น.ส.ชลิดา พะละมาตย์ ผู้ก่อตั้งมูลนิธิเป็นหนึ่ง ลงพื้นที่ร่วมกับเจ้าหน้าที่กรมกิจการเด็กและเยาวชน บ้านพักเด็กและกรุงเทพฯ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ร่วมกับเจ้าหน้าที่สายตรวจ สน.ทุ่งครุ เข้าช่วยเหลือเด็กชายอายุ 7 ปี ถูกพ่อเลี้ยงทำร้ายร่างกาย เพื่อนบ้านทนไม่ไหว ร้องมาทางมูลนิธิเป็นหนึ่งให้เข้าช่วยเหลือ
โดยน้องจะถูกพ่อเลี้ยงทำร้ายทุกวันจนต้องวิ่งตามรถขนขยะเพื่อขอหนีออกไปด้วยเพราะทนการกระทำดังกล่าวไม่ไหว
แม่ค้าขายของชำ บริเวณใกล้เคียง เล่าว่า เห็นน้องเดินมาซื้อของเมื่อวานตอนเย็นช่วงเวลาประมาณ 5-6 โมง ตอนจ่ายเงินเห็นบาดแผลที่มือเลยเรียกเข้าไปในร้านเพื่อขอดูบาดแผลและสอบถามว่าไปโดนอะไรมา พร้อมถ่ายบาดแผลไว้ ครั้งก่อนก็มีบาดแผลแต่น้อยกว่านี้และเพื่อนบ้านเห็นว่าพ่อเลี้ยงตีทำร้ายเพราะเคยวิ่งหนีร้องออกมานอกบ้าน
รวมถึงเคยวิ่งตามรถเก็บขยะเพื่อหนีเพราะไม่อยากอยู่บ้าน เพื่อนบ้านจึงแจ้งตำรวจมาแต่ก็ยังทำอะไรไม่ได้ เพราะเด็กไม่ยอมบอกอะไร ตนเห็นครั้งนี้มันรุนแรงไป จึงแจ้งไปตามเพจสื่อต่างๆเพื่อขอความช่วยเหลือเด็กเพราะสงสาร
ต่อมา น.ส. ชลิดา เปิดเผยว่า จากการสอบถามแม่ของเด็กชายผู้เสียหายแล้ว มีแต่พูดโยนความผิดให้เด็กเพียงอย่างเดียว อ้างว่าเด็กเอาไม้มาให้แม่ตีด้วยตัวเอง นอกจากนี้จากการสอบถามแม่เด็กยอมรับว่า ได้ใช้เข็มขัดฟาดเด็กจริง รวมถึงพ่อเลี้ยงเด็กก็ร่วมทำร้ายด้วย แม่เด็กยืนยันว่าลูก 7 ขวบเป็นเด็กไม่ดี ตั้งแต่อยู่โรงเรียนเก่ามีพฤติกรรมชอบขโมยของ ทั้งที่ เมื่อวันที่ 29 มิ.ย.ที่ผ่านมา วันเกิดน้องแต่พ่อเลี้ยงกลับใช้น้องไปซื้อน้ำแข็งมาดื่มสุรา จากการสอบถามเด็กมีความกลัว ไม่อยากให้พ่อเลี้ยงมา ส่วนตามร่างกายเด็กนั้นข้างหลังและตามลำตัวมีแต่ร่องรอยการถูกทำร้าย
ฝั่งภรรยาไม่สามารถห้ามสามีใหม่ได้ยิ่งห้ามยิ่งโดนหนัก และยังบอกว่าสามีใหม่ไม่เคยทำร้ายตอนเมา แสดงว่าทำร้ายตอนมีสติอยู่ ส่วนพ่อเลี้ยงติดยาเสพติดหรือไม่นั้น แม่เด็กยืนยันว่าแค่เพียงดื่มสุราเท่านั้น ในความเห็นส่วนตัว มูลนิธิฯ ต้องการให้เด็กอยู่ในการคุ้มครองของเจ้าหน้าที่เพื่อรักษาสภาพจิตใจ ซึ่งเด็กถามว่าสามารถไปอยู่ที่อื่นได้ด้วยหรือไม่ เและยังมีอาการกลัวแต่ก็พยายามเก็บความรู้สึก เพราะแม่ใช้สายตากับพูดจาข่มขู่"
ด้านพ.ต.อ.จุมพล สินศิริพงษ์ ผกก.สน.ทุ่งครุ กล่าวว่า กรณีดังกล่าว เป็นไปตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กฯ เมื่อมีการแจ้งความร้องทุกข์แล้ว ทางพนักงานสอบสวนจะดำเนินการสอบปากคำร่วมกับสหวิชาชีพ ที่ผ่านมา ไม่มีคนกลางประสานช่วยเหลือเด็ก อย่างไรก็ตาม ต้องรอผลตรวจร่างกายเด็กเพื่อประกอบการดำเนินคดี ข้อหาทำร้ายร่างกาย ส่วนจะดำเนินคดีทั้งพ่อและแม่ที่ทำร้ายเด็กหรือไม่นั้น ต้องรอผลการสอบปากคำพ่อและแม่ของเด็กอย่างละเอียดก่อนที่จะมีการดำเนินคดีต่อไป
ด้านพ่อเลี้ยง กล่าวว่า ยืนยันว่าตีจริง ยืนยันว่าจะเลิกพฤติกรรมแบบนี้และไม่ทำแล้วกลับมาตีอีก วันก่อนเพิ่งพาไปกินข้าวด้วยกันในวันเกิดก็เพิ่งซื้อเค้กให้เป่า เวลาเล่นที่โรงเรียนก็จะเล่นกับเพื่อนแรงๆ ส่วนใหญ่ที่ลงมือนั้นจะตีขาตีหลังและก้นเท่านั้น ยืนยันว่ารักเด็กและดิ้นรนหาโรงเรียนเรียนให้หลังจบอนุบาล ตนรักเขาเพราะดูแลน้องตั้งแต่อายุ 4 ปี ดูแลกันมา 3 ปี อย่างไรก็ตาม ตนทำผิดก็ต้องยอมรับที่ลงมือกับลูก บางครั้งเขาหยิบเข็มขัดและไม้ให้ตนฟาด เพราะเขาทำผิด ส่วนที่ศรีษะปูดบวมเพราะเด็กตกบันได
ส่วนการเอาหัวโขกกับพื้นหรือไม่ พ่อเด็กยืนยันว่า เป็นจังหวะเหวี่ยงก็เกิดเหตุการณ์แบบนั้น เกิดอาการบาดเจ็บก็เอาน้ำร้อนประคบ บางครั้งน้องไม่รับผิดชอบ กล่องข้าวเกิดอาการบูดไม่บอก สายคล้องคอหาย ก็บอกว่าคนอื่นเอาไป เขามีพฤติกรรมแบบนี้ตั้งแต่โรงเรียนเก่า แต่ถือว่าน้องเป็นเด็กเรียนดี ช่วยเหลืองานบ้าน รู้สึกเสียใจที่กระทำลักษณะดังกล่าวไป สัญญาว่าจะไม่ทำกับน้องแบบนี้อีก