บ้านน็อคดาวน์หลังนี้ เป็นของผู้เสียหายรายหนึ่ง ชาวจังหวัดปทุมธานี ซึ่งจ้างบริษัทรับสร้างบ้านน็อคดาวน์แห่งหนึ่ง ออกแบบ และสร้างด้วยงบ 600,000 บ้าน แต่บ้านที่เห็นสวยงาม เสร็จสมบูรณ์ และพร้อมเข้าอยู่ ไม่ได้เป็นฝีมือของบริษัทรับสร้างบ้านน็อคดาวน์ แต่เป็นเพราะลงทุนไปจ้างช่างเพิ่ม เพื่อมาสร้างบ้านต่อ หลังจากบริษัทที่รับงานก่อนหน้านี้สร้างบ้านล่าช้า ไม่ตรงตามกำหนด แต่กลับขอเบิกเงินเรื่อย
ผู้เสียหาย เล่าย้อนว่า เห็นเพจเฟซบุ๊กของบริษัทรับสร้างบ้านน็อคดาวน์นี้ เมื่อเดือนพฤษภาคมปีที่ผ่าน ก่อนจะพูดคุยรายละเอียดผ่านทางไลน์ แล้วโอนเงินจำนวน 5,000 บาท เป็นค่าทำแปลนบ้าน ถัดจากนั้นช่วงปลายเดือนพฤษภาคม ตกลงทำสัญญาสร้างบ้านชั้นเดียว ราคาสร้าง 400,000 บาท โอนเงินก้อนแรกจำนวน 130,000 บาท จากนั้นเดือนกรกฎาคม ขอปรับแบบเป็นบ้านชั้นครึ่ง ราคาสร้างใหม่ 600,000 บาท จึงโอนเงินเพิ่มให้อีก 40,000 บาท
โดยหลังโอนเงินก้อนแรกให้ บริษัทก็เข้ามาเทพื้นปูน เป็นฐานบ้าน แต่ไม่ได้ก่อสร้างส่วนอื่น เพราะทางบริษัทยังไม่ได้นำแบบแปลนบ้าน ที่จะต้องยื่นขอใบอนุญาตก่อสร้างกับทางอบต. มาให้ ผู้เสียหายจึงทวงถามนานกว่า 2 เดือน ตั้งแต่เดือนสิงหาคม เพื่งจะได้รับเมื่อเดือนกันยายน
เมื่อขอใบอนุญาตก่อสร้างเรียบร้อย เดือนตุลาคม ก็เริ่มนำเหล็กมาขึ้นโครงสร้างบ้าน แต่ก็ทำได้อย่างช้า ๆ ซึ่งเจ้าของบริษัทอ้างว่าขาดทุน ไม่มีเงินซื้อของ จึงขอเบิกเงินงวดที่ 2 ล่วงหน้า ทั้งที่เงินก้อนนี้จะจ่ายก็ต่อเมื่องานโครงสร้างเสร็จ แต่ผู้เสียหายอยากจะให้งานเดินต่อ ต้นเดือนตุลาคมจึงโอนให้ 89,000 บาท กลางเดือน 40,000 บาท และปลายเดือนอีก 40,000 บาท
แต่งานก็ยังไม่คืบหน้าอีก ประกอบกับช่างทำงานบอกว่า ไม่ได้รับเงินค่าจ้างจากบริษัทเลย จึงเอะใจ พยายามสอบถาม บริษัทก็รับปากว่า จะเร่งทำให้จบ แต่ก็ทำไม่ได้ ผู้เสียหายจึงตัดสินใจบอกเลิกสัญญาในเดือนพฤศจิกายน ซึ่งทางบริษัทก็ยินยอมจะคืนเงินบางส่วนให้ราว 200,000 บาท จากที่จ่ายไปเกือบ 360,000 บาท
ขณะที่สภาพของบ้านน๊อคดาวน์ที่บริษัททิ้งไว้ มีแต่โครงเหล็กเปล่า ๆ ที่ยังไม่ได้ทาสีกันสนิม ผู้เสียหายจึงต้องจ้างช่างมาทำงานต่อ ซื้อวัสดุทั้งผนัง หลังคา ทาสี ปูกระเบื้อง จนเสร็จสมบูรณ์ เสียเงินเพิ่มอีกราว 300,000 บาท ซึ่งเงินที่จะต้องได้คืนจากบริษัทรับสร้างก่อนหน้าจำนวน 200,000 บาท ตอนนี้ได้คืนเพียง 10,000 บาท
ผู้เสียหายยังเล่าให้ฟังอีกว่า เจ้าของบริษัทนี้อ้างว่า เป็นสถาปนิก โดยมีการสร้างความน่าเชื่อถือหลายอย่าง ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อ ตั้งแต่การเปิดเพจเฟซบุ๊กของบริษัทที่มีคนติดตามเกือบ 100,000 คน ซึ่งมีการโชว์ผลงานบ้านที่เคยสร้าง มีโชว์รูมให้ดูบ้านน็อกดาวน์ของจริง ไปออกรายการให้สัมภาษณ์สื่อ เช่น รายการวิทยุ รายการลักษณะนักธุรกิจหน้าใหม่ ประชาสัมพันธ์ อ้างสร้างบ้านเดือนละ 10-20 หลัง จนมีคนหลงเชื่อเยอะ ทำสัญญาสร้างบ้าน จ่ายเงิน ช่วงแรกสร้างบ้านจริง แต่ช่วงหลังสร้างบ้านทิพย์ เอาภาพถ่ายบ้านอีกหลัง มาส่งให้ลูกค้าอีกคนดูว่า มีการสร้างบ้าน แต่ไม่ได้สร้างจริง
ซึ่งจากการลงพื้นที่บริเวณโชว์รูม ที่ผู้เสียหายระบุว่า เป็นที่ให้ดูแบบบ้านน็อคดาวน์ตัวอย่าง และสถานที่สร้างบ้านน็อกดาวน์ วันนี้ปิดเงียบ ไม่มีพนักงาน แต่เห็นมีโครงบ้านน็อกดาวน์ที่ขึ้นรูปเอาไว้ และบางส่วนก็มีที่เสร็จเป็นหลังแล้ว
ผู้เสียหายคนนี้ เล่าต่อว่า ตอนนี้ได้แจ้งความกับเจ้าของบริษัทในคดีแพ่ง เพื่อเรียกเงินค่าสร้างบ้านคือน แต่ยอมรับว่า คงจะสิ้นหวัง โดยระหว่างนี้เจ้าของบริษัทก็พยายามติดต่อมาตลอดว่า จะคืนเงินแน่นอน แต่จะทยอยคืนเป็นทรัพย์สิน เช่น เครื่องชงกาแฟ รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า เครื่องขยายเสียง ซึ่งต้องไปขายต่อแต่ไม่รู้จะได้เงินเท่าไหร่ เพราะของบางชิ้นอยู่ในสภาพพังเสียหาย
อย่างไรก็ตาม แม้ตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (สอท.) จะรวบตัวเจ้าของบริษัทนี้ ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์แล้ว แต่ยังมีผู้เสียหายอีกหลายคนที่จ่อจะแจ้งความเพิ่มที่กองบังคับการปราบปราม โดยอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน ซึ่งแต่ละคนตอนนี้ความเสียหายอยู่ที่หลักแสนบาท ไปจนถึงหลักล้านบาท และบ้านน็อคดาวน์ที่สั่งไว้ ก็เป็นบ้านทิพย์ที่ไม่มีอยู่จริง จึงอยากเตือนเป็นอุทาหรณ์ สำหรับคนอยากซื้อบ้านในช่วงนี้