เมื่อคืนที่ผ่านมา เกิดปรากฏการณ์ดาราศาสตร์ครั้งสุดท้ายในเดือนสิงหาคม นั่นคือ ปรากฏการณ์ "ซูเปอร์บลูมูน" ซึ่งเกิดจาก 2 ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นพร้อมกัน คือ "ซูเปอร์ฟูลมูน" หรือปรากฏการณ์ที่ดวงจันทร์เต็มดวงใกล้โลกที่สุดในรอบปี และ "บลูมูน" เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดดวงจันทร์เต็มดวงครั้งที่สองของเดือน ซึ่งปกติแล้วในหนึ่งเดือนจะเกิดดวงจันทร์เต็มดวงเพียงครั้งเดียวเท่านั้น และเกิดขึ้นสองครั้งไม่บ่อยนัก จึงเรียกปรากฏการณ์ครั้งนี้ว่า "ซูเปอร์บลูมูน" (Super Blue Moon)
ทางสถาบันดาราศาสตร์แห่งชาติ (สดร.) โพสต์ภาพผ่านเฟซบุ๊ก NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ เปรียบเทียบปรากฏการณ์ ซูเปอร์บลูมูน ในครั้งนี้ กับ ปรากฏการณ์ "ไมโครฟูลมูน" หรือปรากฏการณ์ดวงจันทร์เต็มดวงไกลโลกมากที่สุด ซึ่งทำให้เห็นดวงจันทร์เต็มดวงมีขนาดเล็กที่สุดในรอบปี
โดยทางสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติระบุว่า คืนวันที่ 30 สิงหาคม 2566 เวลาประมาณ 20:15 น. ดวงจันทร์มีระยะห่างจากโลกประมาณ 357,185 กิโลเมตร เปรียบเทียบกับดวงจันทร์เต็มดวงในช่วงไกลโลกที่สุด เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2566 เวลาประมาณ 01:40 น. มีระยะห่างจากโลกประมาณ 405,813 กิโลเมตร แสดงให้เห็นขนาดปรากฏที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน
นอกจากนี้ ทางสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติเสริมว่า เมื่อเปรียบเทียบขนาดปรากฏของดวงจันทร์ขณะใกล้โลกที่สุดกับดวงจันทร์เต็มดวงขณะไกลโลกที่สุดแล้ว อาจมีเส้นผ่านศูนย์กลางใหญ่กว่าถึง 14% และสว่างเพิ่มขึ้นถึง 30% เป็นผลจากการที่ดวงจันทร์อยู่ใกล้โลกมากขึ้น ขนาดปรากฏใหญ่ขึ้น จึงมองเห็นดวงจันทร์สว่างขึ้นกว่าปกติ นอกจากนี้ ในช่วงหัวค่ำของคืนดังกล่าวยังมีดาวเสาร์ปรากฏสว่างข้างดวงจันทร์อีกด้วย
ซึ่งปรากฏการณ์ “ดวงจันทร์เต็มดวงใกล้โลกที่สุดในรอบปี” ครั้งถัดไป จะเกิดขึ้นในวันที่ 17 ตุลาคม 2567 ส่วนปรากฏการณ์บลูมูนครั้งถัดไป จะเกิดขึ้นในอีก 3 ปีข้างหน้า ในวันที่ 31 พฤษภาคม 2569
ขอบคุณภาพจาก NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ