"บิ๊กโจ๊ก" ยื่นศาลปมพิรุธหมายค้นบ้าน ยันมีหลักฐานหมดชี้แจงได้


โดย PPTV Online

เผยแพร่




"บิ๊กโจ๊ก" เข้ายื่นศาลปมพิรุธหมายค้น แจงชัดๆ "เฮียแต๋ม" เจ้าของบ้าน เป็นญาติกันและให้เช่าบ้าน ยืนยันมีหลักฐานทั้งหมด

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบ.ตร.เดินทางมายังศาลอาญา รัชดา เพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลพิจารณาไต่สวน เรื่องการละเมิดอำนาจศาล กรณีการออกหมายค้นบ้าน โดยกล่าวถึง การออกหมายค้นที่ไปค้นบ้านของตนมองว่าเป็นการปกปิดข้อเท็จจริงต่อศาล เพราะรู้อยู่แล้วว่าเป็นบ้านที่ตนพักอาศัยอยู่ แต่ผู้ที่ไปขอหมายไม่ได้บอกศาล และแม้ชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ของบ้านจะเป็นคนอื่น แต่ก็เป็นญาติของตน 

"บิ๊กโจ๊ก" ซัด 2 ลูกน้องคนสนิทใช้บัญชีม้าโอนเงิน โยงเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์  

“อัจฉริยะ” โต้ "บิ๊กโจ๊ก เผย “เสี่ย ต.” เป็นเจ้าของบ้าน ไม่ใช่ญาติ!  

 

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยังกล่าวว่า เหตุผลที่ขอหมายค้นบ้านนั้น ระบุเพื่อเข้าจับกุมสารวัตรนนท์ นายตำรวจติดตามของตน และมีข้อมูลว่าอาศัยอยู่ในบ้านหลังดังกล่าว โดยก็ต้องรู้อยู่แล้วว่าตนอาศัยอยู่บ้านนี้ด้วย หากศาลรู้ว่าเป็นบ้านของตน ศาลจะให้ความเป็นธรรม เพราะยังไม่มีคดีความ โดยการที่ตนถูกออกหมายค้นบ้านและถูกนำกำลังยกเข้ามาค้นเป็นโขยง ทำให้ตนเสียชื่อเสียง

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยังระบุ นอกจากนี้ลูกน้องของตนที่ถูกออกหมายจับก็เตรียมที่จะไปยื่นขอความเป็นธรรมต่อศาลอาญากรุงเทพใต้ด้วย ว่าการออกหมายจับนั้น เป็นการละเมิดอำนาจศาลหรือไม่ เพราะการไปขอหมายจับไม่ได้ระบุยศตำรวจ ใส่เพียงคำนำหน้าชื่อเป็นนายทั้งหมด ทำให้ศาลไม่ทราบ ที่ผ่านมาเวลาที่ตนทำงาน หากต้องไปขอหมายจับตำรวจ ก็ต้องระบุยศไป เพราะศาลจะสั่งให้ออกหมายเรียกก่อน หากไม่มา ค่อยให้ออกหมายจับ เพราะตำรวจถือว่ามีถิ่นที่อยู่ที่ชัดเจน ไม่หลบหนี เป็นข้าราชการ แต่ในกรณีนี้มีการปกปิดซ่อนเร้น จึงถือเป็นการส่อพิรุธ

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ส่วนประเด็นที่ตนจะไปร้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางนั้น เป็นเรื่องของการแจ้งความเท็จ ซึ่งขอตรวจสอบให้ชัดเจนก่อน ยืนยันตนพร้อมรับการตรวจสอบ แต่การตรวจสอบนั้นต้องเป็นธรรม ไม่มีวาระซ่อนเร้น ไม่เช่นนั้นต้องมีการใช้สิทธิทางกฎหมาย เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับตนเอง โดยหากรองผบ.ตร.ยังไม่ได้รับความเป็นธรรม แล้วประชาชนจะไปหาความเป็นธรรมได้จากที่ไหน

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า สำหรับประเด็นเรื่องเส้นทางการเงิน ยืนยันไม่ได้มีเส้นทางการเงินตรงเข้ามาที่ตน ทั้งหมดเป็นเรื่องของลูกน้อง ซึ่งเป็นหน้าที่ของลูกน้องที่ต้องตอบว่านำเงินไปทำอะไร ได้มีการนำเงินไปเล่นพนัน หรือไปยุ่งเกี่ยวกับเว็บอะไรหรือไม่ หรือจะไปใช้บัญชีม้า ไปมีเส้นทางการเงินเชื่อมโยงกับมินนี่ ถือเป็นเรื่องเฉพาะตัว ไม่ได้หมายความว่าพอมีเรื่องนี้เกิดขึ้นแล้วจะจับเชื่อมโยงมาที่ตนได้ ต้องมาถามตน ให้ตนไปอธิบาย

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า เวลาที่ตนให้เงินลูกน้องไปทำงาน ที่เป็นส่วนเกินจากงบราชการลับที่มีไม่พอ ตนก็พร้อมนำเงินส่วนตัวมาทำงาน ซึ่งลูกน้องจะเอาไปหมุนยังไง ตนก็ไม่ทราบทั้งหมด แต่ให้คิดง่ายๆ ว่า ถ้าตนรับเงินจากเว็บพนัน คงไม่ใช่เงินแค่หลัก 2-3 ล้าน ที่ผ่านมาเคยมีคำพิพากษาศาลฎีกา ตัดสินโทษจำคุกกรณีที่ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงแล้ว จึงต้องไปดูที่เจตนาว่าต้องการให้ตนเสียชื่อเสียงหรือไม่

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า สำหรับพ.ต.ท.คริษฐ์ ปริยะเกตุ รองผกก.สส.สภ.สำโรงเหนือ ก็ทำงานอยู่กับตนมานานเหมือนเป็นเลขา ในแต่ละเดือน ตนจะให้เงินไปจ่ายค่าใช้จ่ายต่างๆ รวมถึงค่ารักษาพยาบาลแม่ ซึ่งเงิน 2.8 ล้าน คือค่าใช้จ่ายสำหรับทั้งปี ไม่ใช่แค่เดือนเดียว แต่จะเอาเงินตนไปหมุนจ่าย เอาไปเข้าเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงกับมินนี่ได้อย่างไร ตนไม่ทราบ ถ้าตนรับเงินจากเว็บพนันออนไลน์ ก็ต้องมีเส้นเงินตรงเข้ามาที่ตนเลย ซึ่งเรื่องนี้ตนก็รอที่จะสอบถามกับพ.ต.ท.คริษฐ์ ซึ่งตอนนี้อยู่ระหว่างการยื่นขอประกันตัว

ส่วนประเด็นที่ปรากฏชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์บ้านทั้ง 5 หลังคือ เฮียแต๋ม ซึ่งเป็นนักธุรกิจรายใหญ่ที่อุดรธานี และพบมีการโอนเงินมาจ่ายค่าส่วนกลางบ้านปีละ 142,000 บาทนั้น พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า เฮียแต๋ม เป็นญาติของตน ซึ่งเป็นญาติสนิทกัน และเป็นเจ้าของบ้านทั้งหมด โดยเฮียแต๋มให้ตนเช่าบ้านอยู่ โดยมีสัญญาเช่าชัดเจน ตนเช่าในราคา 50,000 บาท อาศัยอยู่ 2 หลัง ส่วนหลังที่เหลือใช้เก็บของ ซึ่งด้วยความที่เป็นญาติกัน ตนจะจ่ายแพงกว่านี้ แต่เฮียแต๋มก็ไม่เอา ซึ่งบ้านที่ตนอาศัยอยู่นี้ ได้เคยให้การกับป.ป.ช.ไว้นานแล้ว และตนบริสุทธิ์ใจ เฮียแต๋มก็ไม่ใช่คนที่ทำผิดกฎหมาย ตนเป็นคนสงขลา จึงมาหาเช่าบ้านอยู่เพื่อความสะดวก

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ส่วนหลังจากนี้จะมีหลักฐานส่วนไหนที่เชื่อมโยงมาหาตน แล้วมีการออกหมายจับตน รวมถึงภรรยา แม่ และน้องชายได้หรือไม่ ตนไม่ได้มีความกังวลใจในส่วนนี้ เพราะตนสามารถชี้แจงได้หมด โดยเฉพาะแม่ของตนที่อายุเยอะมากแล้ว ท่านไม่รู้จักเรื่องการพนันออนไลน์อย่างแน่นอน

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ บอกอีกว่า หลังจากถูกค้นบ้านเมื่อวานนี้ ตนได้พูดคุยเเบบส่วนตัวกับพล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร.ว่า โดยพล.ต.อ.ดำรงศักดิ์บอกว่า ก่อนหน้านี้เพียงได้รับรายงานว่าจะมีการตรวจค้น ซึ่งบอกกับผู้ที่รายงานว่าหากจะค้นก็ขอให้แจ้งก่อน แต่ตำรวจที่เข้าไปค้นนั้น กลับรายงานภายหลังจากตรวจค้นแล้ว นั่นหมายความว่าคำสั่งดังกล่าวไม่ได้มาจากผบ.ตร. ส่วนจะเกี่ยวข้องกับการเลือกผบ.ตร.คนใหม่หรือไม่นั้น ตนเองไม่ขอออกความคิดเห็น ให้สื่อมวลชนไปคิดกันเอาเอง แต่ยืนยันว่าจะขอดำเนินคดีทุกคน ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องนี้

"ส่วนตัวมั่นใจว่า เรื่องที่เกิดขึ้นต้องมีคนสั่งการอย่างแน่นอน แต่จะเป็นคนภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติหรือไม่นั้น ขอตอบสั้นๆ เพียงว่า เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นการเมืองภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ"

"ผู้การฯแต้ม" ลั่น ห่วง"บิ๊กโจ๊ก"ถ้าเส้นทางการเงินชัด

เปิดประวัติ “บิ๊กโจ๊ก” พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล ดาวรุ่งพุ่งแรงสู่หนทางวิบากเอี่ยวเว็บพนัน

โปรแกรมการแข่งขัน เอเชียนเกมส์ 2022 ของนักกีฬาไทย วันที่ 26 ก.ย. 66

TOP สังคม
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ