กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) จับกุมตัวนายอิทธิกร (สงวนนามสกุล) อายุ 31 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลอาญาที่ 1091/2567 ลง 14 มี.ค. 2567 ได้ที่คอนโดย่าน ถนนพหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร และ น.ส.อัญชลี (สงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลอาญาที่ 1090/2567 ลง 14 มี.ค.2567 จับกุมได้ที่อพาร์ทเม้นท์ ย่านซอยล้วนเจืออนุสรณ์ 1 ถ.สุขุมวิท แขวงบางนาใต้ เขตบางนา กรุงเทพมหานคร
ซึ่งต้องหากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน โดยแสดงตนเป็นคนอื่น, ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน ร่วมกันโอน รับโอน หรือเปลี่ยนสภาพทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดเพื่อซุกซ่อนหรือปกปิดแหล่งที่มาของทรัพย์สินนั้น หรือเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นไม่ว่าก่อน ขณะ หรือหลังกระทำความผิด มิให้ต้องรับโทษหรือรับโทษน้อยลงในความผิดมูลฐาน และสนับสนุนการกระทำความผิดหรือช่วยเหลือผู้กระทำความผิดก่อน หรือขณะกระทำความผิด”
สืบเนื่องจาก เมื่อประมาณต้นเดือนมี.ค. 2567 มีผู้เสียหายได้เข้ามาแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน กก.2 บก.ปอท. กรณีมีคนร้ายได้นำภาพของบุคคลอื่นที่เป็นหญิงสาว หน้าตาสวย มาสร้างบัญชีของแอปพลิเคชันเอ็กซ์ (X), เฟซบุ๊ก และไลน์ปลอม โดยในการหาเหยื่อ จะใช้แอปพลิเคชันเอ็กซ์ (X) โดยใช้ภาพของหญิงสาว โพสต์ในลักษณะให้ชวนสงสาร ใช้ชีวิตลำบาก และหาคนเลี้ยงดู เพื่อให้เหยื่อเกิดความสนใจแล้วทักมาพูดคุยแบบส่วนตัว
เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อทักเข้าไปพูดคุยจนเกิดความสนิทสนม คนร้ายจึงได้สร้างเรื่องราวต่างๆขึ้นมาเพื่อหลอกลวงให้ผู้เสียหาย โดยในแรกเริ่มจะมีการพูดคุยถึงชีวิตที่น่าสงสาร และมีขอเงินเพื่อไปปิดหนี้ที่ได้ไปกู้ยืมเงินมา จากนั้นจะส่งภาพของผู้หญิงอื่นมาให้ผู้เสียหายดูเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผู้เสียหาย เมื่อผู้เสียหายหลงรักและวางแผนที่จะมาเจอกันนั้น ก็เริ่มทยอยโอนเงินไปให้กับคนร้ายเรื่อยมา โดยมีบัญชีอีวอลเล็ทของ น.ส.อัญชลี และบัญชีธนาคารของนายอิทธิกร รับโอนเงินจากผู้เสียหาย
เมื่อผู้เสียหายต้องการนัดเจอ คนร้ายจะอ้างเหตุผลเพื่อหลีกเลี่ยงในการเจอกันทุกครั้งทำให้ผู้เสียหายไม่เคยเจอตัวจริงของผู้หญิงที่ตนพูดคุยด้วยมาก่อน จนกระทั่งผู้เสียหายเริ่มเกิดความสงสัยและพยายามทวงเงินคืน คนร้ายจะขอทำสัญญากู้ยืมเงินมาโดยใช้ชื่อของ น.ส.อัญชลี และสร้างเรื่องราวหลอกผู้เสียหายเพิ่มเติมว่ามีที่ดินของญาติที่มีมูลค่า สามารถขายเพื่อคืนเงินให้กับผู้เสียหายได้ แต่ต้องปลดหนี้ที่วางจำนองเสียก่อนจึงจะสามารถชดใช้คืนให้กับผู้เสียหายได้ เมื่อผู้เสียหายเกิดความเสียดายเงินที่ได้ให้กับคนร้ายไปก่อนหน้านี้ ก็จะโอนเงินเพิ่มเติมให้กับคนร้ายเพื่อหวังจะได้เงินคืน โดยตั้งแต่เริ่มพูดคุยประมาณกลางเดือนพ.ย. 2566 และเริ่มมีการโอนเงินครั้งแรกประมาณกลางเดือนธ.ค. 2566 จนกระทั่งถึงประมาณเดือนมี.ค. 2567 ทำมูลค่าความเสียหายกว่า 15 ล้านบาท
จากการตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่า กลุ่มคนร้ายได้นำภาพของบุคคลอื่นมาใช้เพื่อหลอกลวงผู้เสียหาย และจากการตรวจสอบเส้นทางการเงินของกลุ่มคนร้าย พบว่าคนร้ายได้ใช้บัญชีของกลุ่มคนร้ายเองมารับเงินจากผู้เสียหาย โดยอ้างเป็นบุคคลใกล้ชิดกับตัวตนปลอมที่สร้างขึ้น เมื่อได้รับเงินจากผู้เสียหายแล้ว จะมีการโยกย้ายถ่ายเทเงินที่ได้จากการกระทำความผิดไปยังบัญชีของไปยังบัญชีต่างๆ ของตนและได้ทำการแปลงสภาพเป็นทรัพย์สินอื่นและอสังหาริมทรัพย์ ตำรวจจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานและสามารถจับกุมตัวได้