สามีผู้รอดชีวิต เผยภรรยาเกือบตายหลังแอมให้กินยาแก้ไอ


โดย PPTV Online

เผยแพร่




เหยื่อรายที่ 11 เป็นหญิงอายุ 36 ปี มีอาการแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก มือชา หลังแอม ให้กินยาแก้ไอ ขณะที่ผู้ประสานงานเหยื่อเผย พบเหยื่อรายใหม่ ไม่ต่ำกว่า 2 ราย บางรายเสียชีวิตตั้งแต่ 10 ปีที่แล้ว

นายรพี ชำนาญเรือ ผู้ประสานงานเหยื่อในคดีแอม ไซยาไนด์ เผยว่า หลังจากมีการเปิดเผยข้อมูลเหยื่อไปแล้วก่อนหน้านี้ รวม 10 ศพ ที่เกี่ยวข้องกับน.ส.แอม และต่อมามีการเปิดข้อมูลวงแชร์ที่มีความเกี่ยวพันกับ “ผู้กองนุ้ย” หรือ ร.ต.อ.หญิงกานดา 1ในเหยื่อที่เสียชีวิตเมื่อเดือนส.ค. 2565และมา พบเคสของ “ครูอ๊อด” ที่อยู่ในวงแชร์เดียวกันด้วย เบื้องต้นได้รับการติดต่อจากญาติ ว่าครูอ๊อดเสียชีวิตในลักษณะเดียวกันกับเหยื่อรายอื่น โดยหลังจากนี้ทางญาติจะเข้ามาให้ข้อมูลเช่นกัน

ย้อนรอยคดีก้อยดับปริศนา! จุดเริ่มต้นสู่มหากาพย์ฆาตกรรม-ไซยาไนด์

“บิ๊กโจ๊ก” มั่นใจพยานหลักฐานคดี "แอม" เพียงพอ จ่อขยายผลไซยาไนด์

ส่วนอีกรายที่อยู่ในวงแชร์เดียวกัน คือ “พี่น้อยผัก” เสียชีวิตภายในแผงผักตลาดมหาชัย จังหวัดสมุทรสาคร ขณะนี้อยู่ระหว่างตามหาญาติ เนื่องจากยังไม่ได้รับการติดต่อมา

และล่าสุดนอกเหนือจากเหยื่อ 10 รายที่ว่าแล้ว ผู้ประสานงานเหยื่อ ได้รับการประสานจากญาติของผู้เสียชีวิตเมื่อ 10 ปีที่แล้ว บริเวณแฟลตตำรวจ แถวสามพราน โดยญาติสงสัยสาเหตุการเสียชีวิต เนื่องจากพบว่าลักษณะการเสียชีวิตคล้ายกับเหยื่อรายอื่น แต่มีเรื่องของโรคมะเร็งเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

นอกจากนี้นายระพี ยังฝากไปถึง น.ส.แอมว่า  “หากรู้ว่าตัวเองกระทำผิด ให้แก้ไขให้ถูก หนักจะได้เป็นเบา” พร้อมทั้งเชื่อว่า แนวทางการสืบสวนสอบสวนและพยานหลักฐาน จะมัดมือคนที่ กระทำความผิดได้

ส่วนเหยื่อรายที่ 1 ที่รอดชีวิต คือ นางกานติมา แพสอาด อายุ 36 ปี มีอาการแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก มือชา หลังกินยาที่ได้รับจาก แอม ขณะกำลังเดินเล่นอยู่ที่ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน กาญจนบุรี แต่มีผู้ช่วยเหลือได้ทัน จากการตรวจสอบพบว่า แอม ติดหนี้ นางกานติมา เป็นเงิน 250,000 บาท มีรายงานว่าเธอจะเข้าให้ปากคำกับตำรวจในวันนี้ 

โดยผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับสามีของนางกานติมา  เล่าว่า ช่วงเดือนก.ย. 2565 น.ส.แอมได้นัดภรรยาตัวเองไปกินข้าวที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ซึ่งในตอนนั้นภรรยาเพิ่งหายจากอาการโควิด จึงมีอาการไอตลอด น.ส.แอม จึงได้นำยาแคปซูลมาให้ภรรยากินโดยบอกว่า เป็นยาสมุนไพร รักษาอาการไอเรื้อรังจากโควิดได้ เมื่อภรรยากินไปได้ 30 นาที ซึ่งในขณะนั้นได้แยกย้ายจากน.ส.แอมแล้วเพราะน.ส.แอม บอกว่ามีธุระขอตัวออกไปก่อน

จากนั้นภรรยาเริ่มมีอาการหายใจไม่ออก จึงได้โทรมาหาตัวเอง ก่อนโทรสายด่วน 1669 เพื่อเรียกรถพยาบาล เมื่อรถมารับไปถึงส่งห้องฉุกเฉิน ปรากฏว่าภรรยาหัวใจก็หยุดเต้น แพทย์จึงรีบปั๊มหัวใจขึ้นมา 

หลังจากได้สติหมอสงสัยว่าภรรยากินยาอะไรเข้าไปพร้อมกับขอดูตัวยา  แต่ในตอนนั้นไม่มียาอยู่ในมือ หมอจึงได้ทำการรักษาโดยให้น้ำเกลือ เพื่อขับสารพิษออกจากปัสสาวะ ทำให้แฟนอาการดีขึ้น ซึ่งในช่วงที่แฟนเข้าโรงพยาบาลน.ส.แอม ไม่ได้มาหา ติดต่อไม่ได้เลย

จากข้อมูลพบว่าน.ส.แอม ได้มายืมเงินภรรยาไปประมาณ 2 แสนบาท พร้อมกับมีการชักชวนเล่นแชร์เหมือนกรณีอื่น ๆ ด้วย เมื่อมีข่าวว่าน.ส.แอม วางยาฆ่าผู้อื่น เสียชีวิตหลายราย จึงคิดว่าในขณะนั้นภรรยาก็น่าจะถูกวางยาเช่นกัน วันนี้ 26 เม.ย. จึงจะเดินทางไปให้ข้อมูลกับตำรวจ แต่ด้านภรรยาขอให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน เนื่องจากยังมีอาการหวาดกลัวอยู่

ขณะที่ เวลา 10.55 น. พนักงานสอบสวนนำตัวนางสรารัตน์ รังสิวุฒาพรณ์ หรือแอม ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ไปขออำนาจศาลฝากขังที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ผัดแรก โดยระหว่างการควบคุมตัวลงมาผู้ต้องหามีสีหน้าเคร่งเครียดและอิดโรย เดินก้มหน้าและปฏิเสธให้ข้อมูลกับสื่อมวลชน แม้ว่าจะถูกตั้งคำถามถึงการเสียชีวิตของนางสาวก้อยและคนอื่น ๆ

ทีมข่าวได้ถามข้อมูลจาก น.ส.ธันย์พิชา เอกสุวรรณวัฒน์ ทนายความของแอม เปิดเผยว่าขณะนี้เตรียมขอยื่นประกันตัวนางสรารัตน์ หรือแอม ผ่านระบบซีออส (CIOS) โดยเตรียมหลักทรัพย์ในการยื่นประกันตัวเป็นเงินสด 4 แสนบาท พร้อมเปิดใจกับสื่อยืนยันว่าไม่ต้องการให้ลูกความได้รับประกันตัว เนื่องจากอยากให้พนักงานสอบสวนหาพยานหลักฐานอย่างเต็มที่ จะได้ไม่เป็นข้ออ้างว่าลูกความตัวเองไปยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐาน

ด้าน พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รองผู้บังคับการปราบปราม ให้สัมภาษณ์ถึงการสอบปากคำ นางสรารัตน์ รังสิวุฒาพรณ์ หรือ แอม เบื้องต้นยังให้การปฏิเสธและยืนยันว่าจะให้การในชั้นศาลเพียงเท่านั้น ซึ่งการสอบปากคำตำรวจได้สอบไปตามรูปคดีและพยานหลักฐานที่ได้มา แต่ตัวผู้ต้องหาไม่ยอมตอบอะไร

ส่วนหลักฐานชิ้นสำคัญคือไซยาไนด์ที่พบหลังบ้านของ นายสุทธิศักดิ์ พูนขวัญ หรือ แด้ สามีที่เสียชีวิตไป นางสรารัตน์ได้แย้งกลับมาว่าของกลางไม่ได้พบที่ตัวผู้ต้องหา ประเด็นนี้พ.ต.อ.เอนกบอกว่า ผู้ต้องหาจะให้การอย่างไรก็ได้ ไม่พบหลักฐานที่ตัวก็ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ เพราะตำรวจมีหลักฐานชัดเจนที่เป็นประจักษ์พยานสำคัญส่วนแผนประทุษกรรมผู้ต้องหาใช้ความใกล้ชิดและความไว้เนื้อเชื่อใจกับผู้เสียชีวิตก่อนลงมือ และเชื่อว่าเป็นแอมทำเพียงคนเดียวและหวังต่อทรัพย์เพียงเท่านั้น

ส่วนการสอบปากคำกลุ่มวัยรุ่น 5 คน ที่ถูกว่าจ้างให้นำขวดไซยาไนด์ไปฝังดิน เบื้องต้นทั้ง 5 คน ไม่ทราบว่าภายในถุงเป็นขวดไซยาไนด์ ส่วนรายละเอียดขอให้อยู่ในการสอบสวน รวมถึงยังมีการสอบพยานแวดล้อมไปแล้วกว่า 10 คน ซึ่งอยู่ระหว่างการขยายผล

 ส่วนไซยาไนด์ถูกซื้อมาจากไหนหรือใครนำมาให้พ.ต.อ.เอนกบอกว่าตอนนี้ทราบแหล่งที่มาแล้ว ไม่ใช่ในพื้นที่เกิดเหตุ ซึ่งตอนนี้มีข้อมูลทั้งหมดแล้วแต่ยังไม่ขอเปิดเผย

ส่วนผู้ที่อ้างว่าตนเองรอดชีวิต พนักงานสอบสวนจะเรียกเข้ามาสอบปากคำเพราะถือว่าเป็นพยานปากสำคัญที่จะบ่งชี้ถึงแผนประทุษกรรมและปัจจัยอื่น ๆ ที่จะเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี

ส่วนรถที่ใช้ในการก่อเหตุตอนนี้ตำรวจกองปราบจะนำเข้ามาตรวจหาหลักฐานเพิ่มเติม รวมถึงช่วงเช้าที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานได้ตรวจหาละอองของสารไซยาไนด์เพื่อประกอบสำนวน

ถ้ารวมคนที่ นายรพี ชำนาญเรือ ผู้ประสานงานเหยื่อออกมาเปิดเผยข้างต้น ก็เท่ากับว่า ตอนนี้มีเหยื่อในคดีนี้ทั้งหมด 12 คนรวมผู้รอดชีวิต

ขณะที่ช่วงบ่ายที่ผ่านมา  ตำรวจนำกำลังไปค้นบ้าน น้องชายของ แอม  ที่อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม เพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติม

PR-โปรแกรมผลบอล_B PR-โปรแกรมผลบอล_B
TOP สังคม
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ