เจ้าของร้านชำงง! คอมฯเปิดระบบขายของเอง-บริษัทอ้างจิ้งจกเดิน


โดย PPTV Online

เผยแพร่




เจ้าของร้านชำจังหวัดลำปาง สุดงงปิดร้านแล้วเครื่องคอมฯเปิดระบบขายของเอง จนต้องแบกรับค่าสินค้าที่ต้องจ่ายให้บริษัท พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าอาจเชื่อมโยงกับกรณีสินค้าในสต็อกหายหรือไม่

คลิปวงจรปิดใน "ร้านชำในจังหวัดลำปาง" บันทึกได้หลังปิดร้าน  สร้างความประหลาดใจให้กับเจ้าของ แต่ที่มากไปกว่านั้นคือ ของที่ระบบทำรายการ เจ้าของร้านต้องเป็นผู้จ่ายเงินให้กับบริษัทในราคาเต็ม เพราะธุรกิจที่เขาทำเป็นลักษณะการร่วมทุนเปิดกับบริษัท ในลักษณะพาร์ทเนอร์

และทุกวันเขาต้องนำรายได้จากการขายของทั้งหมดในร้าน ทั้งต้นทุนและกำไรส่งคืนบริษัททุกวัน 

ประกาศฉบับที่ 10 ฝนตกหนักภาคใต้ ช่วง 23-30 ม.ค. นี้

เติมน้ำมันด่วน “โออาร์-บางจาก” ขึ้นเบนซิน 30 สต. มีผลพรุ่งนี้

และทุกวันเขาต้องนำรายได้จากการขายของทั้งหมดในร้าน ทั้งต้นทุนและกำไรส่งคืนบริษัททุกวัน 

ทีมข่าวได้พูดคุยกับ นายศุภกฤต พรรคนาวิน  เจ้าของร้านเล่าว่า  ปกติเขาจะปิดร้านในเวลา 2 ทุ่ม  ซึ่งในวันดังกล่าวหลังปิดร้านก็ได้ยินเสียงดังมาจากร้านที่อยู่ด้านหน้าของบ้าน  เป็นเสียงเครื่องแสกนบาร์โค้ดเวลาขายของ คือเสียง ติ๊ดๆ   และเสียงถาดเงินที่เด้งออกมา ตามด้วยเสียงปริ้นสลิป ตอนแรกยังนึกว่าเด็กในบ้านมาเล่น เมื่อไปดูก็พบว่า ถาดเงินเปิดออกและเห็นสลิป ด้วยความสงสัย จึงเปิดกล้องวงจรปิดที่ติดไว้นานแล้ว ซึ่งเป็นคนละตัวกับที่ทางบริษัทมาติดให้

ทำให้เห็นว่า เครื่องทำรายการเอง มีการขายเครื่องดื่มหลายรายการแบบยกลัง เป็นเงิน 611 บาท ตอนนั้นยังคิดว่า "ผีหลอก" พอตั้งสติได้จึงสอบถามไปยังบริษัทว่าระบบเกิดปัญหาอะไร ได้รับคำตอบว่า "จิ้งจกมาเดินครับพี่ เป็นประจำบ่อยๆ" และไม่ได้ช่วยอะไร

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเขาได้เชื่อมโยงกับกรณีสินค้าในร้านหายปริศนา ซึ่งนับตั้งแต่เปิดร้านมา 13 สิงหาคม 64 นายศุภกฤต บอกว่า สินค้าในร้านหายถึง 4 

ครั้งแรก 17 กันยายน 64 หลังพนักงานนับสินค้าหรือคิวไอ เข้ามาตรวจสต๊อกในร้าน ก็บอกว่า มีของหาย 74 รายการรวมยอดเงิน 3,191 บาท  ภายหลังบริษัทอ้างว่า ส่งสินค้าเกินมา 26 รายการ

29 มกราคม 65 พนักงานนับสินค้าแจ้งว่า ของหาย 460 รายการ เป็นเงิน 42,160 บาท ภายหลังบริษัทแจ้งว่า ส่งสินค้าเกิน 60 รายการ และได้นำกลับไป 

25 กรกฎาคม 65 พนักงานนับสินค้าแจ้งว่าของหาย 985 รายการ ยอดเงิน 135,090บาท แต่ไม่ได้แจ้งว่ายอดสินค้าเกิน

8 สิงหาคม 65  บริษัทมาเก็บของกลับพบของหายเพิ่มอีก 953 รายการ เป็นเงิน 116,714 บาท แต่เป็นที่น่าสังเกตว่า

ตั้งแต่ 2 5กรกฎาคม 65  -8 สิงหาคม 65 ร้านไม่เคยเปิดขายเนื่องจากบริษัทได้ปิดระบบการขายไปแล้วจึงไม่น่าจะมีของหายได้

ศุภกฤต ยังเล่าว่า ตอนนี้บริษัทยกเลิกสัญญาการขายสินค้าของร้านและยึดของทั้งหมดคืน พร้อมยื่นหนังสือให้ชดใช้เงินคืน452,000บาท โดยจะหักเงินประกันที่วางไว้200,000บาทที่เหลือต้องชดใช้บริษัท 252,000 บาท ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นเขาอยากให้ผู้บริหารระดับสูงช่วยตรวจสอบ เพราะส่วนตัวลงทุนทำธุรกิจนี้เพราะเชื่อถือในชื่อเสียงผู้บริหาร ที่มีทั้งนักธุรกิจและนักร้องดังเป็นเจ้าของ  และเชื่อว่าผู้บริหารอาจไม่ทราบ

ปัญหาหลายอย่างที่เกิดขึ้น  ซึ่งส่วนตัวเขาต้องขายรถคันโปรดมาลงทุนประกันสินค้า 2 แสนบาท และทำร้าน อีกหลายแสนบาท หวังเป็นรายได้ในช่วงบั้นปลายชีวิต เช่นเดียวกับผู้สูงอายุอีกหลายคนที่มาทำธุรกิจกับบริษัทนี้

ทีมข่าวยังได้ข้อมูลจากกลุ่มไลน์ผู้เสียหาย หลายคนประสบปัญหาเดียวกัน และส่วนใหญ่สินค้าในร้านจะหายอย่างปริศนา หลักหมื่นหลักแสนบาท หลังจากพนักงานมาตรวจนับสินค้า 

สำหรับร้านดังกล่าว เป็นร้านที่ลงทุนกับบริษัทเดียวกับที่เป็นข่าวว่าถูกบริษัทแจ้งความว่ายักยอกทรัพย์คือของในร้านของตัวเองก่อนหน้านี้และถูกยึดเงินประกันค่าสินค้า 2 แสนบาท ซึ่งตอนนี้มีผู้เสียหายรวมกลุ่มกว่า 400 ราย  เพราะ

มีปัญหาคล้ายกันและปัญหาอื่นเช่น ปัญหาต้นทุนค่าไฟ ค่าอินเทอร์เน็ต และภาษีที่ต้องจ่ายเอง  ทำให้แบกรับภาระไม่ไหวต้องปิดร้าน

อีกด้านทีมข่าวติดต่อไปยังบริษัทดังกล่าว เพื่อขอสัมภาษณ์ผู้บริหารให้ชี้แจงข้อเท็จจริงอีกด้าน แต่ยังไม่มีการตอบรับ ขณะที่ในเพจบริษัท มีเพียงคำชี้แจงเหตุการณ์ที่เป็นข่าวกรณีแจ้งความผู้ร่วมหุ้นที่ จ.เชียงราย และยืนยันว่าบริษัทดำเนินงานด้วยความสุจริตและโปร่งใส

ข่าวที่คุณอาจพลาด

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์


TOP สังคม

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ