เริ่มต้นจาก ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก นัดพิพากษาคดี ที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร 2 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายประสิทธิ์ เจียวก๊ก กับพวกรวม 9 คน เป็นจำเลยในความผิดฐานร่วมกันกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน และ พ.ร.บคอมพิวเตอร์ฯ ช่วง 9.00-16.30น. เมื่อนายประสิทธิ์ มาศาลแล้ว ได้ขอไปตรวจพยานหลักฐานที่ชั้น 9 และช่วง 10.00น. นายประสิทธิ์ ได้ทำทีท่า ว่า ปวดท้อง ท้องเสีย และขออนุญาตเข้าห้องน้ำ
จากนั้น เจ้าหน้าที่ก็พานายประสิทธิ์ ไปเข้าห้องน้ำ สำหรับผู้มาติดต่อราชการที่ชั้น 9 และยืนเฝ้าอยู่บริเวณหน้าห้องน้ำ ภายหลังพบว่าในห้องน้ำ มีผู้นำเสื้อผ้า ชุดลำลอง พร้อมกุญเเจไขเครื่องพันธนาการวางไว้ให้ นายประสิทธิ์ ให้เปลี่ยนจากชุดผู้ต้องขังเป็นชุดไปรเวท เพื่อสะดวกในการหลบหนี พอออกจากห้องน้ำ นายประสิทธิ์ จากชุด นักโทษ ใส่โซ่ตรวนที่ข้อเท้า ก็เปลี่ยนเป็นสวมใส่เสื้อโปโลสีน้ำเงิน กางเกงยีนส์ รองเท้าหุ้มส้นหนังสีน้ำตาล ที่บริเวณใบหน้ามีการใส่หน้ากากอนามัยปิดบัง และที่ตัว ยังพบหนวดปลอม และเงิน 1 หมื่นบาท ไว้เตรียมหลบหนี ส่วนที่เท้า ก็ไม่มีโซ่ตรวนแล้ว เพราะมีการนำกุญแจ ปลดออกก่อนออกมาจากห้องน้ำ
พอออกมาจากห้องน้ำ ตรงไปที่บันไดกลางของอาคารศาล โชคดีที่มีจำเลยคดีอื่นที่เดินเข้าห้องน้ำแล้วสังเกตเห็น จึงตะโกนแจ้งเจ้าหน้าที่ศาลให้จับกุม จังหวะนั้น นายประสิทธิ์ ที่วิ่งหนีลงบันไดจากชั้น 9 พอไปถึงชั้น 3 เมื่อเจ้าหน้าที่ใกล้ถึงตัว นายประสิทธิ์พยายามจะปีนบันไดกระโดดลงมา ทำให้ข้อเท้าพลิก แต่เจ้าหน้าที่สามารถจับตัวได้ทัน และนำนั่งรถเข็นนำตัวกลับมายังห้องควบคุมผู้ต้องขังประจำศาลด้านล่าง ภายหลังได้ส่งตัวนายประสิทธิ์ ไปเรือนจำคลองเปรม ขังคุกความมั่นคงสูง
เหตุการณ์นี้ นอกจากขบวนการพาหลบหนีแล้ว ยังเชื่อว่ามีเจ้าหน้าที่ ที่เข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะลูกกุญแจที่มีเฉพาะผู้คุม ทำไมมีการปั้มล่วงหน้า ซึ่งอยู่ระหว่างการสอบสวนของ คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง ที่กรมราชทัณฑ์ตั้งขึ้น โดยมีผู้อำนวยการกองทัณฑวิทยา เป็นประธานกรรมการ ซึ่งนายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้สืบสวนเรื่องดังกล่าว ให้เสร็จสิ้นภายใน 7 วัน