เมื่อวันที่ 20 พ.ย.65 นางเอ นามสมุติ ที่หนีออกจากบ้านพร้อมกับสมุดบัญชีเงินฝาก ได้เดินทางกลับมาบ้านในช่วงเช้าวันนี้ เพื่อมาพบกับ นายมะนิช ชาวบ้านคางฮุง ที่ อำเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด หลังทราบข่าวว่าสามีแจ้งความจับ
จากนั้นทั้งคู่ได้เดินทางไปเจรจากัน ที่สถานีตำรวจภูธรธวัชบุรี พร้อมลูก 2 คน เพื่อทำบันทึกถ้อยคำไว้เป็นหลักฐาน ว่านางเอได้กลับมาแล้ว และจะนำเงินจำนวน 3.1 ล้านบาท ที่ยังเหลือในบัญชีมาคืนให้
ทั้งนี้นางเอ ยังระบุถึง การแบ่งเงินให้ลูกว่า ลูกคนโตได้ให้ไป 2 แสนบาทแล้ว ลูกชายคนกลางที่เรียนอยู่ ม.6 จะได้ 500,000 บาท ซึ่งกำหนดว่า ให้เบิกเงินได้เมื่ออายุถึง 25 ปีเท่านั้น ส่วนลูกสาวคนเล็ก อายุ 11 ปี จะได้ 1 ล้านบาท โดยได้ทำข้อตกลงไว้ว่า จะให้เบิกเงินมาใช้ได้เมื่อลูกสาวอายุ ถึง 20 ปีบริบูรณ์
ด้านนายมะนิช ได้ตกลงทำตามเงื่อนไข และรู้สึกพอใจ ที่ลูกได้เงินกลับมาเป็นทุนสำหรับอนาคต สำหรับเงินในส่วนของตนเองที่ได้มากก่อนหน้านี้ประมาณ 8 แสนบาท จะนำไปลงทุน และหางานทำที่กรุงเทพมหานคร หลังจากนี้จะกลับมาคืนดีกันหรือไม่เป็นเรื่องของอนาคต
ด้าน พ.ต.ท.สมศักดิ์ เกตุพิบูลย์ สารวัตรสอบสวน สภ.ธวัชบุรี ร้อยเอ็ด กล่าวว่า ดีใจที่เรื่องจบลงด้วยดี แต่ยังจะไม่มีการถอนแจ้งความจนกว่าจะมีการโอนเงินเข้าบัญชีของทุกคนตามที่ตกลงกันไว้แล้ว จึงจะมีการบันทึกถอนแจ้งความในภายหลัง เพื่อป้องกันการเกิดปัญหา ที่อาจจะไม่ทำตามสัญญา หากทุกอย่างเรียบร้อยก็จะให้บันทึกถอนแจ้งความต่อไป โดยวันนี้นางเอไม่ได้นำสมุดบัญชี มาแสดงยอดเงินกับทางตำรวจ โดยอ้างว่าได้นำไปซ่อนไว้ในที่ปลอดภัย