จากกรณีลูกชายวัย 4 ขวบถูกกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) มารับตัวไปดูแลในศูนย์บ้านพักพิงเด็กฯ เพราะคิดว่าถูกพ่อแม่ล่วงละเมิดทางเพศ หลังพบร่องรอยบาดแผลบริเวณรูทวาร และทางแพทย์สันนิษฐานว่าเด็กอาจถูกล่วงมะเมิดมาเช่นเดียวกัน
แต่ทางครอบครัวยืนยันบอกว่าเป็นไปไม่ได้ ทั้งหมดเป็นเรื่องเข้าใจผิด พร้อมอ้างว่าวันที่เกิดเหตุก็มีน้าสาว รวมถึงลูกสาวอยู่ด้วยในบ้าน จึงเป็นไปไม่ได้ที่พ่อจะทำเช่นนั้นกับลูกชาย
ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังบ้านที่เกิดเหตุ ที่ อ.เมือง จ.ระยอง พบกับนายอาทิตย์ อายุ 27 ปี พ่อของเด็กชายวัย 4 ขวบ ที่ถูกกล่าวหาว่าทำร้ายลูกชายตัวเองจนเป็นเหตุให้เป็นแผลฉีกขาดที่ก้น และทางครอบครัวได้นำตัวเด็กไปรักษาที่โรงพยาบาลชลบุรี
นายอาทิตย์ ได้เปิดเผยว่า ตัวเองอาบน้ำพร้อมกับลูกชาย แล้วลูกชายเกิดอุบัติเหตุ ล้มลงขณะที่ตัวเองออกมาจากห้องน้ำ หลังจากนั้นพบว่ามีเลือดไหลจำนวนมาก ซึ่งต่อมามีน้าสาวของเด็กเดินเข้าไปช่วยขอยืนยันว่าไม่ได้ทำร้ายลูกชาย
ทางด้าน นางสาวประยุง อายุ 53 ปี น้าสาวของเด็กซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ ได้เปิดเผยว่า ช่วงเกิดเหตุ ได้ยินเสียงเด็กร้องกรี๊ดจึงเข้าไปดู จึงเห็นว่าเลือดเต็ม จึงได้นำตัวส่งโรงพยาบาลทันที
ขณะที่ นางสาวภวิกา อายุ 31 ปี แม่ของเด็ก ได้เปิดเผยว่า ต้องการสอบถามทางโรงพยาบาลชลบุรี ว่าทำไมถึงเอาลูกเราไป เราเป็นแม่เด็ก แต่ยังไม่ได้เจอลูกเลยจนป่านนี้ อยากรู้ว่าลูกเป็นอย่างไร ต้องการลูกคืนโดยเร็วที่สุด ซึ่งทาง พม.พยายามที่จะให้ตนเองเซ็นเอกสารยินยอมให้เด็กอยู่ที่บ้านพักเด็ก แต่ตัวเองไม่ยินยอม
นางสาวภวิกา ยืนยันว่า ทุกอย่างเป็นอุบัติเหตุ อยากได้ลูกคืน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่บอกให้เรารอผลชันสูตรซึ่งไม่รู้ว่าต้องรอนานเท่าไร หรือถ้าจะให้ตัวเองได้ลูกคืนแล้วต้องแยกกันอยู่กับสามี ตัวเองก็ยอมขอแค่ได้ลูกคืนเท่านั้น
ด้านนายอนุกูล ปีดแก้ว ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ระบุว่า โดยหลักการทำงานของเจ้าหน้าที่ พม. สำหรับเด็กอายุไม่เกิน 18 ปี เมื่อได้รับแจ้งหรือมีเหตุอันสงสัยว่าเด็กถูกเลี้ยงดูไม่เหมาะสม อยู่ในภาวะเสี่ยง ไม่ปลอดภัย เจ้าหน้าที่สามารถเข้าไปรับตัวเด็ก แยกจากผู้ปกครอง มาอยู่ในความคุ้มครองได้ ตาม พ.ร.บ. คุ้มครองเด็ก
นี่เป็นหลักการสากลของสิทธิเด็ก เมื่อเด็กมีความเสี่ยงจากการกระทำของผู้ปกครอง เด็กไม่ใช่บุคคลที่ควรอยู่ในอำนาจปกครองของผู้ปกครองอีกต่อไป เด็กควรได้ดูแลจากกระบวนการของรัฐ
โดยจะต้องเข้าไปชี้แจงกับผู้ปกครองก่อนจะรับเด็กออกมา ซึ่งเจ้าหน้าที่ไม่สามารถบุกเข้าไปในบ้านต้องไปพร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อเอาเด็กออกมาจากจุดที่มีความเสี่ยง โดยก่อนรับเด็กออกมาต้องมีการตรวจสอบก่อว่ามีเหตุอันสมควร ไม่ใช่ได้รับแจ้งแล้วไปรับออกมาเลย ต้องมีเหตุอันสงสัย เชื่อได้ว่าเด็กไม่ปลอดภัย ซึ่งผลตรวจร่างกายจากแพทย์ก็เป็นหนึ่งในเหตุอย่างหนึ่ง
แต่หากครอบครัวคิดว่าไม่เป็นธรรม สงสัยในวิธีปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ ก็สามารถร้องเรียนได้ โดยแจ้งความผ่านพนักงานสอบสวน
หลังจากนี้การจะพิสูจน์ว่าเด็กถูกกระทำจริงหรือไม่ เป็นในทางอุบัติเหตุ หรือความบกพร่องของผู้ปกครอง หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ทำเกินเลยบทบาท ก็เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวน ถ้ามีเหตุเพียงพอก็ฟ้องต่อศาลต่อไป