บช.ก.จ่อสอบเส้นทางการเงิน “สารวัตรซัว”


โดย PPTV Online

เผยแพร่




กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เรียกประชุมคณะทำงาน เตรียมตรวจสอบทรัพย์สินที่ถือครอง บริษัท และเส้นทางการเงิน “สารวัตรซัว” หากเข้าข่ายพร้อมตั้งให้เป็นคดีแน่นอน

วันที่ 13 ก.พ. 2566 พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เรียกประชุมชุดสืบสวน เพื่อหารือแนวทาง วางกรอบการทำงาน และตรวจสอบข้อเท็จจริงในคดีสารวัตรซัว หรือ พ.ต.ท.วสวัตติ์ มุครสกุล อดีตสารวัตรฝ่ายโยธาธิการ 2 กองโยธาธิการ สังกัดกองโยธาธิการ สำนักงานส่งกำลังบำรุง ตามที่ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้มอบหมายให้ตรวจสอบเส้นทางการเงินธุรกิจในเครือสารวัตรซัวทั้งหมด หลัง นายชูวิทย์ กมลวิศิษฐ์ อดีตนักการเมือง ออกมาแฉว่ามีส่วนพัวพันกับเว็บไซต์พนันออนไลน์

"ชูวิทย์" เปิดรายชื่อลูกน้อง "สารวัตรซัว"

"ชูวิทย์" ชำแหละ 10 ธุรกิจเครือข่าย "สารวัตรซัว"

พล.ต.ท.จิรภพ เปิดเผยหลังการประชุมว่า การจัดทีมทำงานในคดีนี้มีหลายหน่วยที่เกี่ยวข้อง ทั้งกองบังคับการปราบปราม กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) กองบังคับการปราบปรามการกระทําความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ) และกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) โดยยืนยันว่าตำรวจทุกนายมีความรู้ ความสามารถเหมาะสมในการสืบสวนสอบสวนและคลี่คลายข้อสงสัยได้ 

ส่วนประเด็นการตรวจสอบที่ตั้งเอาไว้ และต้องหาคำตอบคลี่คลายให้ได้คือ มีการทำเว็บพนันออนไลน์หรือไม่ และตรวจสอบทรัพย์สินที่ถือครอง ตรวจสอบรวบรวมข้อมูบริษัทต่าง ๆ ไปจนถึงความเกี่ยวข้องกับบุคคล ซึ่งตอนนี้อยู่ในขั้นตอนการรวบรวบข้อมูลทุกเรื่องเพื่อแสวงหาข้อมูลให้ได้มากที่สุด เมื่อพบข้อมูลที่ต้องสงสัยหรือเข้าข่ายว่าผิดต่อกฎหมายก็จะดำเนินการตั้งเป็นคดีแน่นอน

ส่วน นายชูวิทย์ ที่ออกมาให้ข้อมูลก่อนหน้านี้ พล.ต.ท.จิรภพ ระบุว่าได้รับข้อมูลจากนายชูวิทย์ มามากพอสมควร หลังจากนี้พร้อมเชิญ มาให้ข้อมูลด้วยเช่นกัน

ส่วนข้อกังวลในคดีนี้ พล.ต.ท.จิรภพ ยอมรับสารวัตรซัว มีความชำนาญ ด้านไอทีหรือเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ ทำให้มีความกังวลว่า สารวัตรซัว อาจมีการโยกย้าย ถ่ายข้อมูลออกไป แต่ขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ทำงานก่อน ซึ่งเชื่อว่าไม่เกินความสามารถ เพราะทุกอาชญากรรมย่อมมีร่องรอย

และ ยืนยันว่า ไม่ว่าผู้ถูกพาดพิงจะเป็นใครหรือรู้จักกับใครก็ไม่กระทบกับการสืบสวนสอบสวน รวมถึงกรณี นายพล จ.จาน และหลานชายอดีต ผบ.ตร. ซึ่งเป็นเพื่อนตำรวจอบรมหลักสูตรนายร้อยรุ่นเดียวกับสารวัตรซัว  หากผิดก็จะดำเนินการด้วย

ส่วนการดำเนินการทางวินัยกับสารวัตรซัว เป็นหน้าที่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติจะเป็นผู้ออกคำสั่ง

ล่าสุดได้สั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนเมื่อวันที่ 9 ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นกรณีที่สารวัตรซัวขาดราชการ 15 วัน

TOP สังคม
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ