จากกรณีมีภาพจากกล้องวงจรบันทึกให้เห็นภาพขณะเพื่อนสาวของผู้เสียหาย ซึ่งเป็นนกต่อ พยายามจูงมือผู้เสียหายเดินไปใกล้ๆ รถตู้ ก่อนที่คนร้ายจะเปิดประตูรถตู้พร้อมจับมือและบีบคอก่อนกระชากขึ้นรถ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นร้านอาหารแห่งหนึ่งย่านเอกมัย เมื่อวันที่ 16 มีนาคม ที่ผ่านมา
พลตำรวจตรีนพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยว่า ผู้เสียหาย เป็นหญิง ชาวจีน อายุ 32 ปี มารับประทานอาหารที่ร้านย่านเอกมัย กับเพื่อนสาวชาวจีน ที่เป็น "นกต่อ" ซึ่งรู้จักกันได้ประมาณปีกว่า
หลังจากที่ทานอาหารกันเสร็จ หญิงที่เป็นนกต่อก็ลวงผู้เสียหายไปที่รถตู้อัลพาร์ด ก่อนจะมีชายชาวจีน 2 คน สวมเสื้อสีขาวและหมวกสีขาว ลงมาบีบคอและกระชากผู้เสียหายขึ้นรถตู้ ซึ่งหญิงที่เป็นนกต่อ ก็ขึ้นตามไปด้วย
ระหว่างที่อยู่บนรถ ผู้เสียหายถูกปิดตา ปิดปาก มัดมือ และถูกพูดจาข่มขู่จะทำร้ายร่างกาย พร้อมกับบังคับให้โอนคริปโต สกุล USDT จำนวน 200,000 USDT แต่ผู้เสียหายโอนให้ แค่ 8,014 USDT หรือประมาณ 270,0000 บาท และโอนเงินสด ประมาณ 250,000 หยวน หรือประมาณ 1,240,788 บาท
จากนั้นวันที่ 17 มีนาคม ผู้ก่อเหตุได้ให้ผู้เสียหายติดต่อกับแฟน เพื่อโอนเงินคริปโต อีก 50,000 USDT หรือประมาณ 1,700,000 บาท ก่อนที่คนร้ายจะโอนเงินออกไปทันที และทำลายหลักฐานต่างๆในมือถือ ก่อนนำตัวผู้เสียหายไปปล่อยทิ้งไว้ย่านมีนบุรี
กระทั่งกลางดึกวานนี้ตำรวจสามารถจับตัวผู้ต้องหา 3 คน คือ นายหราน เสี่ยว หยง, นางสาส เนี่ย ลี่ เจี่ยว และ นาย เซ็ง โบ่ ทั้งหมดถูกจับได้ในพื้นที่ สภ.คลองลึก จังหวัดสระแก้ว ขณะกำลังจะหลบหนีออกนอกประเทศ ก่อนคุมตัวมาสอบสวน ที่ สน.ทองหล่อ
พลตำรวจโทธิติ แสงสว่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้สั่งให้ตำรวจเร่งรวบรวมหลักฐาน ขยายผลหาผู้ร่วมขบวนการอีก เพราะเชื่อว่ามีผู้ที่ได้รับผลประโยชน์จากการก่อเหตุในครั้งนี้อีก 1 คน
ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ยังระบุอีกว่า ยังเชื่อว่าขบวนการนี้อาจเคยก่อเหตุลักษณะเดียวกันกับผู้เสียหายรายอื่น เพราะจากพฤติกรรมของคนร้าย หลังถูกจับกุมไม่มีความตื่นตระหนก ซึ่งเบื้องต้นตำรวจแจ้ง 2 ข้อหา "ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกับครั้งผู้อื่นและร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นโดยใช้กำลังประทุษร้าย"