ที่มูลนิธิสว่างราษฎร์ศรัทธาธรรมสถาน เจ้าหน้าที่เริ่มตั้งขบวนเคลื่อนย้ายศพขึ้นรถมูลนิธิ เดินทางไปที่กองบิน 5 เพื่อลำเลียงร่างกำลังพลเรือหลวงสุโขทัยทั้ง 10 นาย ที่พิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลแล้ว ขึ้นเครื่องบินทหาร C-130 ไปที่สนามบินอู่ตะเภา เพื่อให้ครอบครัวนำไปประกอบพิธีทางศาสนา โดยมีรถโดยสารผู้บังคับบัญชาและรถโดยสารสำหรับญาติผู้เสียชีวิตตามรถมูลนิธิออกไป และมีรถนำตำรวจนำหน้าขบวนรถมูลนิธิ
โดยรถของมูลนิธิจะเดินทางไปถึงกองบิน 5 ในเวลา 13.00 น. จากนั้นจะมีพิธีเคารพศพ และลำเลียงร่างกำลังพลไปที่สนามบินอู่ตะเภา จ.ชลบุรี ซึ่งเครื่องบินจะลงจอดที่สนามบินอู่ตะเภาในเวลา 14.00 น.
ส่วนปฏิบัติการค้นหาผู้สูญหายเช้านี้ พลเรือโทพิชัย ล้อชูสกุล ผู้บัญชาการกองทัพเรือภาคที่ 1 เปิดเผยว่าช่วงเช้ามืดพบกำลังพล 1 นาย บริเวณชายฝั่งเกาะเสม็ด ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.ชุมพร แต่งกายด้วยชุดหมี บ่งชี้ว่าเป็นกำลังพลเรือหลวงสุโขทัย เจ้าหน้าที่ได้นำเข้าฝั่งและนำร่างไปตรวจพิสูจน์เอกลักษณ์ยืนยันตัวบุคคล และในเวลา 10.00 น.ที่ผ่านมา พบร่างผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 1 ราย บริเวณชายฝั่งเกาะง่ามใหญ่ ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.ชุมพร ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบว่าเป็นกำลังพลเรือหลวงสุโขทัยหรือไม่
ส่วนการค้นหาช่วยเหลือในวันนี้ หมู่เรือช่วยเหลือที่ 1 ยังคงประกอบไปด้วยเรือหลวงตากสินนเรศวร เรือหลวงกระบุรี เรือหลวงนราธิวาส เรือ ต.114 เรือ ต.268 ซึ่งกำลังเดินทางมาจาก อ.สัตหีบ มาสมทบแทนเรือ ต.113 รวมทั้งอากาศยานไร้คนขับด้วย
ส่วนหมู่เรือช่วยเหลือที่ 2 คือเรือหลวงบางระจันและเรือหลวงราวี ได้ออกลาดตระเวนตั้งแต่ตี 5 เพื่อไปปฎิบัติการค้นหาในทะเล โดยจะเน้นแก้ปัญหาอวนชาวประมงที่ครอบเรือหลวงสุโขทัยเอาไว้ โดยจะมีการตัดอวนต่อ เพราะเมื่อวานนี้ยังตัดได้ไม่ถึงครึ่ง
สำหรับยอดกำลังพลทั้งหมด 105 นาย รอดชีวิต 76 นาย เสียชีวิต 20 นาย และสามารถพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลได้แล้ว ส่วนอีก 3 ร่าง รวมที่พบร่างเช้าวันนี้ อยู่ระหว่างพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล ส่วนภาพรวมปฏิบัติการค้นหา ขณะนี้ยังมีผู้สูญหาย 6 คน กำลังพล 2 นาย ที่พบเช้านี้ เจ้าหน้าที่จะนำร่างส่งพิสูจน์เอกลักษณ์เพื่อยืนยันตัวตนต่อไป