เปิดรายละเอียด "กฎหมายสมรสเท่าเทียม" ให้สิทธิ LGBT แต่งงาน-รับสวัสดิการในฐานะคู่สมรส


โดย PPTV Online

เผยแพร่




เปิดรายละเอียดกฎหมายประวัติศาสตร์ หลังสภาฯ โหวตผ่าน “พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม” ชวนรู้สาระสำคัญที่มากกว่าการให้สิทธิ LGBTQIAN+ แต่งงาน

นับเป็นข่าวดีไม่น้อยสำหรับชาวสีรุ้ง หลังที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรลงมติโหวตผ่านร่าง “กฎหมายสมรสเท่าเทียม” ถือเป็นการผ่านร่างกฎหมายครั้งสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์ไทย หลังพี่น้องผู้มีความหลากหลายทางเพศ LGBTQIAN+ ต่อสู้มาอย่างเนิ่นนานหลายสิบปี จนวันนี้ (27 มี.ค.2567) ร่างกฎหมายสามารถผ่านชั้นของสภาผู้แทนราษฎรได้แล้ว

และหากต่อจากนี้กฎหมายฉบับนี้ ผ่านชั้นวุฒิสภา และนำขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อประกาศใช้เป็นกฎหมายได้ 

คอนเทนต์แนะนำ
สภาฯ โหวตผ่านร่างพ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม
เตรียมจัด “Bangkok Pride Festival 2024” เคานต์ดาวน์สู่สมรสเท่าเทียม

ผ่าร่าง “พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม” ให้สิทธิ LQBT แต่งงาน-รับสวัสดิการในฐานะคู่สมรส ช่างภาพพีพีทีวี
Rainbow Flag

ประเทศไทยจะถือเป็นประเทศที่สามของเอเชีย ต่อจากไต้หวัน และเนปาล และเป็นที่แรกในอาเซียน หรือเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มีกฎหมายสมรสเท่าเทียม

ที่มาของร่าง “พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม”

ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่…) .. … หรือกฎหมายสมรสเท่าเทียม ที่เพิ่งผ่านชั้นสภาผู้แทนราษฎรครั้งนี้ เป็นการแก้ไขกฎหมายตามรัฐธรรมนูญปี 60 ในมาตรา 4 ซึ่งกล่าวถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เพื่อให้คนไทนทุกคน ทุกกลุ่มความหลากหลายมีสิทธิเท่าเทียมกัน หลังคณะกรรมาธิการมองเห็นว่ามีบางบทบัญญัติของกฎหมายไม่เหมาะสม โดยสรุป 3 ข้อ

  1. ร่าง พ.ร.บ.มีการใช้ถ้อยคำไม่เหมาะสมตามบริบทสังคมในปัจจุบัน จึงต้องปรับใช้ถ้อยคำให้มีความเหมาะสม เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมทางเพศ
  2. เกณฑ์อายุขั้นต่ำในการหมั้นและสมรส ควรกำหนดไว้อายุ 18 ปีบริบูรณ์แทน จากเดิมที่กำหนดไว้อายุ 17 ปี เพื่อให้ผู้ที่จะทำการหมั้นหรือสมรส มีอายุพ้นจากความเป็นเด็ก
  3. ต้องเพิ่มบทบัญญัติขึ้นใหม่จำนวน 1 มาตรา เพื่อกำหนดให้คู่สมรสที่ก่อตั้งครอบครัวตามประมวลกฎหมายฉบับนี้ มีสิทธิ หน้าที่ และสถานะทางกฎหมายตามกฎหมายอื่นที่ได้กำหนดไว้ให้ “สามี ภรรยา” หรือ “สามี ภรรยาในทันที” ซึ่งจะลดภาระให้แก่หน่วยงานต่างๆ ในการทบทวนและแก้ไขกฎหมายที่มีอยู่ในความรับผิดชอบ

โดย ร่าง พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม ฉบับแก้ไขล่าสุดนี้ มีอยู่ด้วยกัน 4 หมวด 68 มาตรา ซึ่งมีข้อกฎหมายสำคัญหลักๆ ดังนี้

ผ่าร่าง “พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม” ให้สิทธิ LQBT แต่งงาน-รับสวัสดิการในฐานะคู่สมรส ช่างภาพพีพีทีวี
สัญลักษณ์ของความหลากหลายทางเพศ

หากผ่านเป็นกฎหมาย จะมีผลบังคับใช้ได้ในอีก 120 วัน

พระราชบัญญัตินี้ ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด 120 วัน นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป

รับรองการหมั้น/สมรสทุกเพศ เมื่ออายุ 18 ปี

การหมั้นจะทำได้ต่อเมื่อบุคคลทั้งสองฝ่ายมีอายุ 18 ปีบริบูรณ์แล้ว และการหมั้นจะสมบูรณ์ได้ เมื่อฝ่ายผู้หมั้นได้ส่งมอบหรือโอนทรัพย์สินอันเป็นของหมั้นให้แก่ผู้รับหมั้น เพื่อเป็นหลักฐานว่าจะสมรสกับผู้รับหมั้นนั้น อนึ่งเมื่อหมั้นแล้วให้ของหมั้นตกเป็นสิทธิแก่ผู้รับหมั้น

สำหรับ สินสอด เป็นทรัพย์สินซึ่งฝ่ายผู้หมั้นให้แก่ บิดา มารดา ผู้รับบุตรบุญธรรม หรือผู้ปกครองฝ่ายผู้รับหมั้น แล้วแต่กรณี เพื่อตอบแทนการที่ผู้รับหมั้นยอมสมรส

ส่วนกรณีการสมรส จะกระทำได้ต่อเมื่อบุคคลทั้งสองฝ่ายมีอายุ 18 ปีบริบูรณ์แล้วเช่นเดียวกัน เพื่อให้สอดคล้องกับอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก แต่ในกรณีมีเหตุอันสมควร ศาลอาจอนุญาตให้ทำการสมรสก่อนนั้นได้ เว้นแต่การสมรสกับบุคคลวิกลจริต คนที่ศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถ หรือบุคคลสองคนซึ่งเป็นญาติสืบสายโลหิตโดยตรงขึ้นไปหรือลงมาก็ดี และบุคคลที่ทำการสมรสขณะที่ตนมีคู่สมรสอยู่

ทั้งนี้ เมื่อมีพฤติการณ์พิศษซึ่งไม่อาจทำการจดทะเบียนสมรสต่อนายทะเบียนได้ เพราะบุคคลฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือทั้งสองฝ่ายตกอยู่ในอันตรายใกล้ความตาย หรืออยู่ในภาวะการรบหรือสงคราม ถ้าบุคคลทั้งสองนั้นได้แสดงเจตนาจะสมรสกันต่อหน้าบุคคล ซึ่งบรรลุนิติภาวะที่อยู่ ณ ที่นั้นแล้ว ให้บุคคลดังกล่าวจดแจ้งการแสดงเจตนาขอทำการสมรสของบุคคลทั้งสองนั้นไว้เป็นหลักฐาน และต่อมาบุคคลทั้งสองได้จดทะเบียนสมรสกันภายในเก้าสิบวัน นับแต่วันที่อาจทำการจดทะเบียนต่อนายทะเบียนได้ โดยแสดงหลักฐานต่อนายทะเบียน และให้นายทะเบียนจดแจ้งวัน เดือน ปี สถานที่ที่แสดงเจตนาขอทำการสมรส และพฤติการณ์พิเศษนั้น ไว้ในทะเบียนสมรส ให้ถือว่าวันแสดงเจตนาขอทำการสมรสต่อบุคคลดังกล่าวเป็นวันจดทะเบียนสมรส ต่อนายทะเบียนแล้ว

คู่สมรสจัดการทรัพย์สินสมรสร่วมกัน

สัญญาที่เกี่ยวกับทรัพย์สินใดที่คู่สมรสได้ทำไว้ต่อกันในระหว่างเป็นคู่สมรสกันนั้น ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะบอกล้างเสียในเวลาใดที่เป็นคู่สมรสกันอยู่หรือภายในกำหนด 1 ปีนับแต่วันที่ขาดจากการเป็นคู่สมรสกันก็ได้ แต่ไม่กระทบกระเทือนถึงสิทธิของบุคคลภายนอก ผู้ทำการโดยสุจริต โดยทรัพย์สินระหว่างคู่สมรส นอกจากที่ได้แยกไว้เป็นสินส่วนตัว ย่อมเป็นสินสมรส

สินสมรสใดที่มีเอกสารเป็นสำคัญ คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะร้องขอให้ลงชื่อตนเป็นเจ้าของรวมกันในเอกสารนั้นก็ได้

คู่สมรสต้องจัดการสินสมรสร่วมกันหรือได้รับความยินยอมจากอีกฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ในกรณีดังต่อไปนี้

(1) ขาย แลกเปลี่ยน ขายฝาก ให้เช่าซื้อ จำนอง ปลดจำนอง หรือโอนสิทธิจำนอง ซึ่งอสังหาริมทรัพย์หรือสังหาริมทรัพย์ที่อาจจำนองได้

(2) ก่อตั้งหรือกระทำให้สุดสิ้นลงทั้งหมดหรือบางส่วนซึ่งภาระจำยอม สิทธิอาศัย สิทธิเหนือพื้นดิน สิทธิเก็บกิน หรือภาระติดพันในอสังหาริมทรัพย์

(3) ให้เช่าอสังหาริมทรัพย์เกินสามปี

(4) ให้กู้ยืมเงิน

(5) ให้โดยเสน่หา เว้นแต่การให้ที่พอควรแก่ฐานานุรูปของครอบครัวเพื่อการกุศล เพื่อการสังคม หรือตามหน้าที่ธรรมจรรยา

(6) ประนีประนอมยอมความ

(7) มอบข้อพิพาทให้อนุญาโตตุลาการวินิจฉัย

(8) นำทรัพย์สินไปเป็นประกันหรือหลักประกันต่อเจ้าพนักงานหรือศาล การจัดการสินสมรสนอกจากกรณีที่บัญญัติไว้ในวรรคหนึ่ง คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง จัดการได้โดยมิต้องได้รับความยินยอมจากอีกฝ่ายหนึ่ง

ทั้งนี้คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่มีอำนาจทำพินัยกรรมยกสินสมรสที่เกินกว่าส่วนของตนให้แก่บุคคลใดได้

ในกรณีที่คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีอำนาจจัดการสินสมรสแต่ฝ่ายเดียว แล้วทำให้เกิดความเสียหายดังต่อไปนี้

  • จัดการสินสมรสเป็นที่เสียหายถึงขนาด
  • ไม่อุปการะเลี้ยงดูอีกฝ่ายหนึ่ง
  • มีหนี้สินล้นพ้นตัวหรือทำหนี้เกินกึ่งหนึ่งของสินสมรส
  • ขัดขวางการจัดการสินสมรสของอีกฝ่ายหนึ่งโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร
  • มีพฤติการณ์ปรากฏว่าจะทำความหายนะให้แก่สินสมรส

อีกฝ่ายหนึ่งอาจร้องขอให้ศาลสั่งอนุญาตให้ตนเป็นผู้จัดการสินสมรสแต่ผู้เดียวหรือสั่งให้แยกสินสมรสได้

หนี้สินคู่สมรส ให้รวมที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งก่อระหว่างเป็นคู่ชีวิต

หนี้ที่คู่สมรสเป็นลูกหนี้ร่วมกันนั้นให้รวมถึงหนี้ที่คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งก่อให้เกิดขึ้นในระหว่างสมรส ดังต่อไปนี้

(1) หนี้เกี่ยวแก่การจัดการบ้านเรือนและจัดหาสิ่งจำเป็นสำหรับครอบครัว การอุปการะเลี้ยงดู ตลอดถึงการรักษาพยาบาลบุคคลในครอบครัวและการศึกษาของบุตรตามสมควรแก่อัตภาพ

(2) หนี้ที่เกี่ยวข้องกับสินสมรส

(3) หนี้ที่เกิดขึ้นเนื่องจากการงานซึ่งคู่สมรสทำด้วยกัน

(4) หนี้ที่คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งก่อขึ้นเพื่อประโยชน์ตนฝ่ายเดียว แต่อีกฝ่ายหนึ่งได้ให้สัตยาบัน

แต่ถ้าคู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้องคำพิพากษาให้ล้มละลาย สินสมรสย่อมแยกจากกันโดยอำนาจกฎหมาย นับแต่วันที่ศาลพิพากษาให้ล้มละลาย

10 เหตุให้ฟ้องหย่าของคู่สมรส

เมื่อได้จดทะเบียนสมรสแล้ว การหย่าโดยความยินยอมจะสมบูรณ์ได้ เมื่อคู่สมรสได้จดทะเบียนหย่า โดยเหตุฟ้องหย่า มีดังต่อไปนี้

(1) คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่องผู้อื่นฉันคู่สมรส เป็นชู้หรือมีชู้ ร่วมประเวณีกับผู้อื่นเป็นอาจิณ หรือกระทำกับผู้อื่นหรือยอมรับการกระทำของผู้อื่นเพื่อสนองความใคร่ ของตนหรือผู้อื่นเป็นอาจิณ อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้

(2) คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งประพฤติชั่ว ไม่ว่าความประพฤติชั่วนั้นจะเป็นความผิด อาญาหรือไม่ ถ้าเป็นเหตุให้อีกฝ่ายหนึ่ง ได้รับความอับอายขายหน้าอย่างร้ายแรง, ได้รับความดูถูกเกลียดชังเพราะเหตุที่คงเป็นคู่สมรสของฝ่ายที่ประพฤติชั่ว

อยู่ต่อไป หรือ ได้รับความเสียหายหรือเดือดร้อนเกินควร ในเมื่อเอาสภาพ ฐานะและความเป็นอยู่ร่วมกันฉันคู่สมรสมาคำนึงประกอบอีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้

(3) คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทำร้าย หรือทรมานร่างกาย จิตใจ หมิ่นประมาท หรือเหยียดหยามอีกฝ่ายหนึ่งหรือบุพการีของอีกฝ่ายหนึ่ง ทั้งนี้ ถ้าเป็นการร้ายแรง อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้

(4) คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจงใจละทิ้งร้างอีกฝ่ายหนึ่งไปเกิน 1 ปี อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้

(4/1) คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก และได้ถูกจำคุกเกินหนึ่งปีในความผิดที่อีกฝ่ายหนึ่งมิได้มีส่วนก่อให้เกิดการกระทำความผิดหรือยินยอมหรือรู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิดนั้นด้วย และการเป็นคู่สมรสกันต่อไปจะเป็นเหตุให้อีกฝ่ายหนึ่งได้รับความเสียหาย หรือเดือดร้อนเกินควร อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้

(4/2) คู่สมรสสมัครใจแยกกันอยู่เพราะเหตุที่ไม่อาจอยู่ร่วมกันฉันคู่สมรสได้โดยปกติสุขตลอดมาเกิน 3 ปี หรือแยกกันอยู่ตามคำสั่งของศาลเป็นเวลาเกิน 3 ปี ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้

(5) คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถูกศาลสั่งให้เป็นคนสาบสูญ หรือไปจากภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่เป็นเวลาเกินสามปีโดยไม่มีใครทราบแน่ว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไร อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้

(6) คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ให้ความช่วยเหลืออุปการะเลี้ยงดูอีกฝ่ายหนึ่งตามสมควร หรือทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อการที่เป็นคู่สมรสอย่างร้ายแรง โดยการกระทำนั้นถึงขนาดที่อีกฝ่ายหนึ่งเดือดร้อนเกินควรในเมื่อเอาสภาพ ฐานะและความเป็นอยู่ร่วมกันฉันคู่สมรสมาคำนึงประกอบ อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้

(7) คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งวิกลจริตตลอดมาเกินสามปี และความวิกลจริตนั้นมีลักษณะยากจะหายได้ กับทั้งความวิกลจริตถึงขนาดที่จะทนอยู่ร่วมกันฉันคู่สมรสต่อไปไม่ได้ อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้

(8) คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งผิดทัณฑ์บนที่ทำให้ไว้เป็นหนังสือในเรื่องความประพฤติ อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้

(9) คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นโรคติดต่ออย่างร้ายแรงอันอาจเป็นภัยแก่อีกฝ่ายหนึ่ง และโรคมีลักษณะเรื้อรังไม่มีทางที่จะหายได้ อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้

(10) คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีสภาพแห่งกายทำให้ไม่อาจร่วมประเวณี หรือไม่อาจกระทำการหรือยอมรับการกระทำเพื่อสนองความใคร่ของอีกฝ่ายได้ตลอดกาล อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้

คู่สมรสมีสิทธิเรียกค่าทดแทนเมื่ออีกฝ่ายมีชู้

คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะเรียกค่าทดแทนจากผู้ซึ่งล่วงเกินคู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่ง

ไปในทำนองชู้ หรือจากผู้ซึ่งแสดงตนโดยเปิดเผยเพื่อแสดงว่าตนมีความสัมพันธ์กับคู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่งในทำนองชู้ก็ได้ เว้นแต่กรณีที่คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีสภาพแห่งกายทำให้ไม่อาจร่วมประเวณี หรือไม่อาจกระทำการหรือยอมรับการกระทำเพื่อสนองความใคร่ของอีกฝ่ายได้ตลอดกาล จะเรียกค่าทดแทนไม่ได้

ข้อกฎหมายที่อ้างถึงสามีภรรยา ให้ถือว่าหมายถึง “คู่สมรส”

บรรดาบทกฎหมายแห่งกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ข้อกำหนด ข้อบัญญัติ ประกาศ คำสั่ง หรือมติคณะรัฐมนตรีใด ที่อ้างถึง สามี ภริยา หรือสามีภริยา ให้ถือว่าอ้างถึงคู่สมรสที่จดทะเบียนสมรสตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ด้วย

ทั้งนี้ มิให้นำมาใช้บังคับแก่กรณีที่บทบัญญัติแห่งกฎหมาย กฎระเบียบ ข้อบังคับ ข้อกำหนด ข้อบัญญัติ ประกาศ คำสั่ง หรือมติคณะรัฐมนตรีกำหนดสิทธิ หน้าที่ สถานะทางกฎหมาย หรือเรื่องอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับสามี ภริยา หรือสามีภริยาไว้แตกต่างกัน

นั่นหมายความว่า หากร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียมผ่านการพิจารณาของรัฐสภา โดยไม่มีการแก้ไขเนื้อหาส่วนนี้ในชั้นวุฒิสภา และมีผลบังคับใช้ในประกาศราชกิจจานุเบกษา คู่สมรสไม่ว่าจะเพศใดที่ไปจดทะเบียนสมรส ก็จะมีสิทธิ ได้รับสิทธิประโยชน์ สวัสดิการตามกฎหมายต่างๆ เช่นเดียวกันกับคู่สมรสชายหญิง

ก้าวต่อไปของ “สมรสเท่าเทียม”

สำหรับก้าวต่อไปของ “กฎหมายสมรสเท่าเทียม” นั้น จะเข้าสู่การพิจารณาร่างกฎหมายของ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) เป็นขั้นต่อไป ซึ่งจะต้องพิจารณาร่างกฎหมายสามวาระเช่นเดียวกับสภาผู้แทนราษฎร คือ วาระที่หนึ่ง “รับหลักการ” วาระที่สอง “ลงมติรายมาตรา” และวาระที่สาม “เห็นชอบทั้งฉบับ”

อย่างไรก็ตามวุฒิสภาไม่มีอำนาจปัดตก หรือทำให้ร่างกฎหมายที่ผ่านสภาผู้แทนราษฎรแล้ว หายไปได้แล้ว โดยจะลงมติได้สามกรณี ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 137 คือ เห็นชอบ ไม่เห็นชอบ และแก้ไขเพิ่มเติม

กรณีเห็นชอบ

ถ้า สว. เห็นชอบด้วยกับร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียมในสามวาระ ก็เท่ากับร่างกฎหมายผ่านสองสภา และเตรียมนำเข้าสู่ขั้นตอนประกาศใช้เป็นกฎหมายต่อไป

กรณีไม่เห็นชอบ

ถ้า สว. ไม่เห็นชอบด้วย และ ให้ “ยับยั้ง” ร่างกฎหมายไว้ก่อน แล้วส่งกลับไปยังสภาผู้แทนราษฎร ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 138 สภาผู้แทนราษฎรจะดำเนินการตามขั้นตอนดังต่อไปนี้

  1. สภาผู้แทนราษฎรอาจยกร่างกฎหมายนั้น กลับมาพิจารณาใหม่ได้หลังพ้นไปแล้ว 180 วันแต่ถ้าเป็นร่างกฎหมายเกี่ยวกับการเงินให้ลดเหลือ 10 วัน
  2. เมื่อนำกลับมาพิจารณาใหม่แล้ว และลงมติยืนยันร่างเดิมด้วยคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของสภาผู้แทนราษฎรเท่าที่มีอยู่ ถือว่าร่างฉบับนั้นได้รับความเห็นชอบแล้ว

จากนั้นจะเข้าสู่ขั้นตอนประกาศใช้เป็นกฎหมายต่อไป

กรณีมีมติแก้ไขเพิ่มเติม

ถ้า สว. มีมติแก้ไขเพิ่มเติม ให้ส่งร่างกฎหมายที่แก้ไขเพิ่มเติมแล้วไปยังสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งหาก สส.เห็นด้วย/ไม่เห็นด้วยนั้น จะต้องดำเนินการตามขั้นตอนดังต่อไปนี้

  1. ถ้า สส. เห็นชอบด้วย ก็นำสู่ขั้นตอนประกาศใช้เป็นกฎหมาย
  2. ถ้า สส. ไม่เห็นด้วย ให้ตั้ง “คณะกรรมาธิการร่วม” ของสองสภาขึ้นมาพิจารณาอีกชั้นหนึ่ง โดยกรรมาธิการมีจำนวน สส. และ สว. เท่ากัน เมื่อกรรมาธิการร่วมพิจารณาร่างกฎหมายเสร็จแล้ว ให้เสนอต่อทั้งสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา ถ้าสภาทั้งสองเห็นชอบด้วย ก็นำสู่ขั้นตอนประกาศใช้เป็นกฎหมาย แต่ถ้าสภาใดสภาหนึ่งไม่เห็นชอบให้ยับยั้งร่างกฎหมายนั้นไว้ก่อน ซึ่ง สส. อาจยกขึ้นมาพิจารณาใหม่ได้หลัง 180 วัน โดยอาจยืนยันร่างเดิม หรือร่างที่คณะกรรมาธิการร่วมกันพิจารณาก็ได้

อย่างไรก็ดี สมัยประชุมรัฐสภาสมัยสามัญประจำปีที่หนึ่ง ครั้งที่สอง กำลังจะปิดในวันที่ 10 เมษายน 2567 และจะเปิดสมัยประชุมหน้าในวันที่ 3 กรกฎาคม 2567 ซึ่ง สว. ชุดพิเศษ 250 คน ที่มาจาการแต่งตั้งโดย คสช. กำลังจะหมดอายุในวันที่ 11 พฤษภาคม 2567

และคาดว่า สว. ชุดใหม่ จำนวน 200 คน ที่มาจากการ “เลือกกันเอง” ในกลุ่มอาชีพ น่าจะเข้าปฏิบัติหน้าที่ในช่วงกลางเดือนกรกฎาคม 2567 จึงมีโอกาสที่ร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียม จะเข้าสู่การพิจารณาของโดยวุฒิสภาชุดใหม่ 200 คน

คงจะต้องติดตามกันต่อไปว่าร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียมนี้ จะได้ประกาศออกมาเป็นกฎหมายเมื่อใด และจะยังมีการปรับแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติอย่างไรอีกหรือไม่ แต่ที่แน่ๆ ความฝันในการสมรสของคู่รัก LGBTQIAN+ และการได้รับสิทธิสวัสดิการจากรัฐในฐานะคู่สมรส ใกล้จะถึงฝั่งฝันเข้ามาแล้ว

ขอบคุณข้อมูลจาก : รัฐสภา และ ilaw

สภาฯ โหวตผ่านร่างพ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม

ผู้เชี่ยวชาญชี้ เรือชนสะพานบัลติมอร์จนถล่ม เป็นเรื่อง “ผิดปกติ”

10 เม.ย.นี้ ดิจิทัล วอลเล็ต ชัดเจนทุกอย่าง สมบูรณ์ ตอบโจทย์ทุกฝ่าย

PR-โปรแกรมผลบอล_B PR-โปรแกรมผลบอล_B
TOP สังคม
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด โปรแกรมฟุตบอล คุณสนใจหรือไม่?

alt="ผ่าร่าง “พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม” ให้สิทธิ LQBT แต่งงาน-รับสวัสดิการในฐานะคู่สมรส"

เมืองทอง ยูไนเต็ด

VS
alt="ผ่าร่าง “พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม” ให้สิทธิ LQBT แต่งงาน-รับสวัสดิการในฐานะคู่สมรส"

ชลบุรี เอฟซี

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ