กรณีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธ์พืช เปิดรับฟังความคิดเห็นประชาชาชนเกี่ยวกับการปรับปรุงแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการเพิกถอนพื้นที่ จำนวนกว่า 265,286.58 ไร่ ออกจากการเป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์ จนทำให้เกิดกระแสคัดค้าน พร้อมติดแฮชแทก #Save ทับลานนั้น
ล่าสุด นายประวัติศาสตร์ จันทร์เทพ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลาน ได้ออกมาเปิดใจ และอธิบายถึงแผนที่อุทยานแห่งชาติทับลานส่วนที่อยู่ในระหว่างการรับฟังความคิดเห็น เพื่อประกาศใช้เป็น one-map
โดยนายประวัติศาสตร์ ยืนยันว่า พื้นที่ดังกล่าวมีชาวบ้านเข้ามาตั้งรกรากอาศัยก่อนที่จะเป็นพื้นที่เขตอุทยานจริง โดยบางส่วนก็เข้ามาอยู่ด้วยการจัดสรรจากเจ้าหน้าที่ป่าไม้ หรือทหาร บอกว่าจะจัดสรรที่ดินทำให้ เพื่อดึงชาวบ้านออกมาจากกลุ่มคอมมิวนิสต์ในอดีต โดยชาวบ้านในพื้นที่ก็ไม่ได้มีเอกสารสิทธิ์ ส.ป.ก แต่อุทยานอนุญาตให้อยู่ตามมติ ครม. ตั้งแต่ปี 2541 โดยมีเงื่อนไขว่า “ห้ามเปลี่ยนมือ หรือก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างหรืออุปกรณ์อื่นใดที่ไม่ได้รับอนุญาต” โดยชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่ปัจจุบัน จะอ้างเหมือนกันว่าทั้งหมดว่าเข้ามาอาศัยอยู่ก่อนจะเป็นเขตอุทยานฯ แล้ว แต่ต้องมีการตรวจพิสูจน์ว่าเป็นอย่างนั้นทั้งหมดจริงหรือไม่
หัวหน้าอุทยานทับลาน บอกอีกว่า ส่วนตัวรู้สึกแย่มาตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา จากกระแสวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ ซึ่งส่วนหนึ่งก็เข้าใจกระแสโซเชียลที่บอกว่าคนในพื้นที่เข้ามาอย่างผิดกฎหมายและไม่ได้ถือครองโฉนด แต่ที่ผ่านมาชาวบ้านในพื้นที่ สร้างเครือข่ายร่วมกับตนเองมาตลอด ทั้งเครือข่ายผลักดันช้างป่าที่ออกมานอกพื้นที่ เครือข่ายป้องกันไม้พยุง และป้องกันไฟป่า ซึ่งเมื่อมีกระแส #saveทับลาน เพราะทำให้ชุมชนรู้สึกแย่กับการวิพากษ์วิจารณ์ในโซเชียล
ส่วนตัวในฐานะหัวหน้าอุทยานพร้อมรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย การเปิดรับฟังความคิดเห็นก็เพื่อฟังเหตุผลจากผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด แต่จากกระแสสังคมที่เกิดขึ้น ทำให้บางส่วนเข้ามาแสดงความคิดเห็นอย่างเมามัน มองว่าควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อน ก่อนที่จะต่อว่าอะไร เพราะชาวบ้านกลุ่มนี้อยู่ในพื้นที่มานาน จึงควรหาวิธีแก้ไขอย่างถูกต้องให้กับพวกเขา ขณะเดียวกันต้องเป็นที่ยอมรับของกลุ่มนักอนุรักษ์และนักกฎหมาย
และถ้าหากมีการให้สิทธิ์พื้นที่ทำกิน ส.ป.ก. แก่พื้นที่ 2.6 แสนไร่ ที่เคยเป็นที่อุทยานมาก่อน จะกลายเป็นโมเดลให้กับพื้นที่อุทยานอื่นหรือไม่ นายประวัติศาสตร์บอกว่า ในฐานะหัวหน้าอุทยานตัวเองไม่สามารถตอบคำถามนี้ได้ แต่หากตอบในนามนักวิชาการด้านป่าไม้ ส่วนตัวก็มองคล้ายกับนักอนุรักษ์ และมีความหวั่นใจเหมือนกัน เพราะปกติมติคณะรัฐมนตรี และกฎหมายต่างๆ ตามหลักการควรจะต้องใช้เหมือนกันทั้งประเทศ หากจะบอกว่า ต้องใช้เฉพาะอุทยานแห่งชาติทับลาน และห้ามที่อื่นก็คงจะทำไม่ได้ ส่วนกรณีที่ มีความกังวลว่าหากมีการเพิกถอนพื้นที่ 2.6 แสนไร่ จะกระทบต่อการดำเนินคดีบุกรุกป่าที่มีอยู่กว่า 400 คดี นายประวัติศาสตร์ เชื่อว่าผู้ที่ถูก ดำเนินคดีน่าจะนำเรื่องนี้มาโต้แย้ง แต่ส่วนตัวเชื่อว่าไม่น่าจะมีผลกระทบ