วานนี้ 14 ก.ค. 2567 ชาวบ้านหลายพื้นที่มากกว่า 200 คน ร่วมกันนำแห อวนลอย อวนล้อม มาล่าปลาหมอสีคางดำ โดยนำเรือกระจายไปยังจุดต่าง ๆ ในแหล่งน้ำที่มีความกว้างถึง 184 ไร่ ซึ่งเป็นที่เก็บน้ำเค็มจากการระบายออกมาในการเลี้ยงกุ้งของเขตชลประทานน้ำเค็ม ในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตอนนี้ถือแหล่งระบาดของปลาหมอสีคางดำอย่างรุนแรง แต่ก็เป็นแหล่งที่ชาวบ้านอาศัยวิกฤตินี้เป็นโอกาสในการสร้างรายได้ได้ด้วย
โดยมีเจ้าหน้าที่โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สำนักงานคณะกรรมการประสานงานโครงการพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง กรมประมง และสหกรณ์ผู้เลี้ยงกุ้งลุ่มน้ำปากพนัง ร่วมกันระดมทุนมารับซื้อปลาหมอสีคางดำ ราคากิโลกรัมละ 10 บาท ตามราคากลุ่มปลาเป็ด มีชาวบ้านที่หาปลาได้มาส่งขาย ที่ผ่านมามีมากกว่า 2 ตัน แต่มีรายงานว่าปริมาณของปลามีมากกว่านั้นอีกหลายตัน เนื่องจากผู้ที่หาปลาเมื่อได้ปลามาแล้ว จะคัดเลือกปลาที่มีขนาดใหญ่ไปขายในแหล่งรับซื้ออื่นที่ให้กิโลกรัมละ 20 บาท ส่วนผู้รับซื้อก็จะนำไปทำปลาเหยื่อในการประมงพาณิชย์ แปรรูปเป็นปลาส้ม ปลาแห้ง และเคยปลา เนื่องจากได้รับความสนใจจากตลาดอย่างมาก
นายสำรอง อินเอก รักษาการประมงจังหวัดนครศรีธรรมราช ระบุว่าจนถึงขณะนี้การทำลายให้หมด มีความยากลำบาก แต่จะเน้นนำออกไปจากธรรมชาติให้ได้มากที่สุด และต้องให้เกิดประโยชน์ได้สูงสุด ขณะที่การสำรวจพบใน 3 อำเภอหลัก ๆ คือหัวไทร ปากพนัง เชียรใหญ่ และล่าสุดพบใหม่อยู่ที่อำเภอท่าศาลา เป็นอำเภอที่ 4
ด้านนายบุญเยียน รัตนวิชา ผู้จัดการสหกรณ์ผู้เลี้ยงกุ้งลุ่มน้ำปากพนัง เปิดเผยว่า นอกจากจะสร้างความเสียหายให้กับผู้เลี้ยงกุ้งทั้งในระบบปิดและเปิดแล้ว ยังทำให้ต้นทุนการกำจัดเพิ่มขึ้นอีกไม่น้อยกว่า 5 พันบาทต่อบ่อ จากการที่ต้องใช้กากชาทำลาย
อย่างไรก็ตามยังพบว่ามีปลาหมอสีคางดำอยู่ในทะเลแล้ว โดยเฉพาะแนวปะการังชายฝั่ง แนวฝายเขื่อนหินกั้นคลื่นจะพบอยู่เป็นจำนวนมาก เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งกังวลมาก ว่าเมื่อเข้าสู่ช่วงน้ำหลากจะกระจายพันธุ์ปลาเหล่านี้ไปได้ต่อเนื่องอีก
วิธีตรวจหวย N3 ก่อนเริ่มทดลองขายวันแรก 2 ต.ค. 67 ออกงวด 16 ต.ค.67