ผบ.ตร.สั่งสอบเส้นทางเงิน "สารวัตรซัว" ขอเวลาสืบเอี่ยวพนันออนไลน์หรือไม่


โดย PPTV Online

เผยแพร่




ผบ.ตร.สั่งตำรวจสอบสวนกลาง เช็กเส้นทางเงินธุรกิจ “สารวัตรซัว” พร้อมสั่งสืบสวนข้อกล่าวหาเอี่ยวพนันออนไลน์หรือไม่

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ตรวจสอบแล้วว่า นายพล จ. ตามที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ อดีตนักการเมือง พูดจาพาดพิงว่ามีความเชื่อมโยงกับ “สารวัตรซัว” ที่มีการกล่าวหาว่า มีส่วนพัวพันกับพนันออนไลน์ 

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า คาดว่าต้องใช้เวลาตรวจสอบ ถึงจะได้ความชัดเจน เพราะเป็นเพียงการกล่าวหาของนายชูวิทย์ เช่นเดียวกับการพาดพิงว่า มีตำแหน่งเป็น ผู้ช่วยผบ.ตร. ก็ยังเป็นเพียงการกล่าวหาเหมือนกัน

คอนเทนต์แนะนำ
"ชูวิทย์" ชำแหละ 10 ธุรกิจเครือข่าย "สารวัตรซัว"
ต่อสาย 4 ผบ.ตร. "ส" หลังชูวิทย์แฉกินข้าวกับเสี่ยกำพล

ก่อนหน้านี้ นายชูวิทย์ เคยเข้ามาพบเพื่อให้ข้อมูลแล้ว แต่ไม่ได้ระบุชื่อจริง นามสกุลจริง ให้เพียงอักษรย่อ จ. ไว้ตรวจสอบเท่านั้น ซึ่งก็ถือว่าเป็นอีกแหล่งข่าว ที่จะนำไปตรวจสอบต่อ พร้อมย้ำว่าไม่ว่าจะเกี่ยวข้องกับใคร หากทำผิดก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย แต่ถ้ายังไม่พบความผิด ต้องสอบสวนให้ได้ความจริงก่อน 

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กล่าวว่า ส่วนสารวัตรซัวก็ได้ถูกกล่าวหาเกี่ยวกับพนันออนไลน์ ขณะนี้ได้สั่งการให้มีการสืบสวน ตรวจสอบอยู่ แต่คงต้องใช้ระยะเวลาสักพัก ขอยืนยันว่า จะดำเนินการอย่างเต็มที่ เรื่องนายพล จ. คงต้องตรวจสอบข้อมูลให้ชัดเจนก่อน เพราะว่าเป็นเรื่องการถูกพูดถึงขึ้นมาว่า มีความสนิทสนมหรืออะไร เราต้องดูในรายละเอียดเพิ่มเติม

สำหรับกรณีที่นายชูวิทย์ ระบุถึง กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญกรรมทางเทคโนโลยี หรือ บช.สอท. เป็นแหล่งหาผลประโยชน์จากเว็บพนันออนไลน์ จะต้องมีการยกเครื่องกองบัญชาการใหม่หรือไม่ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ บอกว่า ได้สั่งการให้ตรวจสอบเช่นกัน ซึ่งขณะนี้ บช.สอท. ก็ทำงานได้อย่างเต็มที่ เช่น คดีเว็บพนันออนไลน์มาเก๊า 888 และคดีอื่น 

ทั้งนี้มีรายงานว่า สำหรับคดีที่เกี่ยวพันกับสารวัตรซัว สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีคำสั่งให้ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ดำเนินการตรวจสอบเส้นทางการเงินในธุรกิจของสารวัตรซัว หากพบว่า มีผู้ใดเกี่ยวข้อง ก็จะดำเนินการโดยไม่ละเว้น 

ขณะเดียวกันที่มีคำสั่งให้สารวัตรซัวออกราชการ ก่อนหน้านี้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัย จนพบว่า มีหลักฐานน่าเชื่อว่า สารวัตรซัวขาดราชการเกิน 15 วัน จริง จึงมีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน หลังจากนี้สารวัตรซัวมีสิทธิ์ยื่นอุทธรณ์ได้  รวมถึงจะจะต้องตรวจวอบไปถึงผู้บังคับบัญชาว่า บกพร่อง ไม่เอาใจใส่ผู้ใต้บังคับบัญชาหรือไม่ หากพบความผิดก็จะต้องลงโทษตามลำดับชั้นด้วย

PR-โปรแกรมผลบอล_B PR-โปรแกรมผลบอล_B
TOP สังคม
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ