กระแสครูกายแก้วถูกพูดถึง และเป็นที่ฮือฮามากในโลกโซเชียล คนแห่นำดอกไม้ธูปเทียนและดอกไม้ไปกราบไหว้บูชา จนแน่นขนัดเต็มพื้นที่บริเวณแยกรัชดา-ลาดพร้าว ขณะเดียวกันนักวิชาการหลายคนออกมาให้ความเห็นเรื่องรูปปั้นครูกายแก้ว หนึ่งในนั้นคือ นายจตุรงค์ จงอาษา นักวิชาการอิสระด้านพระพุทธศาสนา ที่วันนี้ทีมข่าวไปคุยด้วย สำหรับนายจตุรงค์ มองว่า จุดเริ่มต้นของครูกายแก้วมาจากจินตนาการ
เพราะส่วนใหญ่ไม่มีใครมีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ยืนยันได้ จะเป็นในเชิงคติชนวิทยา ว่าด้วยเรื่องความเชื่อเฉพาะกลุ่ม เช่น ในชุมชนหนึ่งมีความเชื่อในทิศทางเดียวกัน แต่ตอนนี้ต่างคนต่างเชื่อเลยมีหลายความเห็น บางคนบอกกราบไหว้ด้วยผลไม้ บางคนบอกไหว้ด้วยการบูชายัญ
ส่วนที่บางคนมองว่ารูปลักษณ์คล้ายการ์กอยล์ สัตว์ประหลาดในนิยายและภาพยนตร์ สำหรับตนมองว่ามันคือการ์กอยล์เพราะรูปร่างคล้ายกัน
“อันนี้ความเห็นผมก็คือพอประวัติศาสตร์มันไม่นิ่ง หลักฐานทางประวัติศาสตร์มันไม่ได้ แล้วจินตนาการสำคัญกว่าความรู้เข้าไปอีก จินตนาการแต่ละคนก็ไม่เท่ากันมันก็เลยไปกันใหญ่”
“ผมไม่รู้นะว่ายังไงแต่ถ้าถามผม บางทีคนเฒ่าคนแก่เล่าจินตนาการ บรีฟให้คนออกแบบ แต่บางทีคนออกแบบก็อาจจะนำบรีฟนั้นไปเปรียบเทียบแบบงานของยุโรป มันก็เลยออกมาหน้าตาแบบนี้ เพราะคุณอย่าลืมทุกอย่างล้วนมาจากจินตนาการ ทุกอย่างล้วนมาจากเรื่องเล่าปากต่อปาก ดังนั้นมันไม่มีใครเคยเห็นหรอกว่าครูกายแก้วมีจริงไหม ครูกายแก้วหน้าตายังไง ทุกอย่างมันก็เลยตั้งอยู่บนจินตนาการ”
ส่วนคาถาบูชาครูกายแก้วบนฐาน บางที่เป็นคาถาจากฐานเดิมของสิ่งศักดิ์สิทธิ์อื่นที่ถูกย้ายออกไปแล้วนำรูปปั้นครูกายแก้วไปวางแทนที่ บางที่เป็นคาถาที่เขียนขึ้นใหม่ซึ่งมีหลายแบบ ตัวอย่างเช่นคาถานี้
“อิติปิโส ภะคะวา กายแก้ว อิตินามะ วิสสุโต ครุ มหาลาโภ สัพพะลาโภ สัพพะ เสน่หา นิรันตะรัง เอหิ เอหิ ธะนัง เอหิ เอหิ ลาภัง ภะวันตุ เม” ความหมายคือ “ขอนอบน้อมพระพุทธเจ้ากายแก้วชื่อดังนี้ ครูมหาลาภ ลาภทั้งหลาย เสน่หาทั้งหลาย จงมา ๆ ทรัพย์ จงมา ๆ ลาภ จงมีแก่ฉัน”
หรืออีกหนึ่งคาถาที่เผยแพร่ในโลกโซเชียล นายจตุรงค์แปลให้ทีมข่าวฟัง บทนี้ คำว่า “จะมหาราชา แปลว่าและพระราชา สัพพะ แปลว่าทุกสิ่ง ทั้งหมด ทั้งปวง เสน่หาก็แปลว่าความรัก ส่วนคำว่ามะแปลว่ามา จิตตังคือจิตใจ และปิยัง ผู้เป็นที่รัก
ถ้าให้แปลเป็นประโยคนายจตุรงค์บอกว่าเรียบเรียงไม่ได้ ควรให้นักบาลีที่มีความเชี่ยวชาญแต่งคาถาให้ใหม่ ให้ดูสละสลวยและเป็นคาถาเฉพาะไปเลยจะดีกว่า
“คือจริง ๆ ผมว่าเขาลงทุนในหลายด้านแต่เสียอย่างเดียวทำไมเขาไม่ลงทุนไปจ้างนักบาลีที่มีความเชี่ยวชาญบาลี แต่งฉันท์ แต่งคาถาให้มันสวย ๆ เป็นคาถาเฉพาะของครูกายแก้วไปเลยดีกว่า ประเทศไทยมี ป.ธ.9 แต่งฉันท์ได้สละสลวยเยอะแยะ จะมานะโมตัสสะ ภควะโตอยู่ทำไมผมไม่เข้าใจ แต่งเป็นของตัวเองไปเลย”
ส่วนการกราบไหว้บูชาที่มีการเผยแพร่ผ่านโซเชียลว่า ให้นำสุนัขและแมวที่ตายแล้วไปบูชายัญ นายจตุรงค์ มองว่า มีหลายอย่างที่สามารถนำไปกราบไหว้บูชาได้แต่ต้องไม่ไปพรากชีวิตใคร ไม่ละเมิดกฎหมาย การมูที่ดีต้องมูแบบมีสติ ไม่ละเมิดกฎหมาย และไม่สร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น