โฮมสเตย์ทับซ้อนอุทยานทับลาน โวยถึงไม่ใช่นายทุนก็มีคดี


โดย PPTV Online

เผยแพร่




เจ้าของโฮมสเตย์ ชี้ปมที่ดินทับซ้อนอุทยานทับลาน บรรพบุรุษอยู่ก่อนประกาศอุทยาน ไม่ใช่นายทุนก็มีคดี

การรับฟังความคิดเห็นเพื่อหารือปรับปรุงแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน ประเด็นหนึ่งที่เป็นข้อห่วงกังวล คือการปรับแนวเขตใหม่จะเอื้อให้กับนายทุนหรือไม่ พีพีทีวีได้พูดคุยกับทั้งสองมุม คือเจ้าของโฮมสเตย์ ที่ถูกดำเนินคดีและยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของชั้นศาล และหัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลาน มองกันคนละมุมถึงประเด็นนี้ โดยฝ่ายผู้ประกอบการก็บอกว่าอยู่อาศัยมานานและเป็นเกษตรกรมาก่อน ขณะที่ฝั่งอุทยานยืนยัน ก่อสร้างโฮมสเตย์ไม่แจ้งอุทยานฯ ยังไงก็ผิด

คอนเทนต์แนะนำ
เปิดเบื้องหลัง-ย้อนไทม์ไลน์เฉือนป่าทับลาน 265,000ไร่
หน.อช.ทับลาน รับรู้สึกแย่กระแสโซเชียล ยันมีชาวบ้านอยู่ก่อนประกาศอุทยาน!
“ชัยวัฒน์” โชว์ภาพมุมสูงอุทยานฯทับลาน ตั้งคำถามใครคือเจ้าของ ?

 

เจ้าของโฮมสเตย์ รายการเข้มข่าวค่ำ
เจ้าของโฮมสเตย์ แจงปมที่ดินทับซ้อน

นางเฉลิม จ้ายนอก หรือ “น้อย” อายุ 66 ปี เจ้าของโฮมสเตย์แห่งหนึ่งใน ต.ไทยสามัคคี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา พร้อมสามีและลูกชาย นำสำเนาทะเบียนบ้าน ที่มีชื่อพ่อของสามีอยู่อาศัยมาตั้งแต่ปี 2518 พร้อมใบเสร็จรับเงินภาษีบำรุงท้องที่ ที่มีการชำระเงินในปีเดียวกัน 100 บาท มายืนยันกับผู้สื่อข่าว ว่าครอบครัวของสามีเธอ อยู่ที่นี่มาตั้งแต่ดั้งเดิม

โดยเธอเล่าว่า พ่อของสามีเข้ามาอยู่ที่บริเวณที่เป็นที่ตั้งโฮมสเตย์ปัจจุบัน ตั้งแต่ปี 2503 ขณะนั้นเป็นชุมชนอยู่แล้วแต่ยังไม่ได้มีเอกสารสิทธิ์ใดๆ ต่อมาช่วงปี 2518 เมื่อมีชาวบ้านอพยพหนีภัยความมั่นคงเข้ามาเพิ่ม จึงเริ่มมีการสำรวจและออกทำเบียนบ้านให้ชาวบ้านในชุมชน โดยแต่เดิมพ่อของสามีทำไร่ ปลูกมะเขือและข้าวโพด ต่อมารุ่นของสามีก็ทำนาและเลี้ยงวัวควาย ขณะนั้นมีวัวอยู่หลักพันตัวที่พี่ๆ น้องๆ ช่วยกันเลี้ยงหลายครอบครัว เธอเลี้ยงวัวส่งลูกชายจนเรียนจบจากกรุงเทพฯ จึงขอให้ลูกชายกลับมาบ้าน เป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่ อ.วังน้ำเขียว ได้รับการสนับสนุนให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว และมีผู้ใหญ่บ้านเข้ามาสอบถามชาวบ้าน รวบรวมรายชื่อคนที่จะเปิดโฮมสเตย์ เธอจึงเข้าร่วมกลุ่มด้วย และขายวัวเพื่อนำเงินมาสร้างโฮมสเตย์ในปี 2552 หวังให้ลูกชายเข้ามาดูแลกิจการ จนปัจจุบันเหลือวัวควายรวมกันราว 100 ตัวเท่านั้น โดยโฮมสเตย์ของเธอทั้ง 7 หลัง มีการไปขออนุญาตก่อสร้างจาก อบต. และ อบต. อนุญาตแล้วก่อนก่อสร้าง

นางเฉลิม เล่าต่อว่า ขณะที่เธอสร้างโฮมสเตย์ รวมถึงตอนที่สร้างเสร็จแล้ว ก็มีเจ้าหน้าที่อุทยานฯ แวะมากินข้าวที่นี่อยู่บ่อยครั้ง แต่ก็ไม่ได้มีการทักท้วงหรือห้ามปราม ทำให้เธอเข้าใจว่าเธอทำถูกกฎหมายมาตลอด จนกระทั่งมาถูกดำเนินคดีช่วงปลายปี 2554 ถูกกล่าวหาว่าเป็นนายทุนบุกรุกที่ป่า ทั้งที่เธอเป็นคนพื้นที่มานาน เป็นเกษตรกรที่หวังจะสร้างตัว

นางเฉลิม ยืนยันอีกว่า พื้นที่ที่เป็นป่าอยู่ดั้งเดิม ชาวบ้านที่นี่หวงแหนและช่วยกันดูแล เวลามีไฟป่าก็ช่วยกันดับ รวมถึงเข้าไปช่วยปลูกป่าเวลามีโครงการต่างๆ โดยไม่เคยเข้าไปตัดไม้หรือล่าสัตว์ เต็มที่ก็แค่เข้าไปเก็บหน่อไม้ กลุ่มชาวบ้านยังพูดกันเองด้วยซ้ำ ว่าหากมีการกันเขตตามแนวปี 2543 ชัดเจน หากใครบุกรุกเข้าป่าไปล่าสัตว์ จะแจ้งจับส่งเจ้าหน้าที่ให้หมด แล้วอยากให้โทษถึงประหารชีวิตด้วยซ้ำ

เจ้าของโฮมสเตย์ รายการเข้มข่าวค่ำ
เจ้าของโฮมสเตย์ แจงปมที่ดินทับซ้อนอุทยานทับลาน

ด้านนายประกอบ สิริวงศ์เทาสะอาด นายก อบต.ไทยสามัคคี เปิดเผยว่า พื้นที่ทั้งตำบลไทยสามัคคี 11 หมู่บ้าน เป็นพื้นที่ทับซ้อนทั้งหมดที่มีชาวบ้านเข้ามาอยู่ตั้งแต่ก่อนประกาศเป็นพื้นที่อุทยานในปี 2524 เพราะเป็นพื้นที่เป้าหมายของฝ่ายความมั่นคงที่พาชาวบ้านอพยพมา

นายประกอบ บอกอีกว่า ที่ผ่านมา ชาวบ้านเฉพาะตำบลไทยสามัคคี ถูกดำเนินคดีไปแล้ว 300 กว่าคดี หลังกรมอุทยานฯ ยึดแนวเขตของปี 2524 มาดำเนินคดี แต่ส่วนใหญ่คนที่ถูกดำเนินคดีไม่ใช่นายทุน เป็นเกษตรกรในพื้นที่ที่พอเริ่มมีฐานะก็สร้างบ้าน จนกระทั่งรัฐบาลประกาศให้อำเภอวังน้ำเขียวเป็นแหล่งท่องเที่ยว ให้พื้นที่ตำบลไทยสามัคคีสามารถสร้างโฮมสเตย์ได้ ชาวบ้านจึงสร้างโฮมสเตย์เพื่อยกระดับฐานะของตัวเอง พร้อมตั้งคำถามว่าแบบนี้จะเรียกนายทุนได้หรือไม่

นอกจากนี้ การสร้างบ้านหรือที่พัก ไม่ได้ใช้เวลาแค่ 3-4 วันเสร็จ และเจ้าหน้าที่อุทยานเข้าไปทำงานก็ต้องผ่านชุมชนทุกวัน ระหว่างชาวบ้านสร้างก็ไม่ได้มาห้ามว่าทำไม่ได้ แต่สุดท้ายสร้างเสร็จก็มาจับดำเนินคดี

พีพีทีวี นำประเด็นนี้ไปสอบถามกับนายประวัติศาสตร์ จันทร์เทพ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลาน ยืนยันว่า การดำเนินคดีกับ ผู้ประกอบการในพื้นที่ ต.ไทยสามัคคี ที่มี 300 กว่าคดี เป็นคนดั้งเดิมที่อยู่ในพื้นที่ก่อนปี 2524 แค่ 23 คดี ที่เหลือเข้ามาทีหลัง

โดยยืนยันว่า พื้นที่ดังกล่าวยังเป็นพื้นที่อุทยานตามกฏหมาย ซึ่งมีข้อกำหนดว่าชาวบ้านที่อาศัยอยู่ก่อนแล้ว อนุญาตให้ทำเกษตรกรรมเท่านั้น ส่วนหากจะสร้างสิ่งปลูกสร้างถาวรเพิ่มเติมก็ต้องมีการขออนุญาตมาทางกรมอุทยานก่อน เมื่อไม่มีการขออนุญาตมา การปลูกสร้างเป็นที่พักทำธุรกิจถือว่าผิดกฎหมายทั้งหมด เจ้าหน้าที่จึงจับกุมดำเนินคดี

พีพีทีวีสำรวจพื้นที่ที่ชาวบ้านบอกว่า มีการมาปักหมุดวางแนวเขตไว้ในปี 2543 พบว่าเส้นทางเป็นดินลูกรัง โดยมีการปักหมุดไว้ฝั่งที่เป็นป่ารก ห่างจากถนนไปราว 1 เมตรเท่านั้น มีข้อความบนหมุดว่า “เขตป่าอนุรักษ์” ขณะที่อีกฝั่งซึ่งมีเพียงถนนดินลูกรังกั้น ลักษณะเป็นพื้นที่เกษตรกรรม โดยมีทั้งไร่มันสำปะหลัง และพื้นที่เลี้ยงวัว

วิเคราะห์บอล ! ยูโร 2024 รอบรองชนะเลิศ เนเธอร์แลนด์ พบ อังกฤษ 10 ก.ค.67

Microsoft ในจีน สั่งพนักงานห้ามใช้มือถือ Android เริ่ม ก.ย. นี้

"รหัสเรียกคืนข้อมูล LINE" คืออะไร? ตั้งค่า-ใช้งานอย่างไรบ้าง?

LiveScore-EURO2024 LiveScore-EURO2024

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ