จากกรณี ที่เจ้าของแจ้งความว่า ทำทองคำมูลค่า 49 บาท หายระหว่างจะไปส่งที่ร้านทองแห่งหนึ่งย่านเยาวราช ซึ่งประกาศให้คนเก็บได้นำมาคืนจะไม่เอาความนั้น ล่าสุดตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.บางยี่ขัน คุมตัวลุงสง่า คนขับแท็กซี่ มาสอบสวนหลังพบว่า เป็นผู้หยิบกระเป๋าใส่ทองที่ตกอยู่กลางถนนบรมราชชนนี เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม มาสอบปากคำ สื่อมวลชนได้พยามสอบถามว่า วันที่เก็บกระเป๋าไปรู้มั้ยว่าเป็นทอง, ทำไมไม่นำทองมาคืน, ได้คุยกับเจ้าของทองหรือยัง, กลัวได้รับผิดหรือไม่ แต่คนขับแท็กซี่ปฏิเสธที่จะตอบคำถาม
ทั้งนี้ การจับกุมนายสง่า เนื่องจากมีหลักฐานเป็นภาพวงจรปิดบริเวณหน้าร้านขายปากซอยบรมราชนนี 7 ถนนบรมราชชนนี ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับฝั่งที่ผู้เสียหาย อ้างว่าทำทองตกครั้งแรก จะสังเกตเห็นรถยนต์สีบรอนซ์เทาคันหนึ่ง ขับผ่านมาบนถนนบรมราชชนนี ประมาณเลนที่ 3 และเหมือนจะมีสิ่งของบางอย่างตกลงมาจากบริเวณท้ายรถ จากนั้น จะเห็นว่าลุงขับรถแท็กซี่เหมือนจะเห็นว่ามีของตกอยู่กลางถนน จึงเดินข้ามถนนตรงไปเก็บของที่อยู่กลางถนน แล้วเดินกลับมาที่ร้านก๋วยเตี๋ยว นำกระเป๋าที่เก็บได้กลางถนนมาวางไว้ข้างๆ แล้วนั่งกินก๋วยเตี๋ยวต่ออีกประมาณ 5 นาที ก่อนหยิบกระเป๋าออกไปจากร้านไปขึ้นรถแล้วจะขับออกไป
ทั้งนี้ ทราบว่า ลุงคนขับแท็กซี่ได้นำทอง 2 บาท ไปขายให้กับร้านทองแห่งหนึ่ง ได้เงินมาจำนวน 60,000 บาท ซึ่งเงินดังกล่าวยังไม่ได้นำมาใช้จ่าย โดยสาเหตุที่นำทองไปขาย อ้างว่าเพื่อที่จะพิสูจน์ว่าทองที่เก็บได้เป็นของจริงหรือไม่ หลังการสอบสวนและจำนนต่อหลักฐาน ลุงสง่า บอกว่า อยากขอโทษกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ที่ทำให้หลายคนได้รับความเดือดร้อน ยืนยันว่าตนเองไม่มีเจตนาที่จะลักทรัพย์ แต่ไม่มีทีวีดู ไม่มีวิทยุฟัง จึงไม่รับรู้ข่าวสาร จากนี้พร้อมรับโทษ
นายชัยพร จริยธรรมานุกูล หรือ เฮียปุ๊ เจ้าของทอง เดินทางมาที่ สน.บางยี่ขัน เพื่อให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน โดยนำตราชั่งมาตรวจสอบทอง ที่ตำรวจยึดคืนมาได้ พบว่าทองอยู่ครบตามจำนวนประกอบด้วย ทองรูปพรรณ 40 บาท และทองแท่ง 9 บาท เฮียปุ๊ บอกว่า พูดคุยกับลุงสง่าแล้วตนเองก็ติดใจในพฤติกรรม เนื่องจากเหตุผลที่ลุงสง่าอธิบายฟังไม่ขึ้นจึงตัดสินใจให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีตามกฏหมาย
เฮียปุ๊ บอกอีกว่า มีความเชื่ออยู่แล้วว่าจะได้ทรัพย์สินคืน เนื่องจากก่อนหน้านี้ได้เดินทางไปกราบไหว้พระที่นับถือในจังหวัดสุพรรณบุรี รวมทั้งหมด 3 วัด และพระทั้ง 3 วัดพูดเหมือนกัน ว่าจะได้ของคืนในวันที่ 27 พฤษภาคมนี้ หลังจากนี้ก็จะไปบวชแก้บน ตามที่ได้ไปบนเอาไว้ ว่าหากได้ทองคืนจะบวชพระให้ 3 วัน
ด้านนางสาวไพรินทร์ บอกว่า โล่งใจที่เจอทอง และไม่ต้องตกเป็นจำเลยของสังคม เพราะที่ผ่านมารู้สึกเครียดและกังวลมาโดยตลอด และเข็ดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จะไม่รับฝากทองไปให้ลูกค้าอีก
พล.ต.ต.กัมปนาท อรุณคีรีโรจน์ ผบก.น.7 ระบว่าต้องดำเนินคดีในฐานลักทรัพย์ ถึงแม้ว่าทางผู้เสียหายจะไม่ติดใจเอาความก็ตาม แต่คดีดังกล่าวเป็นอาญาแผ่นดิน ดังนั้นตำรวจจึงต้องดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมา และฝากเตือนประชาชนหากพบเห็นของตกหล่น ก็ต้องแจ้งกับเจ้าหน้าที่ไม่งั้นจะเป็นการลักทรัพย์ เนื่องจากเป็นคดีอาญา ไม่สามารถยอมความได้ต้องถูกดำเนินคดีตามกฏหมาย
เปิดปฏิทินวันหยุดเดือนมิถุนายน 2567 แนะวิธีลาให้ได้หยุดยาว 4 วัน