วันที่ 30 ก.ค.2567 นายที (นามสมมุติ) เดินทางมาจากจังหวัดแพร่ เข้าร้องขอความช่วยเหลือกับเพจสายไหมต้องรอด หลังถูกโมเดลลิ่งเก๊หลอกโอนเงินหลายล้านบาท
โดยผู้เสียหายเล่าให้ฟังว่า ภรรยาของตนรู้จักกับนางสาวน้ำผึ้ง ผ่านทางเฟซบุ๊กเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา จากนั้นนางสาวน้ำผึ้งก็ได้ทักมาหาภรรยาของตนเชิญชวนว่าทำธุรกิจเฟ้นหานักแสดงไปถ่ายโฆษณาหรือละครต่างๆ และด้วยโปรไฟล์ของน้องสาวน้ำผึ้งค่อนข้างดูน่าเชื่อถือ จึงทำให้ครอบครัวของตนมั่นใจว่าสามารถพาลูกสาวคนโต อายุ 11 ขวบ เข้าสู่วงการบันเทิงได้จริง
กระทั่งเมื่อวันที่ 16 พ.ค.ที่ผ่านมา ตนได้ติดต่อไปยังนางสาวน้ำผึ้ง โดยนางสาวน้ำผึ้งก็บอกว่าจะต้องจ่ายค่าเรียนการแสดงเป็นเงิน 17,000 บาท และให้คำมั่นว่าจะมีงานถ่ายโฆษณาเข้ามาอย่างแน่นอน โดยหลังจากที่ตนโอนให้เงินไป ยังไม่ทันที่ลูกสาวของตนจะได้ไปเรียนการแสดง นางสาวน้ำผึ้งก็ติดต่อกลับมาว่า ให้ลูกสาวของตนไปถ่ายโฆษณานมเปรี้ยวยี่ห้อดังที่สตูดิโอแห่งหนึ่งย่านบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี ในวันที่ 25 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยตนได้พาลูกสาวไปถ่ายทำโฆษณา ก็เห็นว่ามีการถ่ายทำกันจริง และมีบุคคลอื่นที่มาร่วมถ่ายโฆษณาด้วย ถัดมาอีกประมาณหนึ่งเดือน ตนก็ได้รับค่าจ้างเป็นเงินจำนวน 19,000 บาท ทำให้มั่นใจว่าสามารถทำเงินได้จริง จึงได้มีการจ่ายเงินค่าเรียนการแสดงของลูกสาวคนเล็กอายุ 10 ขวบ เพิ่มเติม
จากนั้นนางสาวน้ำผึ้ง ก็ได้มีการมาชักชวนให้ลูกสาวของตนไปถ่ายโฆษณาประเภทอื่น ๆ อยู่หลายครั้ง โดยแต่ละครั้งก็ได้บอกให้ผู้เสียหายวางเงินประกันก่อนทุกครั้ง ด้วยจำนวนเงินที่แตกต่างกันออกไปตั้งแต่หลักพันบาท ไปจนถึงหลักแสนบาท ด้วยความที่ผู้เสียหายมั่นใจว่าจะได้ค่าตอบแทนกลับมาจริง จึงได้โอนเงินค่าประกันให้ไปตลอด
โดยมีครั้งหนึ่งนางสาวน้ำผึ้งได้อ้างว่าจะมาชวนลูกสาวไปถ่ายโฆษณาร่วมกับ นางสาสลลิษา มโนบาล หรือ ลิซ่า Black pink จะได้ค่าจ้าง 150,000 บาท แต่ต้องวางเงินประกัน 75,000 บาท แล้วอ้างว่าตัวเองสนิทสนมกับลิซ่า สามารถพาไปถ่ายงานร่วมกันได้ทั้งครอบครัว ทำให้ครอบครัวต้องเดินทางมาจากจังหวัดแพร่มาเปิดโรงแรมนอนพักที่กรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ 11 ก.ค. ซึ่งนางสาวน้ำผึ้งก็ได้เลื่อนประวิงเวลามาตลอด จนทำให้ผู้เสียหายรู้ตัวว่าถูกหลอก โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาตนโอนเงินให้นางสาวน้ำผึ้งถึง 42 ครั้ง เป็นจำนวนเงินถึง 8,734,000 บาท โดยมีการไปยืมญาติถึง 2,000,000 กว่าบาท
ทั้งนี้สำหรับนางสาวน้ำผึ้ง ตนได้มีการติดต่อสอบถามไป นางสาวน้ำผึ้งก็อ้างว่าจะคืนเงินทั้งหมดให้เมื่อวันอาทิตย์ที่ 28 ก.ค.ที่ผ่านมา แต่จนถึงตอนนี้พบว่าไม่สามารถติดต่อได้แล้ว
เปิดจุด Walk - in ลงทะเบียน ดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท 5,000 แห่ง
ด้าน นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอดู เปิดเผยว่า หลังจากนี้จะพาผู้เสียหายไปแจ้งความไว้ที่ บก.สอท.1 และส่วนตัวเชื่อว่าน่าจะมีผู้เสียหายมากกว่านี้ ขณะที่เฟซบุ๊กของนางสาวน้ำผึ้ง ก็ยังมีการโพสต์หานักแสดงไปถ่ายโฆษณาเมื่อวันศุกร์ที่ 26 ก.ค.ที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตามถัดมาในเวลาไล่เลี่ยกัน นางสาวน้ำผึ้ง ได้มีการโทรกลับมาหาผู้เสียหาย โดยบอกว่าจะเริ่มทยอยคืนเงินบางส่วนในวันพฤหัสบดีที่ 1 ส.ค.นี้ แต่ไม่รับปากว่าจะสามารถคืนเงินทั้งหมดให้ได้ ส่วนเรื่องตั๋วที่จะบินไปเกาหลีเพื่อถ่ายโฆษณาร่วมกับลิซ่า black pink นั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการประสานงาน ซึ่งจะโทรติดต่อกลับมาแจ้งเป็นระยะๆ