อาคารรูปหอยสังข์ขนาดใหญ่ ซึ่งสร้างในพื้นที่วิทยาลัยประมงติณสูลานนท์ จังหวัดสงขลา และเป็นที่รู้จักกันในชื่อ “อควาเรียมหอยสังข์” หวังจะให้เป็นสถานที่จัดแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ พันธุ์ไม้น้ำ และการเพาะขยายพันธุ์ รวมถึงเป็นสถานที่วิจัย และจำลองระบบนิเศทะเลสงขลา แต่ทุกวันนี้เป็นได้เพียงอนุสรณ์สภานแห่งการทุจริต เพราะสร้างไม่เสร็จ ถูกทิ้งร้างยาวนานนับสิบปี
เมื่อปี 2551 หลังจากสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา หรือ สอศ. กระทรวงศึกษาธิการ ลงนามว่าจ้างเอกชนผู้รับเหมาก่อสร้าง ก็เริ่มปักหมุด ตอกเสาเข็ม โดยมีกำหนดสร้างแล้วเสร็จในปี 2554 ใช้วงเงินงบประมาณราว 800 ล้านบาท แต่จากวันนั้นจนถึงวันนี้ผ่านมาแล้วถึง 15 ปี อควาเรียมหอยสังข์ยังสร้างไม่เสร็จ และงบประมาณนั้นบานปลายไปแล้วถึง 1,400 ล้านบาท
ปัจจุบันสภาพอควาเรียมหอยสังข์ทรุดโทรมอย่างหนัก โดยเฉพาะบริเวณหอยสังข์ ซึ่งเป็นส่วนจัดแสดงสัตว์น้ำ ภายในมืดสนิท บนคานหลังคามีนกพิราบอาศัยอยู่ พื้นเต็มไปด้วยฝุ่นหนา และขี้นกจำนวนมาก ตลอดทางมีตู้จัดแสดงวางเรียงราย มีอุโมงค์สำหรับสัตว์น้ำขนาดใหญ่ แต่ภายในเต็มไปด้วยตะไคร่น้ำ ส่วนภายนอกแทบไม่ต่างกัน หลังคาเป็นรอยดำยาว พื้นดาดฟ้าจุดชมวิวปูนร่อนแตกหลายจุด
มหากาพย์อควาเรียมหอยสังข์ ที่ยืดเยื้อมานาน เริ่มมีความคืบหน้าหลังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ตรวจสอบ พบข้อพิรุธ เช่น การก่อสร้างไม่คืบหน้า แก้แบบหลายครั้ง งานไม่เรียบร้อย แต่ยังอนุมัติ และตรวจรับงานเพื่อขอเงินในงวดอื่นได้ ขณะเดียวกันยังพบว่า ตั้งแต่กระบวนการออกแบบ จนถึงการปรับแก้ไขแบบ ที่อาจมีการเอื้อประโยชน์ให้กับผู้รับจ้างหรือไม่ เบื้องต้นป.ป.ช.ได้แจ้งข้อกล่าวหาแล้ว 27 คน และในจำนวนนี้มีผู้ถูกไต่สวนถึง 4 คน ส่วนวิทยาลัยประมงติณสูลานนท์ ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง เป็นเพียงเจ้าของสถานที่เท่านั้น
เป้าหมายแรกเริ่มของการก่อสร้างอควาเรียมหอยสังข์ นอกจากจะเป็นสถานที่เสดงพันธุ์สัตว์น้ำ พันธุ์ไม้น้ำ และการเพาะขยายพันธุ์ รวมถึงเป็นสถานที่วิจัย และจำลองระบบนิเวศทะเลสงขลาแล้ว โครงการนี้ยังถูกวางไว้ให้เป็นอควาเรียมที่ใหญ่ที่สุดในไทย แต่ผ่านมาเกินทศวรรษไปแล้ว ภาพลักษณ์อควาเรียมกลับเป็นตรงกันข้าม และไม่รู้ว่าต้องใช้เวลาอีกนานเท่าไร การดำเนินคดีถึงจะจบ แน่นอนว่า ชาวสงขลายังคงหวังให้อควาเรียมหอสังข์นั้นเดินหน้าต่อ เพราะการถูกปล่อยทิ้งร้าง แบบไร้อนาคตอย่างนี้ ก็ไม่ต่างจากอนุสรณ์สถานทุจริตพันล้านที่เอางบประมาณจากภาษีประชาชนมาเททิ้งลงทะเล.