ร้องเหตุ 'นายทหาร' รุมทำร้ายในร้านสุกี้แต่คดีไม่คืบหน้า


โดย PPTV Online

เผยแพร่




สองหนุ่มร้องสายไหมต้องรอด หลังถูก “นายทหาร” รุมทำร้ายร่างกายในร้านสุกี้ แต่ผ่านมาเกือบสัปดาห์คดีไม่คืบหน้ากลัวว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม

ภาพกล้องวงจรปิดในร้านสุกี้แห่งหนึ่ง บันทึกภาพเหตุการณ์ก่อเหตุเกิดเหตุ จากภาพจะเห็นว่า ชายเสื้อเสื้อเขียว และชายเสื้อขาวมีปัญหากับชายเสื้อดำ

กินสุกี้ร้านดัง แพ้รุนแรงหน้าบวมเป็นหนอง รักษาเกินครึ่งแสน จ่อฟ้อง สคบ.

สายไหมต้องรอด ช่วยเด็ก 6 ขวบ ถูกแม่เลี้ยงตบปาก

ก่อนที่ทั้งหมดจะออกไปวิวาททำร้ายกันที่หน้าร้าน สร้างความตกใจให้กับลูกค้าและพนักงานที่อยู่ในร้านจำนวนมาก เหตุการณ์นี้เกิดวันที่ 12 สิงหาคม ซึ่งผู้เสียหายเข้าแจ้งความเอาไว้แล้ว แต่คดีไม่คืบหน้า จึงกลัวว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม วันนี้ผู้เสียหาย จึงเข้าร้องเรียนกับเพจสายไหมต้องรอด ให้ช่วยเหลือ 

 

ผู้เสียหายบอกว่า เข้าไปใช้บริการในร้านสุกี้แห่งหนึ่ง ย่านวงเวียนใหญ่ แต่กลับถูกคู่กรณีที่รู้ตอนหลังว่าเป็นทหาร เข้ามาแซงคิวจึงมีปากเสียงและทะเลาะกัน  จนเรื่องถึงโรงพัก  แต่ที่รู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ก็คือแทนที่ตำรวจจะดำเนินคดีกับคนก่อเหตุ กลับประสานให้ฝั่งผู้เสียหาย ยอมรับเงินเยียวยาจากกลุ่มผู้ต้องหา และเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยยอมความ จึงรู้สึกว่าไม่ถูกต้อง

การตรวจสอบข้อมูลทราบว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุ 4 คน เป็นนายทหาร 2 นาย คนหนึ่งมียศร้อยโท ส่วนอีกคน มียศจ่า ไม่ทราบสังกัด อีกทั้งยังมีข้อมูลด้วยว่า ผู้ก่อเหตุเคยเมาแล้วทะเลาะวิวาทลักษณะนี้มาก่อน ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์
 
เมื่อสอบถามไปยัง ผู้บังคับบัญชาของคู่กรณี เกี่ยวกับบทลงโทษ ซึ่งได้รับคำชี้แจงว่าถูกทำโทษทางวินัยทหารด้วยการกักขังเป็นเวลา 7 วันแล้ว หากผู้เสียหายไม่พอใจ ต้องดำเนินคดีฟ้องศาล เพื่อให้ศาลมีคำสั่งลงโทษใหม่

ซึ่งผู้เสียหายมองว่าเขาได้รับบาดเจ็บบริเวณใต้ตา ต้องเย็บรักษาถึง 8 เข็ม ส่งผลกระทบต่อการมองเห็นถึงปัจจุบัน รวมทั้งมีอาการตาพร่ามัว มองเห็นเพียง 85-90% ต้องรักษาต่อเนื่อง  แต่แจ้งข้อหา “ทำร้ายร่างกาย” เป็นโทษที่เบาเกินไปหรือไม่ อยากให้แจ้งข้อหา “ทำร้ายร่างกายจนเป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส”    

เบื้องต้นเพจสายไหม สอบถามไปยัง พล.ต.ต.มานพ สุคนธ์ธนพัฒน์ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 8 จนทราบว่า ที่ผ่านมาพนักงานสอบสวนประสาน นายทหาร รายดังกล่าว เพื่อให้มาพูดคุยไกล่เกลี่ย แต่ไม่ได้รับความร่วมมือ  จึงออกหมายเรียกครั้งที่ 1 ไปแล้ว ให้เข้ามารับทราบข้อหาภายใน 15 วัน และครบกำหนดในวันนี้ และหากเจ้าตัวไม่มา ก็จะออกหมายเรียกครั้งที่ 2 ไปตามขั้นตอนต่อไป

TOP สังคม
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ