"เรวัช" เชื่อร่วมกันวางแผนชัด ยัน "ช่างกิต" มัดมือเท้าคนเดียวไม่ได้


โดย PPTV Online

เผยแพร่




พล.ต.ท.เรวัช กลิ่นเกษร เชื่อผู้ต้องหาทั้ง 5 คนร่วมกันวางแผนฆ่าหนุ่มโรงงาน ชี้อาจมีปืนอีกกระบอก ยัน "ช่างกิต" มัดมือเท้าคนเดียวไม่ได้

ยังคงมีประเด็นข้อสงสัยให้ติดตามกันอย่างต่อเนื่อง สำหรับคดีฆาตกรรมนายธนาสันต์ เตอั้น หรือ นายใหม่ หนุ่มโรงงานที่ถูกฆาตกรรมโดยยิงที่ศรีษะและมัดมือมัดเท้าทิ้งศพข่างทาง แม้ขณะนี้จะมีการจับผู้ต้องหาได้แล้ว 5 คน แต่ผู้ต้องหา 4 ใน 5 ราย ยังคงปฏิเสธว่าไม่มีส่วนรู้เห็นในพฤติกรรมของนายกิตติโชค หรือ ช่างกิต ที่มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับน.ส.วรรณพร ภรรยาผู้เสียชีวิต ขณะที่มียังคงมีหลายความคิดเห็นตั้งข้อสังเกตว่า น.ส.วรรณพร มีส่วนรู้เห็นกับผู้ก่อเหตุหรือไม่

พบหลังก่อเหตุฆ่านายใหม่ "ช่างกิต" อยู่กับ "น้องพร" ทุกวัน

ผู้การแปดริ้ว สอบปากคำ “น้องพร”เพิ่ม ไม่พบผิดปกติ ยังไม่มีเอี่ยวอุ้มฆ่าสามี

ตำรวจแจ้งเพิ่มอีก 2 ข้อหา 4 ผู้ต้องหาเอี่ยวอุ้มฆ่าหนุ่มโรงงาน

พล.ต.ท.เรวัช กลิ่นเกษร สตริงเกอร์ กทม.
เรวัช เชื่อผู้ต้องหาทั้ง 5 คน ร่วมกันวางแผนฆ่าหนุ่มโรงงาน

วันนี้เรามีความคิดเห็นจาก พล.ต.ท.เรวัช กลิ่นเกษร  อดีตผู้บัญชาการปราบปรามยาเสพติด โดย พล.ต.ท.เรวัช กล่าวว่า ตนเองไม่เชื่อคำให้การในส่วนของผู้ต้องหารายอื่นๆ ว่าไม่รู้เห็นเป็นใจกับช่างกิต แต่สันนิษฐานว่า 1 ใน 4 ผู้ต้องหานอกจากช่างกิตแล้ว จะต้องมีปืนอีกกระบอก เพื่อเอาไปจี้ให้ผู้เสียชีวิตขึ้นรถ ซึ่งนี่เป็นสิ่งที่น่าสงสัย และตำรวจก็น่าจะสงสัยเหมือนตน

ซึ่งทั้ง 4 คนในรถ ควรโดนข้อหา หน่วงเหนี่ยวกักขัง ทำให้ผู้อื่นเสียอิสรภาพ โดยมีการนัดหมายเพื่อแบ่งงานปล้นทรัพย์และวางแผนฆ่าผู้อื่น เพราะช่างกิตไม่สามารถมัดมือมัดเท้าผู้ตายได้ด้วยตัวคนเดียว แต่หลังจากนั้นอาจจะแยกย้ายกันไปอันนี้พอเชื่อได้ ยังไงก็ตาม ทั้ง 5 คนในรถต้องมีความผิดอยู่แล้ว

พล.ต.ท.เรวัช ยังได้กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับภรรยาผู้ตาย จากการที่ตนเองเคยได้เจอได้พูดคุย ต้องบอกว่าเป็นผู้หญิงที่ไม่ธรรมดา เพราะถ้าไม่มีพฤติกรรมแบบนี้สามีคงไม่เสียชีวิต ส่วนการโกหกกับช่างกิตว่าตนเองท้องก็น่าจะเป็นตัวเร่งที่ทำให้ช่างกิตลงมือ

อย่างไรก็ตามในจุดนี้ ตำรวจคงต้องหาจุดเชื่อมโยงให้เจอว่า น.ส.วรรณพร มีส่วนเกี่ยวข้อง หรือไม่ นอกจากนี้ปัญหาอีกจุดของคดีนี้คือตำรวจยังหาอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุไม่เจอ

น้องพร รายการเข้มข่าวค่ำ
ทนายเชื่อ แรงจูงใจฆ่าหนุ่มโรงงานเรื่องทรัพย์สิน หรือชู้สาว

ด้านนายไพศาล เรืองฤทธิ์ ทนายความก็ตั้งข้อสังเกตว่า เมื่อมองไปที่แรงจูงใจ อาจจะต้องไปดูว่าเป็นเรื่องทรัพย์สิน หรือชู้สาว ซึ่งถ้าไปดูเรื่องทรัพย์สินก็มีประเด็นเรื่องของเงินประกันชีวิต ที่ภรรยาผู้เสียชีวิตต้องได้รับครึ่งหนึ่ง โดยเฉพาะหลังการเสียชีวิตของสามีไม่ทันข้ามวัน น.ส.วรรณพรได้เอาใบคุ้มครองสิทธิไปให้แม่ผู้เสียชีวิตเซ็น ซึ่งถ้ามองตามความเป็นจริง คนที่รักกันตายจากกันไป ไม่มีใครมีใจจะคิดถึงเรื่องเหล่านี้เป็นอันดับแรกๆ

นอกจากนี้ยังมีจุดที่น่าสงสัยอีก เรื่องคือการใช้คีย์การ์ดเข้าหมู่บ้านของช่างกิต เป็นไปได้ ที่น.ส.วรรณพรอ้างว่าหายในจังหวะที่เกิดเหตุพอดี รวมทั้งการที่ น.ส.วรรณพร อ้างว่า ไม่เคยเห็นรถคันที่ก่อเหตุก็เป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อ ซึ่งที่ผ่านมา น.ส.วรรณพรโกหกทุกเรื่อง แต่ที่ต้องค่อยๆยอมรับในหลายเรื่องนั่นเป็นเพราะจำนนในหลักฐาน ไม่ใช่การยอมรับสารภาพ

ทนายไพศาล ยังตั้งข้อข้อสังเกต อีกว่าการที่ผู้เสียชีวิตยอมขึ้นรถไปกับผู้ต้องหาแบบง่ายดาย รวมทั้งการโพสต์ข้อความแสดงความรักในโซเชียลของช่างกิต ที่ทำแบบไม่ให้เห็นหน้า คาดว่า ช่างกิตน่าจะรู้อยู่แล้วว่าน.ส.วรรณพร มีสามีอยู่แล้ว จึงทำให้น่าจะคิดได้ว่า ช่างกิต กับผู้เสียชีวิต น่าจะรู้จักกันมาก่อน นอกจากนั้นแล้วผู้ต้องหารู้เวลาเดินทางของผู้เสียชีวิตได้อย่างไร

PR - ตารางคะแนน-2_B PR - ตารางคะแนน-2_B
TOP สังคม
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ