ศาลยกฟ้อง คดีอดีตอธิบดีกรมอุทยานฯ ฟ้องชุดจับกุมปมรับส่วย


โดย PPTV Online

เผยแพร่




ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ยกฟ้อง คดีอดีตอธิบดีกรมอุทยานฯ ฟ้องชุดจับกุมปมรับส่วย เหตุไม่มีเจตนากลั่นแกล้ง จับกุมซึ่งหน้าไม่ต้องขอหมายค้น-จับ

วันที่ 30 พฤษภาคม ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางพิพากษายกฟ้อง ในคดีหมายเลขดำที่ อท 23/2566 ระหว่าง นายรัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา อดีตอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พลตำรวจตรีจรูญเกียรติ ปานแก้ว ที่ 1 กับพวกรวม 7 คน จำเลย ข้อหาเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ, ความผิดต่อเสรีภาพ, ทำพยานหลักฐานเท็จฯ, เจ้าพนักงานแกล้งให้ต้องรับโทษ, บุกรุก, ซ่องโจรฯ นั้น

คอนเทนต์แนะนำ
แฉเส้นทาง “ส่วยสติ๊กเกอร์” สายอีสาน “เสี่ยเบิร์ด 3B”
โปรแกรมการแข่งขันวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย ศึกเนชั่นส์ ลีก 2023 วันที่ 30 พ.ค.66
ประกาศฉบับที่ 10 เตือน 27 จังหวัด “ฝนตกหนักถึงหนักมาก”

 

 

ซึ่งคดีดังกล่าวโจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2565 จำเลยทั้ง 7 ร่วมกันวางแผนแบ่งหน้าที่กันทำให้จำเลยที่ 7 ซึ่งแอบติดกล้องบันทึกภาพและเสียงไว้ที่ตัวเข้าไปพบและพูดชักจูงให้โจทก์ตกลงรับเงินหรือกำหนดจำนวนเงินหรือเปอร์เซ็นต์ของเงินเพื่อเรียกรับเอาจากข้าราชการผู้ใต้บังคับบัญชาผู้มีตำแหน่ง และพยายามส่งมอบซองสีขาว 3 ซอง แก่โจทก็โดยโจทก์ไม่ทราบว่าภายในซองมีเงิน 98,000 บาท บรรจุอยู่ แต่โจทก์ปฏิเสธไม่รับ จำเลยที่ 7 วางซองทั้งสามซองไว้บนโต๊ะ ทำงานโจทก์แล้วออกจากห้องไป ทันใดนั้นจำเลยที่ 1-6 เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) พร้อมกับเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช และเจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. ร่วมกันบุกเข้ามาภายในห้องทำงานของโจทก์ซึ่งเป็นที่รโหฐานโดยไม่มีหมายนและหมายจับแล้วร่วมกันจับกุมโจทก์ในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 และ 157 ทั้งที่โจทก์ไม่ได้มีเจตนากระทำความผิดมาก่อน

โดยศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางพิเคราะห์แล้วเห็นว่า เหตุที่มีการเข้าตรวจค้นจับกุมโจทก์เนื่องจากจำเลยที่ 7 เข้าร้องเรียนต่อเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. เกี่ยวกับพฤติการณ์ทุจริตของโจทก์ ที่ป.ป.ช. สืบสวนมาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้วเชื่อว่าคดีน่าจะมีมูลแต่ยังปราศจากหลักฐานที่จะดำเนินคดีจึงประสานมายัง บก.ปปป. เพื่อดำเนินการสืบสวนหาข้อเท็จจริงและเพื่อให้ได้มาซึ่งพยานหลักฐาน

การที่จำเลยที่ 1-6 วางแผนตรวจค้นจับกุมโจทก์ตามที่ได้รับการประสานมาจากเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. จึงเป็นการกระทำไปตามอำนาจหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปปป. ซึ่งเป็นเพียงวิธีการพิสูจน์ความผิดของโจทก์ ไม่เป็นการแสวงหาพยานหลักฐานโดยมิชอบ และไม่ใช่เป็นการร่วมกันก่อหรือพยายามก็ให้โจทก์กระทำความผิด และกรณีจึงเป็นความผิดซึ่งหน้าซึ่งเห็นกำลังกระทำหรือพบในอาการใดซึ่งแทบจะไม่มีความสงสัยเลยว่าโจทก์ได้กระทำความผิดมาแล้วสดๆ ทั้งมีเหตุอันควรเชื่อว่าเนื่องจากการเนิ่นช้ากว่าจะเอาหมายค้นมาได้ เงินที่มอบให้นั้นจะถูกโยกย้ายหรือทำลายเสียก่อน จำเลยที่ 1-6 จึงมีอำนาจตรวจค้นจับกุมโจทก์โดยไม่ต้องมีหมายค้นและหมายจับตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 78 (1) และมาตรา 92 (2) (4)

พระบรมราชโองการฯ “รัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา” พ้นอธิบดีกรมอุทยานฯ

"รัชฎา" ยืนยันบริสุทธิ์ ปัดเรียกรับส่วยกรมอุทยานฯ เชื่อถูกกลั่นแกล้ง

สอบวินัยร้ายแรง "รัชฎา" อดีตอธิบดีอุทยานฯ คาดไม่แล้วเสร็จ ให้ออกราชการไว้ก่อน

และเมื่อข้อเท็จจริงได้ความจากที่โจทก์แถลงต่อศาลในชั้นตรวจฟ้องว่า ก่อนเกิดเหตุคดีนี้ โจทก์ไม่เคยรู้จักและไม่เคยมีสาเหตุโกรธเคืองกับจำเลยที่ 1-6 และเจ้าหน้าที่รัฐที่มีรายชื่อในบันทึกการจับกุมท้ายฟ้อง กรณีจึงไม่มีเหตุที่จะชี้ให้เห็นว่าการเข้าตรวจค้นจับกุมโจทก์ครั้งนี้ จำเลยที่ 1-6 ได้กระทำโดยมีเจตนาเพื่อที่จะกลั่นแกล้งให้โจทก์ต้องรับโทษตามที่โจทก์อ้าง การกระทำของจำเลยที่ 1-6 จึงไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และ 200 ทั้งไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 179 มาตรา 210, 310,364 และ 365 จำเลยที่ 7 จึงไม่อาจเป็นผู้สนับสนุนและผู้ร่วมกระทำความผิดกับจำเลยที่ 1-6 ตามที่โจทก์ฟ้อง

ส่วนความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 164 นั้น ข้อเท็จจริงได้ความจากที่โจทก์แถลงต่อศาลในชั้นตรวจฟ้องว่า นอกจากจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๖ และเจ้าหน้าที่รัฐที่มีชื่ออยู่ในบันทึกการจับกุมแล้ว ยังมีบุคคลอื่นอีกหลายคนร่วมอยู่ในเหตุการณ์ขณะจับกุมโจทก์ โดยฝ่ายของโจทก์มีเจ้าหน้าที่ของกรมอุทยานฯ ซึ่งได้มีการบันทึกภาพและเสียงขณะตรวจค้นจับกุมด้วยเช่นกัน แต่โจทก์ไม่ได้ชี้ช่องพยานหลักฐานให้เห็นว่าวีดีโอบันทึกภาพและเสียงที่ถูกเผยแพร่ออกสู่สาธารณะชนนั้นเกิดจากการกระทำของจำเลยที่ 1-6 กรณีดังกล่าวจึงยังไม่พอฟังได้ว่าจำเลยที่ 1-6 กระทำความผิดตามมาตรา 164

ส่วนความผิดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 มาตรา 79 นั้น เมื่อการเข้าตรวจค้นจับกุมโจทก์โดยจำเลยที่ 1-6 เป็นการกระทำตามอำนาจหน้าที่สืบสวนจับกุม ผู้กระทำความผิดอาญาเกี่ยวกับการทุจริตของเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือการทุจริตในวงราชการ ดังนั้นการจัดให้มีการแสวงหาข้อเท็จจริงขณะเข้าตรวจค้นจับกุมโจทก์ด้วยการบันทึกวิดีโอเป็นภาพเคลื่อนไหวพร้อมเสียงเป็นพยานหลักฐานเพื่อนำไปใช้ในกระบวนการที่นำไปสู่การลงโทษผู้กระทำความผิดซึ่งมีโทษทางอาญาจึงถือเป็นการดำเนินงานตามกระบวนการยุติธรรมทางอาญา ซึ่งตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 มาตรา 4(5) มิให้นำพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับแก่การดำเนินงานตามกระบวนการยุติธรรมทางอาญา การกระทำของจำเลยที่ 1-6 จึงไม่เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562

คอนเทนต์แนะนำ
เช็กฟีเจอร์ใหม่ Disney+ Hotstar ขึ้นราคาเพ็กเกจ 3 เท่า ที่ 2,290 บาท/ปี
วันหยุดเดือนมิถุนายน 2566 ลาอย่างไรให้คุ้ม ทำอะไรได้บ้าง
"วันวิสาขบูชา 2566" ตรงกับวันไหน พร้อมเปิดประวัติ-ความสำคัญ

TOP สังคม
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ