ความคืบหน้าการค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัย กรณีเรือหลวงสุโขทัยอับปางลงกลางทะเล ซึ่งปัจจุบันยังมีกำลังพลสูญหาย จำนวน 23 นาย นั้น
ล่าสุด วันที่ 21 ธ.ค.2565 พีพีทีวี พูดคุยกับ นางทองสิน รักษาภักดี แม่ของ พลทหารปรีชา รักษาภักดี 1 ใน 23 รายที่ยังสูญหาย พบว่า ก่อนเกิดเหตุ พลทหารปรีชา ได้วิดีโอคอลกลับมาหาที่บ้าน พร้อมเล่าว่า พายุเข้า ทะเลมีคลื่นสูง หัวเรือเริ่มเอียง ทั้งนี้ยังมีภาพที่ให้เห็นว่าน้ำเริ่มไหลเข้าเรือ แต่ยังไม่ถึงกับท่วมด้วย
นางทองสิน บอกว่า พลทหารปรีชา เพิ่งเป็นพลทหารได้ 7 เดือน เคยออกเรือไปแล้ว 2 ครั้ง ส่วนครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 3 วันเกิดเหตุได้วิดีโอคอลเข้าไลน์กลุ่มครอบครัว เพื่อขอพรพ่อแม่ ซึ่งตนเองยังได้ให้พรไป แล้วขอให้พระคุ้มครองให้ลูกปลอดภัย ต่อมา พลทหารปรีชา ได้ติดต่อกลับมาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ได้คุยแค่กับแฟนสาวและพี่สาว ส่วนตนออกไปทำธุระข้างนอกพอดี จึงรู้
ลูกประชุมสายมาตอนนั้น เรามารู้ตอนหลังว่า เกิดอุบัติเหตุ ก็เสียใจ เพราะไม่รู้ว่าจะเจอลูกแบบไหน ลูกโทรมาขอพร มาขอกำลังใจ แต่กลับไม่ได้คุย ก็เสียใจตรงนี้
นางทองสิน บอกด้วยว่า ทุกครั้งที่ พลทหารปรีชา ขึ้นเรือ จะย้ำเสมอว่าให้ใส่เสื้อชูชีพ ซึ่งลูกชายมักจะบอกว่า ต้องมีคำสั่งถึงจะใส่ได้ แต่ส่วนตัวไม่ทราบรายละเอียด อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังรอฟังข่าวดี และขอให้มีปาฏิหาริย์
เช่นเดียวกับ นางสาวพศิกา สงค์บุดดี แฟนสาวของพลทหารปรีชา เล่าว่า วันเกิดเหตุได้คุยกับแฟนครั้งแรก 09.01 น. โดย พลทหารปรีชา นั่งอยู่หัวเรือด้านข้างฝั่งขวา และหันกล้องไปให้ดูภาพคลื่นลมแรง เห็นน้ำสาดเข้ามาในเรือ ถังขยะและเก้าอี้กระเด็นกระดอน เจ้าตัวบอกว่ากลัว อีกทั้งยังเมาคลื่น ตนจึงได้ปลอบใจว่าไม่ต้องกลัว ขอให้เดินทางปลอดภัย คุยได้ไปประมาณ 1-2 นาที สัญญาณก็ตัดไป
กระทั่ง 20.00 น.พี่สาวแฟนโทรศัพท์มาบอกว่า เรือที่ พลทหารปรีชา เดินทางไปด้วย ซึ่งก็คือเรือหลวงสุโขทัยเกิดเหตุอับปางดังกล่าว