หลังจาก เมื่อวันที่ 20 มิ.ย. 67 ที่ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการสอบสวนกลาง นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปปป. เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษหนุมานกองปราบ ลงพื้นที่จับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับคดีการออกเอกสารสิทธิ์ที่ดิน ส.ป.ก.โดยมิชอบ ในเขต ต.โพธิ์กลาง เชื่อมต่อกับ ต.หนองบัวศาลา อ.เมือง จ.นครราชสีมา
โดยมีชื่อบุคคล 13 ราย เป็นนอมินีครอบครองที่แทนนายทุน เพื่อใช้เป็นพื้นที่ทิ้งน้ำเสียของโรงงานแป้งมันขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ซึ่งตัวผู้ต้องหาดำเนินการออกเอกสารสิทธิ์มิชอบนั้น เป็นอดีตข้าราชการเกษียณของสำนักงาน ส.ป.ก.นครราชสีมา ในตำแหน่งนายช่างรังวัด
ล่าสุด วันที่ 22 มิ.ย. 67 ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยังนายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ในฐานะเป็นประธานคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมจังหวัดนครราชสีมา โดยนายชัยวัฒน์เปิดเผยว่า การออกเอกสารสิทธิ์ ส.ป.ก.นั้น เดิมทีอำนาจอยู่ที่คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมจังหวัด โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน
แต่ในปี 2564 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีการเปลี่ยนแปลงระเบียบใหม่ว่า การออกเอกสารสิทธิ์ ส.ป.ก.ให้เป็นอำนาจของ ส.ป.ก.จังหวัด เป็นผู้เซ็นออกเอกสารสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว
โดย ส.ป.ก.จังหวัดนั้น ขึ้นตรงกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดังนั้นการออกเอกสารสิทธิ์ ส.ป.ก.ตั้งแต่ปี 2564 เป็นต้นมา คนเซ็นคนเดียวเลยคือ ส.ป.ก.จังหวัด โดยตัวข้าราชการที่เป็น ส.ป.ก.จังหวัดนั้น เป็นข้าราชการของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มาสังกัดอยู่ในภูมิภาค โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้กำกับดูแล
ดังนั้นอำนาจเป็นของกระทรวงเกษตร แต่คนอยู่ใต้อำนาจผู้ว่าราชการจังหวัด จึงทำให้เกิดปัญหาหลายอย่างตามมา
เมื่อข้าราชการที่อยู่ใต้อำนาจผู้ว่าราชการจังหวัด กระทำความผิดกฎหมาย ก็ต้องดำเนินการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง เพื่อเอาผิดทั้งทางวินัยและทางอาญาไม่มีข้อยกเว้น แต่ตอนนี้คนเซ็นก็เกษียณอายุราชการไปแล้ว และคนที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ร่วมขบวนการบางส่วนได้เกษียณอายุราชการและบางส่วนก็ย้ายไปที่อื่นแล้ว จึงไม่ได้อยู่ในอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา
ตอนนี้จึงสามารถตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงได้เฉพาะกับข้าราชการที่ยังอยู่ในอำนาจเท่านั้น ซึ่งไม่รู้ว่ามีอยู่กี่รายในขณะนี้
เบื้องต้นไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับ ส.ป.ก.คนปัจจุบัน เนื่องจากเพิ่งจะเข้ามารับตำแหน่งไม่นาน และทางเจ้าหน้าที่ที่ลงมาจับกุม ก็ไม่ได้ทำการออกหมายจับกุม ส.ป.ก.คนปัจจุบันด้วย
ดังนั้น จะให้เจ้าหน้าที่ปัจจุบัน นำเอกสาร หลักฐาน การออกเอกสารสิทธิ์ที่เป็นปัญหาทั้งหมด มากางดูอย่างละเอียด หากตรวจพบว่าใครมีส่วนเกี่ยวข้องกับการออกเอกสารสิทธิ์โดยมิชอบ ก็จะต้องถูกลงโทษทางวินัยและฟ้องดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุด
หลังจากตรวจสอบแล้ว ผู้ว่าฯ ระบุว่า ตนก็จะต้องสั่งการให้ ส.ป.ก.คนปัจจุบัน ในฐานะผู้มีอำนาจออกเอกสารสิทธิ พิจารณาเพิกถอนเอกสารสิทธิ สปก.ที่ออกโดยมิชอบต่อไป