หลัง สศช.เปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจไทยไตรมาส 3 และแนวโน้มปีนี้ออกมาแล้ว ซึ่งประเทศไทยขยายตัวเป็นไตรมาสที่ 4 ติดต่อกันที่ 4.5% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ซึ่งขยายตัวเร่งขึ้นในทุกหมวดสอดคล้องกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ทยอยฟื้นตัวเข้าสู่ภาวะปกติและการส่งออกบริการขยายตัวเร่งขึ้นที่ 87% ตามการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง
สำหรับการลงทุนรวมกลับมาขยายตัวตามการลงทุนภาคเอกชนที่เร่งขึ้น ขณะที่การส่งออกสินค้าขยายตัวชะลอลงจากทั้งปริมาณและราคาที่ชะลอลงจากไตรมาสก่อน
ส่วนในไตรมาสสุดท้ายของปี จะฟื้นตัวต่อเนื่องจากการท่องเที่ยวเป็นสำคัญ โดยคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยราว 10.3 ล้านคนในปี 2022 จากความต้องการเดินทางท่องเที่ยวที่เพิ่มสูงขึ้นหลังการผ่อนคลายมาตรการจำกัดการเดินทางระหว่างประเทศทั่วโลก
และช่วงไตรมาส 4 ที่เป็นช่วง High season นักท่องเที่ยวจากประเทศเมืองหนาวจะเดินทางมาไทย อีกทั้ง จำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยเองก็มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น ส่งผลให้ภาคบริการในภาพรวม โดยเฉพาะบริการที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว เช่น โรงแรม ร้านอาหาร และการขนส่ง ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
แต่..ถ้ามองข้ามช็อตไปถึงปี 2566 ด้วยสภาพเศรษฐกิจโลกที่ชะลอและความไม่แน่นอนรอบด้านกดดันการฟื้นตัว
EIC ธนาคารไทยพาณิชย์ มองว่า นโยบายเศรษฐกิจ และภูมิรัฐศาสตร์ส่งผลให้เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มชะลอตัวลงแรงกดดันสำคัญต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยผ่านการส่งออกที่จะชะลอตัวลงมากจากที่เคยเติบโตดีในช่วงที่ผ่านมา
โดยเฉพาะการส่งออกไปตลาดจีนที่เศรษฐกิจกำลังเผชิญปัญหาหลายมิติ รวมถึงตลาดสำคัญในยุโรปและสหรัฐฯ ที่เศรษฐกิจอาจเข้าสู่ภาวะถดถอยตั้งแต่ปลายปีนี้และกลางปีหน้า
นอกจากนี้ ยังมีความไม่แน่นอนของจีนในการผ่อนคลายมาตรการ Zero covid ที่อาจใช้เวลานานกว่าคาด ทำให้มีจำนวนนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าไทยน้อยลงและช้าลง
ปัญหาห่วงโซ่อุปทานโลกคลี่คลายช้าลง ภาวะเงินเฟ้อสูงในประเทศที่อาจยาวนานกว่าคาดจากราคาพลังงานที่ยังอยู่ในระดับสูง
การเพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ยที่อาจกระทบต่อความสามารถในการชำระหนี้ของภาคครัวเรือนเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง และประเด็นความไม่แน่นอนทางการเมืองจากการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยในช่วงต้นปี 2023
ความหวังคือ ท่องเที่ยว และการบริโภคเอกชนแรงขับเคลื่อนหลัก
2 ปัจจัยนี้จะทำให้เศรษฐกิจยังฟื้นตัวต่อเนื่อง ท่ามกลางความเสี่ยงและความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกที่ปรับสูงขึ้น
Krungthai COMPASS คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในปี 2566 จะขยายตัวขึ้นเป็น 21.4 ล้านคน จากปีนี้ที่อาจจะแตะ 10.2 ล้านคน หนุนการเติบโตของภาคธุรกิจที่ได้รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว การบริโภค และการลงทุน เช่น ธุรกิจโรงแรมและบริการด้านอาหาร ธุรกิจการค้าปลีก และธุรกิจขนส่ง เป็นต้น