หลังจากที่มีการเผยแพร่คลิปเจ้าของร้านหมูกระทะชื่อดัง ในเมืองพัทยา ทำโทษพนักงานในร้านด้วยการตีอย่างแรงหลายครั้ง จนทำให้เกิดทัวร์ลงในเฟซบุ๊กเจ้าของร้าน ที่เป็นคนทำโทษพนักงานในคลิปดังกล่าว
ก่อนที่ต่อมา ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่ร้านหมูกระทะดังกล่าว ในเมืองพัทยา โดยได้เข้าติดต่อสอบถามข้อเท็จจริงเรื่องคลิปดังกล่าว ซึ่งทราบว่าเป็นคลิปที่เจ้าของร้านได้ทำโทษพนักงานที่มาทำงานสายหลายนาที และหลายวันติดต่อกัน โดยมีพนักงาน 5 คน ที่ถูกทำโทษ และมีลูกค้าออกไปเผยแพร่ในโลกออนไลน์
จนภายหลังเหมือนว่าจะจบลงด้วยดี เมื่อทางพนักงาน ออกมายืนยันว่าเต็มใจให้ลงโทษด้วยการฟาด แทนการหักเงิน ซึ่งแท้จริงแล้ว เจ๊เจ้าของร้านเป็นคนใจดี คุยสนุก ชอบช่วยเหลือน้อง ๆ พนักงานมาโดยตลอด
แต่เรื่องราวกลับไม่จบง่าย ๆ เมื่อ นางสาวอนงค์ แม่ของพนักงานที่ถูกทำโทษ หลังจากเห็นคลิปที่แชร์ออกมา ก็รีบเดินทางจาก จ.อุดรธานี มาหาลูกชาย คือนายบอย และลูกสะใภ้ คือ นางสาวแนน ซึ่งเป็นพนักงานที่ถูกตีทำโทษแทนการหักเงิน
นางสาวอนงค์ กล่าวว่า ตอนที่เห็นคลิปเธอตกใจมาก เพราะเจ้าของร้านง้างมือฟาดอย่างรุนแรง จึงรีบโทรหาลูกชายด้วยความเป็นห่วง พอเป็นข่าวดังขึ้นมา ทางร้านได้โทรศัพท์มาไกล่เกลี่ยกับเธอ ซึ่งก็มีการนัดกันช่วงเย็นวันนี้ เธอจึงตีรถไกลจากอุดรฯ มานัดเจอกันเพื่อเคลียร์ใจ และขอโทษขอโพยกัน ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองพัทยา
แต่ปรากฎว่าเมื่อถึงเวลานัดหมาย เจ้าของร้านไม่ยอมมาตามนัด แถมให้คนอื่นที่ไม่ใช่ตัวเอง โทรศัพท์อ้างบ่ายเบี่ยงต่าง ๆ โดยที่เจ้าของไม่มีความรับผิดชอบอะไร แม้แต่คำขอโทษก็ไม่มี และถือว่าให้โอกาสไปแล้ว
จึงตัดสินแจ้งความเอาผิด ซึ่งระหว่างเข้าแจ้งความก็มีคนโทรมาขอไกล่เกลี่ยตลอด แต่สายไปแล้ว ซึ่งความรู้สึกที่มีนั้นเสียไปแล้ว
ส่วน น้องแนน กับ นายบอย ยืนยันแล้วว่า จะไม่ขอกลับไปทำงานที่ร้านหมูกระทะนั้นอีก เพราะเสียใจมากกับสิ่งที่เกิดขึ้นเพราะคำพูด ซึ่งที่จริงแล้ววันนั้น นายบอย โดนเจ๊เจ้าของร้านฟาดไปทั้งหมด 16 ครั้ง เป็นความผิดของนายบอยเอง 12 ครั้ง ส่วนอีก 6 ครั้ง เป็นการรับผิดแทน น.ส.แนน แฟนสาวที่ทำงานอยู่ในร้านด้วยกัน ส่วนคดีความก็ขอให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป
ล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่ร้านหมูกระทะที่เกิดเหตุ เพื่อพูดคุยกับ นางสาวยุวดี เจ้าของร้าน เธอกล่าวว่า คลิปที่มีการเผยแพร่ไปนั้นเป็นเรื่องจริงทั้งหมด โดยมีการเขียนลายลักษณ์อักษรด้วยว่าสมัครใจให้ตีก้น หรือให้หักเงิน โดยทั้งสองคนที่ถูกตีได้ลงชื่อสมัครใจให้ตีก้นแทนการหักเงิน
ส่วนเรื่องที่มีการแจ้งความหรือไม่ยอมไปพบนั้น ตนได้มีการติดต่อกับน้องผู้เสียหายทั้งสองอยู่ตลอด ชึ่งตอนแรกน้องบอกว่า แม่จะมาถึงตอน 10 โมงเช้า ตนเองรอจนถึงเที่ยงวัน และมีการติดต่อกลับไปว่าถึงไหนแล้ว น้องตอบกลับว่าแม่ถึงตอน 4 โมงเย็น เธอจึงขอเลื่อนเป็น 2 ทุ่ม เพราะเธอทำงานมาทั้งคืน ขอเวลาพักผ่อน
เธอยังยืนยันว่า ไม่ได้หายไปไหนตามที่น้องและแม่น้องออกมาพูด และพร้อมจะดูแลเรื่องค่าเสียหายทั้งหมดให้กับทั้งสองคนด้วย
ส่วนเรื่องกฎระเบียบตีก้นนั้น หลังจากนี้จะยกเลิกและไม่นำขึ้นมาใช้อีก โดยจะเป็นการหักเงินตามความจริง หลังจากนี้ก็จะเดินหน้าต่อสู้และพร้อมรับผิดทั้งหมดกับเรื่องที่เกิดขึ้นด้วย