จากเหตุการณ์โกดังพลุระเบิด จังหวัดนราธิวาส ไม่ใช่ครั้งแรก หากย้อนกลับไป พบข้อมูลว่าตั้งแต่ ปี 2551-ปัจจุบัน เกิดเหตุโรงงานและโกดังเก็บพลุดอกไม้ไฟเถื่อนระเบิดมากกว่า 20 ครั้ง แต่ละครั้งสร้างความเสียหายกับชุมชนเป็นวงกว้าง มีทั้งผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก
โดยนายสนธิ คชวัฒน์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ให้ข้อมูลว่า ปัจจุบันในประเทศไทย มีโรงงานและโกดังเก็บพลุ ดอกไม้ไฟเถื่อนเป็นจำนวนมาก หลายแห่งตั้งอยู่ในชุมชน และไม่มีมาตรฐาน
เปิดยอดเงินเยียวยาเบื้องต้น เหตุโกดังพลุระเบิดนราธิวาส
อย่างกรณีทีเกิดขึ้นล่าสุดที่ จ.นราธิวาส ก็มองว่าเป็นความหละหลวมของหน่วยที่เกี่ยวข้อง ที่ไม่มีการบูรณาการความร่วมมือดูแลเรื่องนี้อย่างจริงจัง หากจะป้องกันเหตุซ้ำรอยควรเร่งสำรวจและจัดระเบียบใหม่ทั้งหมด รวมถึงให้พิจารณาเพิ่มโทษกับผู้ประกอบการที่ทำผิดกฎหมาย
ทั้งนี้สำหรับการตั้งโรงงานหรือโกดังที่ได้รับมาตรฐานจะต้องมีบับเบิ้ลโซน คือมีรั้วห่างจากอาคารอย่างน้อย 20 เมตร และต้องเตรียมพื้นที่ไว้เผื่อกรณีที่ชุมชนขยายตัวเข้ามาใกล้โรงงานห้ามเข้าใกล้ในรัศมี 100-500 เมตร ขึ้นอยู่กับปริมาณดอกไม้ไฟหรือพลุในโกดัง
ตัวอาคารต้องเป็นเอกเทศ 1 ชั้น ไม่มีชั้นลอย ไม่มีชั้นใต้ดิน ก่อสร้างด้วยวัสดุไม่ติดไฟ มีสายล่อฟ้า หลังคารองรับแรงอัดระเบิด และต้องมีการระบายความร้อนควบคุมอุณหภูมิไม่เกิน 30 องศาเซลเซียล และต้องมีเครื่องดับเพลิงเคมี 2 เครื่องต่อ100 ตร.ม.
ส่วนร้านค้าปลีกจะสามารถนำพลุ ดอกไม้ไฟมาขายได้เฉพาะช่วงเทศกาลเท่านั้น แต่ต้องขออนุญาตขายเป็นรายครั้ง มีการจำกัดจำนวน สต๊อกสินค้าให้เหมาะสมกับพื้นที่จัดเก็บเพื่อความปลอดภัย
อย่างไรก็ตามสำหรับสถิติโรงงาน-โกดังพลุระเบิด ตั้งแต่ปี 2551-2566 ประกอบด้วย