จากกรณี "พระพุทธรูปองค์ใหญ่" ถูกขุดพบในหาดทรายแม่น้ำโขงบริเวณดอนผึ้งคำ เมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว ตรงกันข้ามกับ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ของประเทศไทย โดยองค์แรกมีหน้าตักกว้างประมาณประมาณ 1.7 เมตร สูงประมาณ 2 เมตร และ อีกองค์กว้างประมาณ 1 เมตร โดยยังคงมีสภาพที่สมบูรณ์งดงาม นั้น
วันที่ 17 พ.ค.2567 พระใบฎีกากษิพัฑฒิ สินิภทุโท (ครูบาอ๊อด) รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดป่ายาง-สบยาบ ต.แม่เย็น อ.เชียงแสน สันนิฐานว่าบริเวณที่ขุดพบพระพุทธรูปสมัยโบราณเป็นเกาะดอนแท่น
ซึ่งเชื่อมต่อเขตอ.เชียงแสนในปัจจุบัน และมีการจดบันทึกไว้ในสมัยเชียงแสน ว่าบริเวณดังกล่าวเป็นเกาะดอนแท่น สมัยก่อนบริเวณดังกล่าว เป็นที่ตั้งของวัดต่างๆราว 10 กว่าสวัด กระแสน้ำแรงขยายใหญ่ขึ้นเริ่มเปลี่ยนทิศ ได้กลื่นเกาะดอนแท่นหายไป จมอยู่ใต้ลำน้ำโขง และอีกหลายวัดสูญหาย อยู่ในยุคปี 1800 หรือ 1900 ที่ผ่านมา หรือเกาะดอนแท่นสูญหายราว 200 ปี
ซึ่งการขุดค้นพบพระพุทธรูปนี้ เกิดจากน้ำได้แห้งคอด ทางชาวบ้านได้นำเครื่องจักรเข้าไปขุดทราย เพื่อนจะนำไปสร้างทางเข้าวัด ทางฝั่ง สปป-ลาว กระทั้งไปพบพระพุทธรูปได้มาจำนวนมากราว 200 กว่าองค์ ซึ่งถือเป็นการขุดพบครั้งใหญ่ที่เคยพบมา
เมืองเชียงแสนมีความเจริญรุ่งเรืองในสมัยปี 1870 พระพญาแสนพู พระมหากษัตริย์องค์ที่ 3 ของราชวงค์มังราย ได้ฟื้นฟูเมืองเชียงแสนขึ้นมาอีกครั้ง ด้วยยุคสมัยที่เฟืองฟูเมืองวเชียงแสน มีความมังคั่งจึงได้มีการสร้างวัด สร้างเมือง สร้างพำระพุทธรูปขึ้นจำนวนมาก โดยพระพุทธรูปส่วนใหญ่จะเป็นศิลปะ เช่นพระสิงค์ 1 สิงค์ 2 ที่มีความาสวยงานที่สุดของล้านนา
ต่อมาได้นิยมพระพุทธรูปศิลปะช่างฝาง หรือเรียกว่าศิลปะล้านนาผสมล้านช้าง ซึ่งก็เป็นรูปลักษณะที่ขุดพบในฝั่งลาว ซึ้งก็สันนิฐานได้ว่า พระที่ถูกขุดค้นพบดอนทรายฝั่งลาว เป็นศิลปะล้านนาผสมล้านช้าง ซึ่งอยู่ในยุค 2100 เป็นต้นมา อายุราว 300-400 ปี ไม่เกิดนี้ ซึ่งพระพุทธรูปที่ขุดค้นพบได้เมื่อวาน พบว่ามีความคล้ายคลึงวัดในพื้นที่เชียงแสน และ อ.แม่จัน จากรูปทรง
6 ผักป้องกันไขมันพอกตับ กำจัดสารพิษ สรรพคุณช่วยป้องกันมะเร็งตับได้