ครั้งเป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สมุทรปราการ กับพวก คดีร่วมกันพิจารณาและอนุมัติเบิกจ่ายเงินอุดหนุนให้กับวัดโดยมิชอบหรือโดยทุจริต เมื่อปี 2554-2556
ก่อนหน้านี้ ป.ป.ช.ได้ตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริง จนพบว่า นายชนม์สวัสดิ์ กับพวก อนุมัติเบิกจ่ายเงินอุดหนุนให้กับวัดในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ ช่วงเวลาดังกล่าว จำนวน 20 โครงการ วงเงิน 338,753,750 บาท
ปรากฏข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า นายปกรณ์ เนตรประภา ซึ่งมีความสัมพันธ์สนิทสนมกับผู้บริหารของ อบจ.สมุทรปราการ จะแสดงตัวเป็นตัวแทนหรือคนของผู้บริหารไปประสานงานติดต่อกับวัดที่ขอรับเงินอุดหนุน เพื่อก่อสร้างเมรุหรือศาลาการเปรียญ
มีการจัดทำคำขอ แบบแปลนและประมาณการราคานำไปให้เจ้าอาวาสวัดต่างๆ ลงนาม และได้รวบรวมเอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งหมดนำไปยื่นให้กับ อบจ.สมุทรปราการ เมื่อได้รับคำขอแล้ว นายอำนวย รัศมิทัต ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นนายก อบจ.สมุทรปราการ ช่วงปีงบประมาณ 2554 และ นายชนม์สวัสดิ์ เป็นนายก อบจ.สมุทรปราการ ช่วงปีงบประมาณ 2555-2556
ร่วมกับ นายมนัส บุญอารีย์ ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นปลัด อบจ.สมุทรปราการ องค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการในช่วงปีงบประมาณ 2554-2555 และ นายสายัณห์ รักษนาเวศ ปลัด อบจ.สมุทรปราการ ช่วงปีงบประมาณ 2256 รวมถึง นายวิชัย จันทร์จำรูญ ผู้อำนวยการกองการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม นายชัยยศ ตั้งจิตดำรง ผู้อำนวยการกองช่าง และ นายอนุวัช ควรคิด
รีบเร่งตั้งงบประมาณรายจ่ายหมวดเงินอุดหนุน เสนอและเห็นชอบโครงการเข้าแผนพัฒนาของ อบจ.สมุทรปราการ โดยที่ไม่ทำการตรวจสอบรายละเอียดโครงการ รายละเอียดแบบแปลน และประมาณราคาก่อสร้างซ่อมแซมศาสนสถานว่ามีความถูกต้อง เหมาะสมกับงบประมาณที่ขอมาหรือไม่ มีการจัดทำและประกาศใช้แผนพัฒนาของ อบจ.สมุทรปราการ ประกาศใช้ข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี จนกระทั่งมีการอนุมัติเบิกจ่ายเงินให้แก่วัดตามวงเงินที่ขอมา
โดยในขั้นตอนการรับเงินอุดหนุน เมื่อ อบจ.สมุทรปราการ อนุมัติเงินแล้ว นายปกรณ์ จะแจ้งให้วัดทราบล่วงหน้า เพื่อนัดหมายกับเจ้าอาวาสวัดให้ไปรับเช็คเงินอุดหนุน เมื่อทางวัดไปรับเช็คมาแล้ว ในวันเดียวกัน
นายปกรณ์จะร่วมกับเจ้าอาวาสหรือผู้แทนวัด นำเช็คไปขึ้นเงินที่ธนาคารพร้อมกับเบิกเงินและมอบให้นายปกรณ์ เป็นจำนวนครึ่งหนึ่งของวงเงินที่ได้รับการอุดหนุน จากนั้นบริษัท เอเวอร์กรีน เอ็กซ์พอลเรอร์ฯ ซึ่งมีนายปกรณ์ เป็นกรรมการผู้จัดการ จะได้เข้ามาเป็นผู้รับจ้างดำเนินงานตามโครงการที่ได้รับเงินอุดหนุนต่อไป
ภายหลังเมื่อ อบจ.สมุทรปราการ อนุมัติเบิกจ่ายเงินอุดหนุนให้แก่วัด และ
วัดได้รับเงินแล้ว นายชนม์สวัสดิ์ กับพวก กลับไม่ตรวจสอบติดตามการใช้จ่ายเงินอุดหนุน และการดำเนินงานในแต่ละโครงการว่าเป็นไปตามแบบแปลนและประมาณการราคา คุ้มค่าและเหมาะสมกับงบประมาณที่อุดหนุนหรือไม่ การดำเนินโครงการแล้วเสร็จเป็นไปตามวัตถุประสงค์หรือไม่
ซึ่งปรากฏข้อเท็จจริงว่า ทุกโครงการมีปัญหาจากการก่อสร้าง อันเกิดจากผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติตามสัญญา มีการจ้างช่วง ทิ้งงาน อีกทั้งการก่อสร้างไม่ตรงตามแบบแปลน รายการปริมาณงานและประมาณการราคา เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายต่อราชการ
ป.ป.ช. พิจารณาสำนวนการไต่สวนแล้ว มีมติ ดังนี้
1.การกระทำของนายชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม และ นายอำนวย รัศมิทัต มีมูลเป็นการละเลยไม่ปฏิบัติการตามอำนาจหน้าที่หรือปฏิบัติการไม่ชอบด้วยอำนาจหน้าที่ หรือประพฤติตนฝ่าฝืนต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน ตาม พ.ร.บ.องค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ. 2540 และมีมูลความผิดทางอาญาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 151 และมาตรา 157
2.การกระทำของนายสายัณห์ รักษนาเวศ นายวิชัย จันทร์จำรูญ นายชัยยศ ตั้งจิตดำรง นายมนัส บุญอารีย์ และนายอนุวัช ควรคิด มีมูลความผิดวินัยอย่างร้ายแรง และมีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157
3. การกระทำของบริษัท เอเวอร์กรีน เอ็กซ์พอลเรอร์ฯ และนายปกรณ์ เนตรประภา มีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงาน ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 151, 157 ประกอบมาตรา 86
อนึ่ง การชี้มูลความผิดทางอาญาของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ยังไม่ถือเป็นที่สุด ผู้ถูกกล่าวหายังเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาของศาลอันถึงที่สุด