เหตุการณ์การทำร้ายร่างกายกันภายในที่ทำการไปรษณีย์แห่งหนึ่ง ใน อ.ปะทิว จ.ชุมพร เมื่อเวลา 13.00 น. ของวันที่ 8 ส.ค.ที่ผ่านมา จากการสอบสวนเบื้องต้น ทราบว่า นายวิทยา อายุ 40 ปี อดีตพนักงานไปรษณีย์ ได้ใช้มีดอีโต้ เข้าไปฟัน นายณรงค์ธรรม อายุ 42 ปี ซึ่งเป็นหัวหน้างาน ก่อนทั้ง 2 คนจะต่อสู้กันจนได้รับบาดเจ็บทั้งคู่ ก่อนนายวิทยาจะถูกจับมัดมือมัดเท้า และ ไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล
นายชาญ อายุ 68 ปี พ่อของนายวิทยา บอกว่า ลูกชายป่วยเป็นโรคซึมเศร้ารักษาตัวรับกลับมาเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม ที่ผ่านมา และยืนยันว่า ไม่ได้ติดยาเสพติด
ซึ่งลูกชายทำงานมานานกว่า 10 ปี ไม่เคยมีปัญหากับใคร แต่มามีปัญหาและหัวหน้างานคนปัจจุบันตั้งแต่ปี 2565 โดย ลูกชายเคยถูกขู่ว่า เอาคนออกมาเยอะแล้ว ซึ่งปัญหาน่าจะเป็นเรื่องงานเพราะอยู่ หัวหน้างานก็ไม่ให้เอาของนำจ่าย
โดยในวันเกิดเหตุลูกชายมาหาแต่เช้านั่งกินอาหารเช้าด้วยกัน แต่ไม่ได้พูดถึงปัญหาที่เกิดขึ้นให้ฟัง ก่อนจะรู้ว่าไปก่อเหตุและเสียชีวิต โดยที่ตัวมีบาดแผลเกือบ 100 แผล จึงคิดว่าคนทำร้ายลูกชายไม่ใช่แค่คนเดียว ดังนั้นอยากให้ตำรวจทำการสอบสวนให้มีความกระจ่าง
ด้าน นางสาว วันวิสา อายุ 44 ปี พี่สาวผู้เสียชีวิต บอกว่า เข้าใจว่าน้องชายทำผิด แต่เมื่อจับตัวได้แล้วทำไมไม่หยุดกรณีแบบนี้ไม่มีใครรับได้ ส่วนตัวคิดว่า น้องชาย ถูกจับมัดก่อนแล้วถูกกระทำ เพราะคนทำมากกว่า 1 ถ้าตัวต่อตัวอีกฝ่ายสู้ไม่ได้เพราะน้องชายเป็นคนตัวใหญ่สูง 180 ซม.
โดยตนเองรู้มาว่า หัวหน้างานบอกว่า ไม่ได้ทำอะไรแค่ล็อคตัวเฉยๆ จึงมีคำถามว่าถ้าแค่ล็อคตัวแล้วบาดแผลบาดแผลฉกรรจ์ที่ข้อพับขาทั้งสองข้าง และ บริเวณศีรษะซึ่งทำให้เลือดไหลไม่หยุด จึงทำให้เสียชีวิต ทั้งหมดมาจากไหน ซึ่งยืนยันว่า ไม่ได้กล่าวหาใครเพราะไม่เห็นเหตุการณ์แต่ร่างกายน้องชายเหมือนทรมานก่อนเสียชีวิต ถ้าเห็นใครคลิปภาพเลือดท่วม แขนขาถูกมัด มีรอยฟกช้ำบริเวณเบ้าตาและใบหน้า
นอกจากนี้ อาวุธที่น้องชายเอาไปแค่มีดอีโต้ แต่ดูจากบาดแผลบนร่างกายของน้องชายพบว่า เป็นรอยแทงเหมือนมีดปลายแหลม และมีภาพพนักงานคนหนึ่งหลังเกิดเหตุเดินถือมีดปลายแหลมอยู่ด้วยเป็นมีดที่ใช้ก่อเหตุด้วยหรือไม่ ส่วนสาเหตุเรื่องทะเลาะกันนั้นไม่ทราบรายละเอียด เพราะน้องไม่เคยเล่าให้ฟัง แต่รู้คร่าวๆว่า ทั้งสองคนเคยมีเรื่องขึ้นโรงขึ้นศาลกันมาแล้วครั้งหนึ่ง
ซึ่งในวันเกิดเหตุ มีหัวหน้างาน พนักงานชายอีกคนและน้องชาย แต่กล้องวงจรปิดจับภาพไม่ได้เพราะหลุดออกจากมุมกล้อง จึงอยากให้ตำรวจสืบสวนให้ได้ว่ามีคนอื่นร่วมก่อเหตุทำร้ายน้องชายด้วยหรือไม่
ด้านตำรว สภ.มาบอำมฤตจ กล่าวว่า หลังจากสอบปากคำหัวหน้างาน ให้การว่า ผู้ก่อเหตุเอามีดไปฟันเพราะไม่พอใจที่ถูกไล่ออกเมื่อประมาณ 1 ปีที่แล้ว
จึงมีการต่อสู้กัน โดยยืนยันว่า กระทำแค่คนเดียวแต่ทางญาติผู้ตายติดใจในเรื่องนี้ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างสอบสวนแต่เบื้องต้นยังไม่มีหลักฐานเชื่อมโยงไปหาบุคคลที่ร่วมกันกระทำความผิดและทราบจากญาติผู้ตายว่าเคยรักษาอาการซึมเศร้ามาก่อน ในส่วนอื่นๆนั้นอยู่ในระหว่างการตรวจสอบ