จากกรณีที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ และพันธ์พืช เปิดรับฟังความคิดเห็นประชาชาชนเกี่ยวกับการปรับปรุงแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการเพิกถอนพื้นที่ จำนวนกว่า 265,286.58 ไร่ ออกจากการเป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์ จนทำให้เกิดกระแสคัดค้าน พร้อมติดแฮชแทก #Save ทับลานนั้น
ล่าสุด นายภานุเดช เกิดมะลิ ประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ The Expose live ทางยูทูบพีพีทีวี ในเรื่องดังกล่าวไว้อย่างน่าสนใจ
โดยผู้ดำเนินรายการถามว่า ทำไมเรื่องนี้ถึงกลับมาถูกพูดถึงอีกครั้ง ทั้งที่จริงๆแล้วกระบวนการใกล้จะเสร็จสิ้น?
นายภานุเดช กล่าวว่า ยอมรับว่าตัวกระบวนการในการแก้ปัญหาพื้นที่ชุมชนที่อยู่ในอุทยานแห่งชาติทับลานมีมาอย่างยาวนานและมีมาตรการในการที่พยายามที่จะแก้ปัญหาในพื้นที่มาโดยตลอด อย่างกรณีสองครั้งล่าสุดของคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติก็เห็นชอบที่จะใช้พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติปี 62 เอามาตรา 64 เข้ามาดำเนินการสำรวจแล้วก็แก้ปัญหาชุมชนที่อยู่ในพื้นที่อนุรักษ์ ซึ่งกระบวนการนี้อยู่ในระหว่างการดำเนินการ ปัจจุบันได้มีการสำรวจข้อมูลไว้หมดแล้ว ว่ามีใครบ้างที่อยู่ในพื้นที่
แต่ว่าประเด็นที่เกิดขึ้น ณ ตอนนี้ คือว่า ทางรัฐบาลได้มอบหมายภารกิจนี้กลับไปที่ทาง คทช. ให้ คทช. เข้ามาเป็นผู้ดำเนินการคณะกรรมการแก้ปัญหาที่ดินทำกินให้กับราษฎร เป็นผู้เข้ามารับผิดชอบดำเนินโครงการ ทาง คทช. ก็ใช้แนวเขตที่เราคุยกันเรื่องของ One map ซึ่งพิจารณาว่าแนวเส้นกาแก้ปัญหาแนวเส้นที่ไม่ชัดเจนร่วมกันให้เกิดความชัดเจนมาพิจารณา มาหารือร่วมกัน แล้วก็พยายามที่จะใช้แนวเส้นเป็นแนวเส้นเดียวในการใช้บริหารจัดการพื้นที่ แต่แนวเส้นนี้ไม่ได้อ้างอิงตามกฎหมายว่า จะสามารถใช้ยืนยันอะไรก็ได้ตามกฎหมายแต่เป็นแนวเส้นที่ทุกคนตกลงร่วมกันกับดำเนินการแก้ปัญหาเพื่อใช้แนวเส้นนี้
ประเด็นคือแนวเส้น one map ที่ดำเนินการในช่วงที่ผ่านมา ทางอุทยานฯเองก็ไม่ได้รับรอง ไม่เห็นชอบ เนื่องจากว่า ทาง one map นำข้อมูลเมื่อปี 2543 เป็นแนวเส้นที่มีการสำรวจชุมชนและพื้นที่ทำกินทั้งหมด ของที่อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน เอามากันออก แล้วก็ปรับแนวเส้นใหม่ ก็เป็นที่มาของการที่ คทช. ได้เสนอเรื่องตรงนี้ เสนอเรื่องให้กับ ครม. พิจารณาให้ความเห็นชอบแนวเส้นตรงนี้ แล้วถึงนำผลการพิจารณาของ ครม.ที่เห็นชอบ โดยนายกรัฐมนตรีส่งกลับมาที่คณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ เพื่อให้คณะกรรมการอุทยานฯ เห็นชอบตาม ครม.
คือเขาปรับไปจากการที่ใช้คณะกรรมอุทยานแห่งชาติแก้ปัญหา มาเป็นใช้กระบวนการของ คทช. แก้ปัญหา ใช้กลไกการเมืองในการอนุมัติ แล้วก็วกกลับมาที่คณะกรรมการอุทยานแห่งชาติอีกที เมื่้อคณะกรรมการ อุทยานแห่งชาติรับทราบ เรื่องนี้จึงถูกส่งไปที่กรมอุทยานฯ ในการที่จะให้มีการรับฟังความเห็นว่า เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยในการที่จะเพิกถอนแนวเขตตามปี 43 ซึ่งคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ ซึ่งปัจจุบันอยู่ในระหว่างดำเนินการรับฟังความเห็นออนไลน์อยู่ถึงวันที่ 12 ก.ค. ส่วนในพื้นที่มีการจัดไปแล้วเมื่อวันที่ 4-5 ก.ค. ก็จบสิ้นไปแล้ว ทั้งหมดก็จะรวบรวมนำมาพิจารณาอีกทีว่า แนวทางในการดำเนินการควรเป็นลักษณะใด
ทั้งนี้ประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นคือ กลุ่มพื้นที่ที่มีการสำรวจตามพรบ. ปี 62 มาตรา 64 พบว่ามีชุมชนที่อยู่ในพื้นที่ตรงนี้แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 คือกลุ่มชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่ สปก. เดิมก่อนที่จะประกาศกรมอุทยานแห่งชาติอยู่แล้ว ซึ่งมีพื้นที่ประมาณ 60,000 ไร่ มองว่าเขาควรที่จะได้สิทธิ์ในการที่จะให้อุทยานฯ เพิกถอนแล้วก็ให้สิทธิ์ในการที่จะออกโฉนด สปก. กับเขา เพราะเขาอยู่มาแต่เดิม ซึ่งไม่ได้ขัดข้อง
กลุ่มที่ 2 เป็นกลุ่มที่มีการขยายเพิ่มเติมจากแนว สปก. เดิมที่มีการสำรวจไว้ แล้วก็มีคนที่ทำกินไว้แต่เดิม ซึ่งตรงนี้เสนอว่าควรใช้พรบ.อุทยานแห่งชาติ มาตรา 62 มาตรา 64 ในการเข้าไปแก้ไขปัญหา โดยการแก้ไขปัญหาคือให้สิทธิ์ทำกิน และสามารถตกทอดถึงทายาทได้ รวมถึงการพัฒนาสาธารณูปโภคต่างๆ ได้ เพราะมองว่าเราใช้กลไกของอุทยานจัดทำให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติที่อยู่ในพื้นที่บริเวณนี้ซึ่งเป็นมรดกโลก เราก็อยากให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการดูแลและบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ รวมถึงสร้างแนวเชื่อมป่าระหว่างเขาใหญ่กับทับลานจากแนวบริเวณนี้ด้วย มองว่าควรจะใช้กฎหมายและใช้วิธีปฏิบัติของกรมอุทยานฯ ในการดำเนินการไม่ใช่ฉีกหรือแบ่งไปให้ สปก. ใช้กระบวนการ สปก. ในการดำเนินการ ซึ่งจะไม่ใช่แนวทางในเรื่องของการอนุรักษ์แน่
ส่วนกลุ่มที่ 3 เป็นกลุ่มที่ถือว่าเป็นกลุ่มใหญ่ พื้นที่ใหญ่ 150,000 กว่าไร่ เป็นกลุ่มที่มีการขยายพื้นที่ หรือมีการซื้อขาย มีการพัฒนาพื้นที่ให้เป็นเมือง เป็นพื้นที่รีสอร์ทที่เราเห็นแถววังน้ำเขียว บริเวณเส้น 304 ซึ่งตรงนี้ควรที่จะมีการตรวจสอบข้อมูล มีกระบวนการดำเนินการกับผู้ที่บุกรุกหรือผู้ที่กระทำผิดจริง ซึ่้งปัจจุบันกรมอุทยานฯมีคดีความกับคนกลุ่มนี้อยู่เกือบ 500 คดี หมื่นกว่าไร่ ซึ่งก็ต้องดำเนินการต่อ
ถ้าเพิกถอนตามนี้ เขามีความพยายามที่จะเหมารวมทั้ง 3 กลุ่ม ให้ได้รับการเพิกถอนครบทั้งหมด ซึ่งหมายความว่ากระบวนการต่างๆ ไม่ว่าทั้งในเรื่องของทางคดี ในเรื่องของการอยู่ในระหว่างศาลพิจารณา ก็จะถูกเพิกถอนออกทั้งหมด ทำให้ตัวคดีมีโอกาสที่จะสิ้นสุดได้ และจะกลายเป็นบรรทัดฐานทำให้พื้นที่อนุรักษ์อื่นๆ ที่มีชุมชนอยู่ มีการพยายามที่จะกันพื้นที่ชุมชนที่อยู่ในพื้นที่อนุรักษ์ทั่วประเทศ 4 ล้านกว่าไร่ ออกจากพื้นที่อนุรักษ์ทั้งอุทยานและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ซึ่งเราก็เป็นห่วงว่าจะกลายเป็นโดมิโน่ตัวแรกและจะล้ม ในเรื่องของการดูแลทรัพยากรธรรมชาติ ก็จึงเป็นข้อเรียกร้องที่เสนอให้ทางสังคมได้รับทราบถึงประเด็นนี้
ดำเนินรายการถามอีกว่า อีกมุมหนึ่งที่สังคมเป็นห่วง มองว่าการแบ่งพื้นที่ไปให้ สปก. กลัวว่าประโยชน์อาจจะตกไปที่กลุ่มในทุนหรือไม่
นายภานุเดช กล่าวว่า ตนค่อนข้างกังวลอย่างชัดเจน ถ้ามองประเด็นเขาใหญ่ ที่มีปัญหาเรื่องของพื้นที่ สปก. กองทัพอยู่ในอุทยาน มีความพยายามของผู้ที่ได้รับเอกสาร สปก. จะเข้าไปพัฒนาพื้นที่โซนนั้น ทำให้มีการเปิดพื้นที่ป่า และมีการดำเนินคดีกันอยู่ ประเด็นนี้ตนว่าเหมือนภูเขาน้ำแข็ง ที่เราเห็นยอดของปัญหาที่เกิดขึ้นที่เขาใหญ่ กลุ่มคนที่อนุมัติหรือดำเนินการในเรื่องของการออกเอกสาร สปก. ก็เป็นกลุ่มเดียวกับที่ทับลาน แล้วก็ถูกดำเนินคดีอยู่ปัจจุบัน ก็แสดงให้เห็นถึงความไม่ชอบมาพากลในกระบวนการได้มาซึ่งเอกสาร สปก.ในพื้นที่ตรงนี้
นอกจากนั้นการที่มีพื้นที่ สปก. ครอบไปในพื้นที่เหล่านี้ โดยกฎหมาย ส.ป.ก.เอง ระบุชัดเจนว่า ถ้าเป็นพื้นที่อนุรักษ์ งดเว้นไม่ไปออกพื้นที่ ส.ป.ก. ในพื้นที่เหล่านั้น แต่ว่าถ้าเราเห็นภาพจะเห็นว่ายังสภาพป่าอยู่ แล้วก็เป็นพื้นที่อุทยาน แต่ว่าก็ยังมีการออกเอกสารสิทธิ์ แล้วทุกคนใช้เอกสารเป็นการต่อสู้กันและกัน เพราะว่าค่อนข้างชัดเจนว่าถ้ายังเป็นพื้นที่อนุรักษ์อยู่ เป็นพื้นที่อุทยานแห่งชาติ เป็นพื้นที่รักษาพันธุ์สัตว์ป่าตามกฎหมาย อย่างไรก็ต้องเข้าสู่กระบวนการตาม พ.ร.บ.อุทยาน หรือ พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ไม่ใช่การไปให้สิทธิ์ตาม กฎหมาย ส.ป.ก.
ผู้ดำเนินรายการถามทิ้งท้ายว่าอยากจะฝากบอกผู้ที่มีอำนาจอย่างไรในการทบทวนเรื่องนี้หรือไม่
นายภานุเดช กล่าวว่า สำหรับผู้มีอำนาจ ตนคิดว่าเราเพิกถอนพื้นที่ 2.6 แสนไร่ ไม่ใช่น้อย เป็นพื้นที่เท่ากับ จ.สมุทรสงคราม 1 จังหวัดโดยประมาณ ตนว่ากลไกหรือกระบวนการในการพิจารณาเรื่องนี้ให้รอบคอบ เป็นอำนาจที่ที่นโยบาย หรือทางคณะรัฐมนตรีสามารถที่จะทบทวนเรื่องนี้ได้ และพยายามแก้ไขปัญหาให้ถูกต้องเหมาะสม เป็นประโยชน์กับสาธารณชนจริงๆ
ประเด็นต่อมาที่อยากจะฝากถึงทุกคนในสังคมด้วยเนื่องจากว่าอุทยานแห่งชาติ คือพื้นที่สาธารณะสมบัติของคนไทยทุกคน เพราะฉะนั้นทุกคนมีส่วนในการที่จะแสดงความเห็นผ่านทางเว็บของกรมอุทยานในการแสดงความเห็นว่า เห็นด้วยที่จะเพิกถอนหรือ หรือว่าไม่เห็นด้วยที่จะเพิกถอนพื้นที่ 2.6 แสนไร่นี้
ผมว่าพลังของประชาชนจะทำให้ฝ่ายนโยบายรัฐบาลหันกลับมาทบทวน และผมเชื่อมั่นว่าสังคมไทยทุกวันนี้เรายังให้ความสำคัญกับเรื่องของกับการอนุรักษ์ไม่ควรที่จะให้เป็นโดมิโน่ให้ที่ทำให้เรื่องของพื้นที่ป่าสูญเสียไปมากกว่านี้ แต่ว่าส่วนที่จะต้องแก้ไขก็ว่ากันต่อไปในเรื่องของชุมชนที่อยู่อย่างถูกต้อง
เปิดใจคู่รัก LGBTQ+ จักรภพ เพ็ญแข - ป๊อป สุไพรพล หลังซ่อนสัมพันธ์ 23 ปี