จากกรณีผู้ปกครองโรงเรียนชื่อดังในจังหวัดชลบุรีออกมาแฉว่า ทางโรงเรียนส่งหนังสือขอรับบริจาคเงินจากผู้ปกครองคนละ 2,500 บาทเพื่อนำไปจัดซื้อแอร์มาติดในห้องเรียน และขอปรับขึ้นค่าเทอม จึงมองว่าเป็นการเพิ่มภาระให้ผู้ปกครองในช่วงที่เศรษฐกิจไม่ดี
โดยปรากฎเอกสารของโรงเรียนชื่อดังใน จ.ชลบุรี ที่ส่งถึงผู้ปกครองตั้งแต่ระดับชั้น ม.1-ม.6 โดยเนื้อหาในเอกสารระบุว่าขอสนับสนุนเงินบริจาค จำนวน 2,500 บาท เพื่อนำไปใช้ในการติดเครื่องปรับอากาศ จำนวน 55 ห้องเรียนที่ยังไม่มีเครื่องปรับอากาศ
ซึ่งให้เหตุผลว่า เนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง อุณหภูมิสูงขึ้น ส่งผลต่อการจัดการเรียนการสอน ทำให้นักเรียนขาดประสิทธิภาพการเรียนรู้ เมื่อโรงเรียนได้รับเงินสนับสนุนแล้วก็จะรีบดำเนินการทันที
ขณะที่ผู้ปกครองจำนวนมากไม่เห็นด้วยกับการที่ทางโรงเรียนได้มาเรียกเก็บเงินกับผู้ปกครองแบบนี้เหมือนกับเป็นการบังคับ ทั้งที่ทางโรงเรียนจะต้องเป็นคนหางบมาดำเนินการเองไม่ใช้เป็นการโยนภาระมาให้กับทางผู้ปกครองบางคนมีลูกบุตรหลานเรียนถึง1-4 คน จะต้องจ่ายเงินเป็นจำนวนมาก
ทั้งนี้หากคำนวณคร่าวๆ นักเรียนมีห้องละ 40 คน ได้เงินไปจำนวนห้องละ 1 แสนบาท แล้วชั้นหนึ่งมีกี่ห้อง เป็นจำนวนเงินไม่น้อยที่จะมาเรียกเก็บกับทางผู้ปกครองซึ่งมองว่าทางโรงเรียนทำไม่ถูกต้อง ซึ่งก่อนหน้านี้มีการเรียกประชุมผู้ปกครองแล้วขอเก็บเงินโดยบอกว่าเงินที่เรียกเก็บไป 2,500 บาท จะมีการติดแอร์ห้องละ 2 ตัว แล้วเงินที่เหลือจะนำไปปรับปรุงห้องเพื่อให้สามารถติดแอร์ได้ ตอนนี้มีผู้ปกครองจำนวนมากมองว่าไม่โปร่งใส ซึ่งผู้ปกครองบางคนก็ยังไม่ฟื้นตัวจากสถานการณ์โควิด-19
ผู้ปกครองยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า เทอมที่แล้วทางโรงเรียนก็มีการขอรับบริจาคเงินเพื่อมาติดตั้งแอร์ แต่ผู้ปกครองไม่เห็นด้วย จึงขอรับบริจาคเงิน 500 บาท เพื่อนำมาปรับปรุงห้องน้ำของโรงเรียนและเทอมนี้ก็มีกระแสข่าวว่าจะมีการขอเพิ่มค่าเทอมคนละ 500 บาท อีกด้วย
ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามข้อเท็จจริงไปกับทางโรงเรียน ครูแจ้งว่าผูู้อำนวยการไม่อยู่ ส่วน สพฐ.ต้นสังกัดของโรงเรียนอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ จึงจะมีการชี้แจงอีกครั้ง
ประกันสังคม ย้ำ ผู้ประกันตนเกษียณอายุ-ชราภาพ รับเงินคืนได้ไม่สูญเปล่า!