ยังคงเป็นปัญหาที่อยู่ในความสนใจของคนในสังคมอย่างกว้างขวาง สำหรับการแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของ “ปลาหมอคางดำ” ที่มีการแพร่ระบาดในหลายพื้นที่ โดยหนึ่งในมาตรการปราบปลาหมอคางดำ ที่กรมประมงเริ่มทำไปแล้วคือ การปล่อยปลาผู้ล่าคือ ปลากะพง เพื่อกินลูกปลาหมอคางดำ โดยมีการปล่อยปลากะพงขนาด3-4 นิ้วไปอีก 60,000 ตัวในพื้นที่สมุทรสาคร
ขณะที่เกษตรผู้เลี้ยงสัตว์น้ำในจังหวัดสมุทรสงครามออกมาเปิดเผยกับทีมข่าวว่า ปลากะพง สู้ ปลาหมอคางดำไม่ไหว เพราะทดลองมาแล้วกับตัวแล้ว
โดยนายสุนทร รอดบุญชัย เกษตรกรเลี้ยงสัตว์น้ำ ที่ผันตัวเองจากการเลี้ยงกุ้งมาเลี้ยงปลากะพงขาว พาผู้สื่อข่าวเดินสำรวจบ่อเลี้ยงปลากะพงขนาด 50 ไร่ ซึ่งทุกบ่อจะพบลูกปลาหมอคางดำจำนวนมาก เมื่อนำสวิงช้อนขึ้นมาก็จะมีแต่ลูกปลาหมอคางดำ ทั้งที่ในบ่อก็เลี้ยงปลากะพงขาวไว้ และเมื่อทดลองทอดแหลงไปก็จะได้ปลาหมอคางดำขึ้นมาแทนที่จะได้กะพงขาวที่เลี้ยงไว้
นายสุนทรเล่าว่า เเต่เดิมเขาเลี้ยงกุ้งเป็นหลัก แต่เมื่อปี 2554 พบปลาหมอคางดำระบาด จึงหันมาเลี้ยงกะพงขาว โดยปล่อยกะพงขาวขนาด3-4 นิ้วลงบ่อ แต่ปรากฎว่าเมื่อถึงกำหนดจับปลาขึ้นมาขาย กลับได้ปลาหมอคางดำมากกว่า กะพงขาวที่เลี้ยงเสียอีก
นายสุนทรยังบอกด้วยว่า ปลากะพง ไม่กินลูกปลาหมอคางดำ เพราะพ่อปลาหมอคางดำจะอมไข่ไว้ ทำให้กะพงกินไม่ได้ และหากเป็นลูกปลาหมอที่เล็กเกินไปปลากะพงก็ไม่กินอีก
นายสุนทร ยังบอกด้วยว่า เขาเคยทดลองสูบน้ำออกจากบ่อที่มีปลาหมอคางดำระบาด และปล่อยให้บ่อแห้ง เป็นเวลา 15 วัน ก่อนจะสูบน้ำเข้าบ่อโดยใช้ระบบกรอง แต่ปรากฎว่า ยังมีลูกปลาหมอคางดำปะปน และระบาดในบ่ออีก ทำให้ไม่แน่ใจว่า ที่เขาบอกว่า ไข่ของปลาหมอคางดำอยู่ได้นาน 2 เดือนนั้นจริงหรือไม่
ขณะที่นายวัลลภ ขุนเจ๋ง อายุ 59 ปี เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งมากว่า 17 ปี แต่ปรับบ่อหันมาเลี้ยงปลากะพง ในพื้นที่ ต.แพรกหนามแดง อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวผ่านทางโทรศัพท์ว่า
เต็นท์รถชะลอรับซื้อ EV มือสอง หลังราคาลงแรงขายออกยาก
แต่เดิมเลี้ยงกุ้ง 520 ไร่ ต่อมาปี 2554 ปลาหมอคางดำ เริ่มระบาด จึงหันมาทดลองเลี้ยงปลากะพงในบ่อ 20 ไร่ ลงไป 5,000 ตัว แล้วปิดบ่อตาย พอครบกำหนดจับปลากะพงเหลือไม่ถึง 1,000 ตัว แต่ได้ปลาหมอคางดำ 9 ตัน จึงเพิ่งรู้ว่าปล่อยปลากะพงขนาด 3 - 4 นิ้ว มันสู้กับปลาหมอคางดำไม่ไหว เพราะช่วงแรกที่ปล่อย ปลากะพงจะอ่อนเพลีย พวกแม่ปลาหมอคางดำตัวใหญ่จะรุมเข้าใส่ กัดตัวกัดหางจนมันตาย
จากนั้นครั้งที่ 2 ทดลองขยายเป็นบ่อ 40 ไร่ ขุดบ่อขนาด 10 ไร่ ใหม่หมดปรับพื้นที่ตากบ่อให้แห้ง กรองน้ำเข้า พอครึ่งเดือนพบลูกปลาหมอคางดำเต็มไปหมด จึง ปล่อยปลากะพง 4 นิ้วลงไป 1,000 ตัว พอวิดบ่อได้ปลาหมอคางดำ 7 ตัน
จากนั้นครั้งที่3ทดลองปล่อยน้ำมีปลาหมอคางดำอยู่เต็ม แล้วปล่อยปลากะพง 7 - 8 นิ้วลงไป อีก 1,000 ตัว ช่วงแรกดีหน่อยเหมือนกับปลาหมอคางดำลดจำนวนลง แต่หลังจากนั้น 5 – 6 เดือน ปลาหมอคางดำเต็มไปหมดมันออกลูกเยอะ ก็ขึ้นปลาหมอคางดำได้ 5 ตัน ปลากะพงอยู่ครบ
นี่เป็นเสียงสะท้อนจากเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากะพงในพื้นที่สมุทรสงคราม ว่าลำพังการปล่อยปลากะพงอย่างเดียวลงแหล่งน้ำเพื่อล่าปลาหมอคางดำอาจไม่ได้ผล