เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา หรือโออีซีดี (OECD) ได้เปิดเผยผลการประเมินสมรรถนะนักเรียนมาตรฐานสากล (Programme for International Student Assessment หรือ PISA) ประจำปี 2022 ในด้านการคิดสร้างสรรค์ (Creative Thinking) ซึ่งเป็นส่วนเสริมจากงานศึกษาหลักของ PISA ที่ประเมินความสามารถด้านคณิตศาสตร์ การอ่าน และวิทยาศาสตร์ของเด็กวัย 15 ปี ใน 81 ประเทศ
การประเมินด้านการคิดสร้างสรรค์นี้มีขึ้นในปี 2022 โดยศึกษาความสามารถในการคิดสร้างสรรค์ของเด็กวัย 15 ปี ใน 64 ประเทศที่เข้าร่วม เด็กนักเรียนจะมีเวลา 1 ชั่วโมงในการตอบโจทย์ปัญหาต่าง ๆ ที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์
PISA ได้ให้คำจำกัดความ “การคิดสร้างสรรค์” ว่าเป็นความสามารถในการสร้าง ประเมิน และต่อยอดไอเดียให้ออกมาเป็นวิธีแก้ปัญหาใหม่ ๆ ที่ได้ผล รวมถึงเพิ่มพูนความรู้ และแสดงออกซึ่งจินตนาการ
ข้อมูลเกี่ยวกับการคิดสร้างสรรค์นี้จะช่วยให้เข้าใจว่าระบบการศึกษาเตรียมพร้อมนักเรียนให้รู้จักคิดนอกกรอบในบริบทต่าง ๆ ได้ดีแค่ไหน
โดยประเทศที่เด็กนักเรียนมีความสามารถในการคิดสร้างสรรค์มากที่สุดคือ สิงคโปร์ ด้วยคะแนนเฉลี่ย 41 คะแนน ตามมาด้วยเกาหลีใต้ แคนาดา ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์
รายงานประเมินระบุว่า เด็กนักเรียนสิงคโปร์ได้คะแนนสูงที่สุดในหลายประเภท โดยเฉพาะการแก้ปัญหาเชิงสังคม ขณะที่เด็กนักเรียนในเกาหลีใต้ทำคะแนนได้ดีที่สุดในการแก้ปัญหาเชิงวิทยาศาสตร์ การประเมินผลและต่อยอดไอเดีย ส่วนนักเรียนในโปรตุเกสได้คะแนนมากที่สุดในการแสดงออกมาเป็นภาพ
ส่วนประเทศไทยอยู่อันดับที่ 54 มี 21 คะแนน ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มประเทศ OECD และอยู่ค่อนไปทางท้ายตาราง โดยเด็กนักเรียนไทยจะถนัดการสร้างไอเดียที่หลากหลาย การแสดงออกผ่านตัวหนังสือ และการแก้ปัญหาเชิงสังคม ขณะที่ส่วนที่ได้คะแนนน้อยที่สุดคือ การประเมินผลและต่อยอดไอเดีย
ในแง่ของปัจจัยด้านเพศและความเหลื่อมล้ำที่ส่งผลต่อการคิดสร้างสรรค์ ผลประเมินชี้ว่า เด็กผู้หญิงมีทักษะการคิดสร้างสรรค์สูงกว่าเด็กผู้ชายในทุกประเทศ ในส่วนของประเทศไทย เด็กผู้หญิงได้คะแนนการคิดสร้างสรรค์ 23 คะแนน ส่วนเด็กผู้ชายอยู่ที่ 19 คะแนน
ขณะเดียวกัน เด็กนักเรียนที่มีสถานะทางเศรษฐกิจและสังคมสูงกว่าจะมีความสามารถในการคิดสร้างสรรค์ดีกว่า โดยในกลุ่มประเทศ OECD เด็กที่มีโอกาสมากกว่าได้คะแนนสูงกว่าเด็กที่ด้อยโอกาสกว่าประมาณ 9.5 คะแนน
อย่างไรก็ตาม ความเชื่อมโยงระหว่างสถานะทางเศรษฐกิจและสังคมและความสามารถในการคิดสร้างสรรค์นั้นชัดเจนน้อยกว่า เมื่อเทียบกับความสามารถทางคณิตศาสตร์ การอ่าน และวิทยาศาสตร์
เมื่อถามถึงความเชื่อและทัศนคติของเด็กนักเรียนที่เกี่ยวกับการคิดสร้างสรรค์ เด็กนักเรียน 8 จาก 10 คน เชื่อว่าเป็นไปได้ที่จะมีความคิดสร้างสรรค์ในเกือบทุกหัวข้อ แต่มีเพียง 1 ใน 2 ที่เชื่อว่าความคิดสร้างสรรค์เป็นสิ่งที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ด้วยตัวเอง
ขณะที่สภาพแวดล้อมในโรงเรียนสามารถสร้างความแตกต่างได้ โดยในกลุ่มประเทศ OECD เด็กนักเรียนร้อยละ 60-70 ระบุว่าครูของพวกเขาให้ความสำคัญกับความคิดสร้างสรรค์ และสนับสนุนให้พวกเขาหาคำตอบของตัวเอง รวมถึงให้โอกาสแสดงความคิดในโรงเรียน ซึ่งนักเรียนในกลุ่มนี้จะมีคะแนนการคิดสร้างสรรค์สูงกว่ากลุ่มอื่น
รายงานยังระบุด้วยว่า การเข้าร่วมกิจกรรมในโรงเรียน เช่น ศิลปะ ละคร การเขียนเชิงสร้างสรรค์ หรือวิชาเขียนโปรแกรมอย่างสม่ำเสมอ (สัปดาห์ละครั้ง) ช่วยส่งเสริมการคิดสร้างสรรค์ได้มากกว่าการเข้าร่วมนานๆ ครั้ง หรือเข้าร่วมทุกวัน
“สนามแม่เหล็กดวงอาทิตย์สลับขั้ว” กำลังจะเกิด! มันคืออะไรและมีผลอย่างไร?