จากกรณีที่ ทนายฤษฎางค์ นุตจรัส หรือทนายด่าง ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่าโรงพยาบาลราชทัณฑ์ทำการรักษาและช่วยชีวิต "บุ้ง" เนติพร เสน่ห์สังคม อย่างผิดวิธีจนอาจเป็นสาเหตุทำให้เธอเสียชีวิตนั้น
ล่าสุด กรมราชทัณฑ์ ชี้แจงว่า ได้รับรายงานจากทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ชี้แจงกระบวนการรักษา และการช่วยชีวิตนางสาวเนติพรเมื่อวันที่ 14 พ.ค.ที่ผ่านมาว่า ทีมบุคลากรทางการแพทย์ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ได้ช่วยชีวิตนางสาวเนติพรในภาวะวิกฤตตามมาตรฐานการรักษาพยาบาล
โดยมีแพทย์ดำเนินการใส่ท่อช่วยหายใจ นวดหัวใจ พร้อมให้ยากระตุ้นหัวใจ ยากระตุ้นความดันโลหิตตามมาตรฐานการช่วยชีวิตขั้นสูง และทีมบุคลากรทางการแพทย์ให้การดูแลรักษาอย่างใกล้ชิดตลอดช่วงเวลา จนส่งตัวผู้ป่วยถึงโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ
กรมราชทัณฑ์ ขอยืนยันว่า ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ยังคงให้การดูแลรักษาผู้ต้องขังทุกรายตามมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุข โดยมีบุคลากร อุปกรณ์ และเครื่องมือทางการแพทย์ที่ใช้ในการช่วยชีวิตผู้ป่วย ล้วนแล้วแต่ได้มาตรฐานถูกต้องทุกประการ ตลอดจนกระบวนการ การรักษาที่เป็นไปตามหลักวิชาชีพ
ทั้งนี้ กรมราชทัณฑ์ขอให้ติดตามข้อมูลทางการแพทย์ และผลการชันสูตรสาเหตุการเสียชีวิตจากโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมเกียรติ เพื่อเป็นข้อมูลที่เชื่อถือได้ต่อไปสำหรับประวัติการรักษาพยาบาลของนางสาวเนติพรฯ ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ได้เตรียมพร้อมให้ญาติหรือทนายความที่ได้รับมอบอำนาจมารับเอกสารในวันเปิดทำการ
การชี้แจงเกิดขึ้น หลัง นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ระบุว่า ตอนที่บุ้งไปถึง รพ.ธรรมศาสตร์ฯ เวลา 09.30 น. ของวันที่ 14 พ.ค.น้องไม่หายใจ ไม่มีสัญญาณชีพ รพ.ธรรมศาตร์ฯ ตรวจพบว่า การรักษาพยาบาล จาก รพ.ราชทัณฑ์ ส่งมาโดยรถพยาบาล ทำผิดพลาด โดยใส่ท่อช่วยหายในผิดตำแหน่ง จากที่ต้องสอดใส่ไว้ในหลอดลม เพื่อนำอากาศเข้าสู่ปอด กระตุ้นให้ปอดทำงาน บีบออกซิเจนไปที่หัวใจต่อไป
แต่ตามสภาพการรายงานของแพทย์ที่รับน้องจากมือของราชทัณฑ์ คือเขาใส่ท่อช่วยหายใจไว้ในหลอดอาหาร ซึ่งมีหลักฐานยืนยัน ตามการตรวจสอบเอกสารที่จัดทำขึ้น แล้วไม่มีโอกาสเปลี่ยนแปลง ซึ่งมีการถ่ายภาพ มีรายละเอียดชัด ผลของการใส่ท่อช่วยหายใจที่เป็นอุปกรณ์ให้น้องฟื้นกลับมา แต่เอาไปใส่ในหลอดอาหาร ผลคืออากาศเข้าไปในท้องในลำไส้
หากมองด้วยตาก็เห็น ในขณะที่ผ่า และตนเป็นพยาน อาการคือท้องของน้องจะบวมมาก ลำไส้เต็มไปด้วยลมทั้งนั้น แทนที่จะสอดเข้าไปในหลอดลม เป็นสาเหตุที่คุณหมอบอกว่า จึงวัดค่าการหายใจที่ออกมา จากปกติค่า CO2 ประมาณ 30-40 ตามมาตรฐาน ซึ่งถ้ามีปัญหาตามมาตราฐานก็น่าจะอยู่ที่ 10 แต่ของน้อง ลมหายใจที่ออกมาค่า ETCO2 เป็น 0 เมื่อถึงมือหมอ รพ.ธรรมศาสตร์ฯ