จากสถานการณ์ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย ในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ซึ่งทำให้มีฝนตกหนักมากบางพื้นที่ รวมทั้งภาคกลางตอนบน ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนล่าง มีฝนตกหนักบางแห่ง ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม
ขณะที่สถานการณ์ที่น่าจับตาไม่แพ้กันคือ สถานการณ์น้ำในเขื่อนหลายแห่งมีปริมารน้ำเก็บกักอยู่ในเกณฑ์มากกว่าร้อยละ 80 แล้วหลายเขื่อน
สงครามอิสราเอล-ฮิซบอลเลาะห์ เข้าสู่โหมด “ชำระแค้น”
โดยล่าสุด กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) ได้รายงานสถานการณ์น้ำอ่างเก็บน้ำขนากใหญ่ที่ปริมาณน้ำเก็บกักอยาในเกณฑ์มากกว่าร้อยละ 80 จำนวน 8 อ่าง ประกอบด้วย
- เขื่อนสิริกิตติ์ จ.อุตรดิตถ์ ปริมาณน้ำ 8,111 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 85% ของความจุอ่าง
- เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล จ.เชียงใหม่ ปริมาณน้ำ 236 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 89% ของความจุอ่าง
- เขื่อนกิ่วคอหมา จ.ลำปาง ปริมาณน้ำ 153 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 90% ของความจุอ่าง
- เขื่อนห้วยหลวง จ.อุดรธานี ปริมาณน้ำ 136 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 88% ของความจุอ่าง
- เขื่อนน้ำอูน จ.สกลนคร ปริมาณน้ำ 454 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 87% ของความจุอ่าง
- เขื่อนวชิราลงกรณ จ.กาญจนบุรี ปริมาณน้ำ 7,669 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 87% ของความจุอ่าง
- เขื่อนขุนด่านปราการชล จ.นครนายก ปริมาณน้ำ 188 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 84% ของความจุอ่าง
- เขื่อนประแสร์ จ.ระยอง ปริมาณน้ำ 249 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 84% ของความจุอ่าง
นอกจากนั้นยังมี อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่ปริมาณน้ำน้อยกว่าหรือเท่ากับร้อยละ 30 ของความจุอ่างฯ จำนวน 2 อ่าง คือ เขื่อนทับเสลา และเขื่อนลำตะคอง ขณะที่อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่ปริมาณน้ำที่ใช้การได้อยู่ในเกณฑ์น้อยกว่าร้อยละ 30 ของความจุอ่างฯ จำนวน 3 อ่าง คือ เขื่อนลำตะคอง เขื่อนทับเสลา และเขื่อนกระเสียว