สธ. แจงสถานการณ์โควิดพุ่ง เป็นไปตามการคาดการณ์ของกรมควบคุมโรค


โดย PPTV Online

เผยแพร่




สถานการณ์จะลดลงช่วงหลังปีใหม่ ส่วนแนวทางการรักษา ยังใช้แนวทางการรักษาเดิม คือ เป็นการรักษาผู้ป่วยนอก ให้ผู้ป่วยกลุ่มไม่มีอาการรับยาและรักษาที่บ้าน

จากกรณีมีข่าวพบผู้ป่วยติดเชื้อโควิด และ เสียชีวิต ที่ จ.สมุทรปราการ ซึ่ง รปภ.วัย 43 ปี นอนเสียชีวิตปริศนาภายในป้อม รปภ.ของโรงงานแห่งหนึ่ง จากการตรวจสอบพบว่าผู้ตายไม่มีโรคประจำตัวใดๆ แต่เมื่อตรวจเชื้อโควิดด้วยชุดตรวจ ATK ผลปรากฏว่าขึ้นสองขีดแดงเข้ม รวมถึงกรณีพนักงานชายบริษัทวัย 23 ปี เสียชีวิตในคอนโด ซึ่งพบว่า เคยได้วัคซีน 3 เข็ม เข็มสุดท้ายคือเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา และอีกหลายรายที่เสียชีวิตและตรวจพบว่าติดเชื้อโควิด 

สธ.ยังไม่พบ “โควิด” เพิ่มหลังเปิดผับบาร์ "วัคซีนกระตุ้น" ชนบทได้ฉีดน้อย

แฉ! สถานบำบัด คือ ตลาดนัดยาบ้า

 

ล่าสุด นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยถึงสถานการณ์การติดเชื้อโควิดขณะนี้ว่า เป็นไปตามการคาดการณ์ของกรมควบคุมโรค ที่พบว่าการติดเชื้อในช่วงนี้จะเพิ่มสูงขึ้น  สอดคล้องกับสถานการณ์การติดเชื้อจากทั่วโลกหลังจากที่มีการผ่อนคลายมาตรการต่าง ๆ ลง  ซึ่งการระบาด ยังคงเป็นในลักษณะ Small Wave  โดยพบการติดเชื้อเพิ่มขึ้น 10-20%  รวมถึงผู้เสียชีวิตขณะนี้เฉลี่ยอยู่ที่ 10 รายต่อวัน ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเสี่ยง 608 ซึ่งหากเป็นไปตามคาดการณ์จะค่อย ๆ ลดลงช่วงหลังปีใหม่ ส่วนแนวทางการรักษา ยังใช้แนวทางการรักษาเดิม คือ เป็นการรักษาผู้ป่วยนอก ให้ผู้ป่วยกลุ่มไม่มีอาการรับยาและรักษาที่บ้าน / สำหรับผู้ที่เสียชีวิตก็จะต้องไปสืบหาสาเหตุการเสียชีวิตว่ามีปัจจัยโรคอื่นร่วมด้วยหรือไม่ 

นายแพทย์ มนูญ ลีเชวงวงศ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินหายใจ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ คาดการณ์ว่า ยอดผู้ป่วยโควิดที่มีอาการหนักเข้าไอซียูจะเพิ่มขึ้น แต่คงไม่ถึงขั้นที่จะเกิดสถานการณ์เตียงเต็มเหมือนก่อนหน้านี้ เนื่องจากจำนวนผู้ที่ได้รับวัคซีนในไทยมีมากขึ้น ช่วยบรรเทาความเร็วแรงของโรค ส่วนสาเหตุที่ผู้ป่วยเพิ่มขึ้น ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะมีสายพันธุ์ใหม่เข้ามา ซึ่งแพร่ระบาดได้เร็วขึ้น คือสายพันธุ์ BA.2.75 จากอินเดีย ซึ่งคาดว่าไม่นานจะเข้ามาแทนที่ สายพันธุ์ BA.4.5  ดังนั้น จึงแนะนำให้ผู้ที่ได้รับวัคซีนเกิน 4 เดือนแล้ว ไปรับเข็มกระตุ้น 

นายแพทย์ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้สั่งการให้ทุก รพ.จัดจุดบริการฉีดวัคซีนโควิด-19 ทั่วประเทศ  ซึ่งในส่วนของวัคซีนโควิดและภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป LAAB ที่ส่งไปทั่วประเทศยังเพียงพอ 

สำหรับการฉีดวัคซีนขอแนะนำให้ฉีดถึงเข็มกระตุ้น ซึ่งตั้งแต่เข็ม 3 ขึ้นไป แต่พบว่ารับเข็ม 3 เกิน 4 เดือน บางคนภูมิคุ้มกันจะลดลง เพื่อความปลอดภัยโดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง 608 ผู้สูงอายุ คนมีโรคประจำตัว และเด็ก 6 เดือนถึง 4 ปี ควรไปฉีดวัคซีน

ส่วนผู้เสียชีวิตขณะนี้เกือบ 100% อายุ 60 ปีขึ้นไป มีโรคประจำตัว ปัจจัยที่พบคือ มักไม่ได้วัคซีนหรือรับ 1-2 เข็มประมาณ 70% ขึ้นไป ซึ่งพยายามกระตุ้นกลุ่ม 608 ที่ยังไม่ได้รับเข็มกระตุ้น ให้ไปรับบริการฉีดวัคซีนด้วย 

ข่าวที่คุณอาจพลาด

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์


TOP สังคม

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ