ยังคงเป็นเรื่องที่จะต้องจับตามอง สำหรับความเคลื่อนไหวของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งวันนี้เดินทางไปไต่สวนมูลฟ้องคดีที่ฟ้องหมิ่นประมาท พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ตามนัดหมาย โดยบอกว่า มีการฟ้องความผิดพล.ต.ต.จรูญเกียรติ รวมทั้งหมด 3 กรรม ซึ่งสัปดาห์ที่แล้วเดินทางมาไต่สวนมูลฟ้องไปแล้วครั้งหนึ่ง แต่ปรากฏว่าทางฝั่ง พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ส่งทนายความขอเลื่อนนัด
โดยวันนี้ก็เช่นเดียวกันอีกฝั่งส่งทนายเลื่อนนัดไต่สวนเป็นครั้งที่สอง เมื่อถามว่าการเลื่อนนัดสองครั้งแบบนี้มีนัยยะอะไรหรือไม่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ บอกว่า ไม่ขอตอบให้ไปคิดกันเอาเอง ส่วนของการฟ้องหมิ่นประมาทครั้งนี้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ บอกว่า ตามระบบของศาลสามารถไกล่เกลี่ยกันได้ แต่ต้องผ่านการพูดคุยเจรจากันก่อน เช่นเดียวกับคดีที่ตัวเองฟ้องหมิ่นประมาทฯ ผู้การแต้ม พล.ต.ต. วิชัย สังข์ประไพ อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ก็บอกว่าเป็นเพียงการใช้สิทธิ์ แต่ส่วนตัวก็ยังเคารพนับถือเหมือนเดิมในฐานะรุ่นพี่ ซึ่งหลังจากนี้ก็ยังพูดคุยเจรจา ถอนฟ้องกันได้ โดยมองว่า “ไม่มีสงครามไหนที่จะรบกันจนฆ่ากันตาย”
เมื่อถามถึงคดีที่ยื่นร้อง ป.ป.ช.เอาผิด พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รอง ผบ.ตร. ในมาตรา 157 กรณีเซ็นคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนนั้น จะสามารถถอนคำร้องได้หรือไม่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ บอกว่า ตอนนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการพิจารณาของคณะกรรมการ ป.ป.ช. แต่ในส่วนของตัวเอง หากอยากจะถอนคำร้องก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน
เมื่อถามว่าทำไมถึงไม่รอให้การพิจารณาของคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการตำรวจแล้วเสร็จก่อนค่อยเดินเกมยาว ไล่ฟ้องดำเนินคดีคนที่เกี่ยวข้อง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ บอกว่า ที่ผ่านมาตัวเองเป็นฝ่ายถูกกระทำ ถ้าตัวเองไม่ออกมาพูดสังคมก็จะสับสน อีกทั้งยังมองว่าการออกมาพูดครั้งนี้ ก็ทำให้นักวิชาการที่รู้เรื่องกฏหมายออกมาพูดหลักกฎหมายว่าการให้ออกจากราชการไว้ก่อนครั้งนี้ชอบหรือไม่ชอบด้วยกฎหมายอย่างไร
ส่วนการต่อสู้เพื่อกลับเข้าไปรับราชการในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ บอกว่า ตอนนี้อยู่ระหว่างที่คณะกรรมการระบบพิทักษ์คุณธรรมข้าราชการตำรวจดำเนินการตรวจสอบคำอุทธรณ์ โดยขณะนี้ทาง พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ยื่นความเห็นแย้งกลับคืนมาแล้ว ซึ่งตัวเองกำลังตรวจสอบรายละเอียดก่อนส่งคำแย้งกลับไป
เมื่อถามว่าจะส่งคำแย้งภายในวันอังคารตามที่เคยให้สัมภาษณ์ไว้หรือไม่ บอกว่า ไม่น่าทันเพราะมีรายละเอียดเยอะต้องไปศึกษาก่อน ส่วนตัวไม่รู้ว่าผลของคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมจะเป็นคุณหรือโทษกับตัวเอง แต่ก็เชื่อมั่นในคณะกรรมการชุดนี้ เพราะแต่ละท่านเป็นไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับองค์กร ทำงานเพื่อรักษาระบบคุณธรรม และ ชื่อเสียงของตัวคณะกรรมการแต่ละท่านเอง ส่วนระยะเวลาในการพิจารณานั้นตอนนี้ยังเชื่อว่า น่าจะทำงานทันตามกรอบเดิม
ส่วนที่สัปดาห์ที่แล้วบอกว่าจะฟ้องคณะกรรมการ ก.ตร.ยกชุดนั้น พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ บอกว่า ตอนนี้กำลังดูรายละเอียดส่วนไหนที่เข้าข่ายความผิดก็ต้องดำเนินการ อย่าง ก.ตร.ที่มีส่วนในการลงมติเรื่องคำสั่งให้ตัวเองออกจากราชการไว้ก่อน เมื่อมาดูรายละเอียดใหม่ ก็เห็นว่าไม่ได้มีการลงมติชี้ผิดถูก 12 ต่อ0 อย่างที่เป็นข่าวก่อนหน้านี้ ส่วนนี้ก็ต้องมาพิจารณาอีกครั้งว่าจะฟ้องดำเนินคดีหรือไม่ ซึ่งทุกอย่างต้องทำอย่างละเอียดรอบคอบ
เมื่อถามว่า หากไล่ฟ้อง ก.ตร.ทั้งหมด ท้ายที่สุดได้กลับไปเป็นแคนดิเดต ผบ.ตร. แล้วจะมีใครสนับสนุนตัวเอง ประเด็นนี้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ บอกว่า ตัวเองไม่มีปัญหาว่าจะได้เป็น ผบ.ตร.หรือไม่ ใครจะเลือกหรือไม่เลือกตัวเองก็ได้ทั้งนั้น แต่ขั้นตอนต้องถูกต้องและเป็นธรรม
ส่วนที่บอกว่าจะฟ้องนายกฯและกูรูที่ออกมาให้สัมภาษณ์พาดพิงถึงตัวเองภายในสัปดาห์นี้อีก พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ บอกว่าขอให้คำตอบเป็นรายวันอีกทีว่าจะฟ้องใครบ้าง แต่ยืนยันว่ายังคงเดินหน้าฟ้องอยู่ภายในสัปดาห์นี้ แต่ต้องปรึกษากับทีมกฎหมายด้วยเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด