เจาะโศกนาฎกรรมรถบัสไฟไหม้ ปัญหาทัศนศึกษา หรือ ความประมาทในการบริหาร?

โดย PPTV Online

เผยแพร่

วิเคราะห์เหตุโศกนาฏกรรมรถบัสไฟไหม้ ต้นตอใหญ่มาจากปัญหาการทัศนศึกษา หรือ ความประมาทในการบริการจัดการ? พร้อมทางออกป้องกันเหตุในอนาคต

จากกรณีโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นเมื่อมีไฟไหม้รถบัสนักเรียน บนถนนวิภาวดีรังสิต เมื่อวันที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บจำนวนมาก และนำไปสู่การตั้งคำถามของสังคมในหลายประเด็น ทั้งในเรื่องของความปลอดภัย มาตรฐานของรถ ไปจนถึงการออกไปทัศนศึกษาของเด็กเล็ก

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกกระทรวงศึกษาธิการ และ ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตนายกสภาวิศวกรฯ ร่วมพูดคุยกับ PPTV ในรายการคุยข้ามช็อต Exclusive Talk พร้อมวิเคราะห์เกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้อย่างน่าสนใจ

คอนเทนต์แนะนำ
พฐ.เผยรถบัสทัศนศึกษาไฟไหม้ ติดตั้งถังแก๊สกว่า 10 ถัง!

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกกระทรวงศึกษาธิการ และ ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตนายกสภาวิศวกรฯ ร่วมพูดคุยกับ PPTV ในรายการคุยข้ามช็อต Exclusive Talk รายการคุยข้ามช็อต Exclusive Talk
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกกระทรวงศึกษาธิการ และ ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตนายกสภาวิศวกรฯ ร่วมพูดคุยกับ PPTV ในรายการคุยข้ามช็อต Exclusive Talk

ย้ำ! ดูที่มาตรฐานความปลอดภัย ไม่ใช่ทุกทัศนศึกษาไม่ปลอดภัย

นายสิริพงศ์ กล่าวว่า พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มีข้อสั่งการทั้งในเรื่องของมาตรการและการเยียวยา ในส่วนของมาตรการ ให้งดกิจกรรมทัศนศึกษาที่ไม่จำเป็น ไม่ได้สั่งให้ยกเลิกทั้งหมด ซึ่งความจำเป็นไม่จำเป็นอยู่ในดุลยพินิจของผู้บริหารสถานศึกษา เช่น หากเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนการสอน หรือเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนจบหรือเรียนไม่จบ เป็นต้น แล้วแต่การบริหารจัดการของแต่ละที่

ทั้งนี้ ณ วันนี้ ทุกโครงการที่จะเดินทาง เด็กต่ำกว่าระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ห้ามไปเด็ดขาด หรือหากเด็กเล็กจำเป็นต้องไป ผู้ปกครองของเด็กต้องไปด้วย เมื่อต้องไป ผู้บริหารสถานศึกษาจำเป็นต้องทบทวนมาตรการต่าง ๆ ว่าครบถ้วนเพียงพอหรือไม่ เช่น มีการทำประกันชีวิต มีการเช็กรถ รถ 3 คันขึ้นไปต้องมีรถนำขบวน หรือต่ำกว่า 3 คันไม่ต้องมีรถนำขบวนก็ได้ เป็นต้น

ส่องมาตรฐาน “รถบัสโรงเรียนสหรัฐฯ” ปลอดภัยกว่ารถทั่วไป 70 เท่า
 

นายสิริพงศ์ กล่าวต่อว่า ในระเบียบที่ผ่านมา การทัศนศึกษาไม่มีการกำหนดเป็นช่วงชั้น ทั้งหมดอยู่ในความรับผิดชอบและดุลยพินิจของผู้บริหารสถานศึกษา เศรษฐสภาพของแต่ละโรงเรียนไม่เหมือนกัน เช่น บางโรงเรียนเป็นโรงเรียนขยายโอกาส บุคลากรน้อย ไม่สามารถทิ้งเด็กได้ ต้องไปกันหมด ก็จำเป็นต้องเป็นเช่นนั้น เราต้องดูมิติทั้ง 2 อย่าง สามารถทำได้ในเรื่องของการจัดการ ว่าเราจะจัดการในเรื่องนี้อย่างไร

ซึ่งในเรื่องของความปลอดภัยกับการทัศนศึกษานั้นคนละประเด็นกัน ไม่ใช่ว่าทุกการไปทัศนศึกษาไม่ปลอดภัย แต่เราต้องมาดูที่มาตฐานของความปลอดภัยว่าเป็นอย่างไร เช่น คนขับรถอาจไม่มีทักษะเพียงพอ รวมถึงเราต้องย้อนดูด้วยว่าสำนึกความปลอดภัยของคนไทยนั้นค่อนข้างต่ำ

ตัวอย่างเช่น ข้อกำหนดที่ว่าใครที่ขับรถโดยสารสาธารณะต้องผ่านการอบรมอย่างเข้มข้น ทว่าผู้ประกอบการก็ออกมาโวยวาย กรณีของรถปิกอัปที่ต้องมีเข็มขัดนิรภัย คนก็ออกมาบอกว่าเป็นภาระ หรือห้ามนั่งท้ายรถปิกอัป ก็ตั้งคำถามว่าแล้วคนจนจะทำอย่างไร

คำถามคือ ถ้าเรามีสำนึกเรื่องความปลอดภัย เราจะมีความคิดแบบนี้หรือไม่ ที่ต้องไปเทียบกันกับความปลอดภัยกับเงิน ซึ่งความปลอดภัยต้องมาก่อน รวมถึงทุกครั้งที่เราขึ้นรถบัส ไม่มีใครแนะนำว่าเวลาเกิดเหตุต้องทำอย่างไร ประตูหนีไฟอยู่ไหน เป็นต้น

นายสิริพงศ์ กล่าวว่า เรื่องเหล่านี้ต้องทำให้เป็นมาตรฐาน ซึ่งระเบียบใหม่ต่อจากนี้ต้องทำให้เป็นมาตรฐาน ทุกครั้งต้องมีการแนะนำเรื่องความปลอดภัยก่อน หรือทำ MOU ร่วมกับกระทรวงคมนาคม ขณะนี้ระเบียบกำลังทำ เป็นเรื่องที่เราต้องมาคิดมาทำกัน

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกกระทรวงศึกษาธิการ รายการคุยข้ามช็อต Exclusive Talk
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกกระทรวงศึกษาธิการ

"แทนคุณ" ชี้ เป็นอุบัติเหตุสะเทือนโครงสร้างรัฐ ตั้งข้อสังเกตเสี่ยงมี "คอร์รัปชัน"

นายแทนคุณ จิตต์อิสระ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาธิปัตย์ เผยถึงกรณีที่ไปยื่นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ขอให้ยกเลิกจัดทัศนศึกษาของเด็กว่า เด็กเล็กตั้งแต่ช่วงอนุบาล ถึงประถมศึกษาปีที่ 2 ควรยกเลิกการจัดทัศนศึกษา เพราะเป็นช่วงที่อาจดูแลตัวเองยังไม่ได้ รวมถึงยกเลิกการเดินทางไกลด้วย ส่วนระดับมัธยมศึกษาเชื่อว่าสามารถดูแลตนเองได้แล้ว

คำว่ามาตรฐานความปลอดภัยบนท้องถนน ตนมองว่ามีปัญหามานานแล้ว ซึ่งจะประกอบไปด้วย 6 คำ ได้แก่ คน รถ ถนน ระบบ เทคโนโลยี และ ผังเมือง ซึ่งหากอย่างหนึ่งอย่างใดไม่สมบูรณ์ ไม่มีมาตรฐานพอ อาจเกิดปัญหาได้

นายแทนคุณ กล่าวต่อว่า เราโฟกัสเฉพาะเด็กเล็กที่ยังดูแลตัวเองไม่ได้ รวมถึงศักยภาพของผู้ดูแลก็ยังไม่เพียงพอ จึงคิดว่าควรระมัดระวัง หรือยกระดับความปลอดภัยให้ได้ทั้งหมดก่อน เพราะตนมองว่าเหตุการณ์นี้นอกจากสะเทือนใจแล้ว ยังสะเทือนโครงสร้างทั้งหมดของรัฐ ทั้งในด้านมาตรฐานความปลอดภัย การตรวจสอบรถ และทักษะการช่วยเหลือเมื่อเผชิญเหตุของคนขับก็ไม่มีเลย

ทางกระทรวงคมนาคมเองก็มีมาตรการสั่งการว่าทุกครั้งที่มีการสั่งการ ก็จำเป็นต้องมีการตรวจสอบจากกรมขนส่งของแต่ละจังหวัด และขอให้มีการตรวจสอบอย่างเคร่งครัดอีกครั้งหนึ่ง แต่สิ่งที่เป็นปัญหาที่อยากฝากคือ เมื่อตรวจสอบตามระบบแล้วจะมีการลักไก่ เช่น เตรียมรถเพื่อไปตรวจ หลังจากผ่านไปแล้ว 1 - 2 เดือนก็จะไปลักไก่ ติดแก๊สเพิ่มจาก 6 ถัง เป็น 11 ถัง เป็นต้น

ดังนั้น ต้องมีการสุ่มตรวจ หรือใช้เทคโนโลยีเข้ามาตรวจสอบหรือไม่ เชื่อว่ากรณีนี้หากไม่มีเรื่องน้ำหนักเกิน จะทำให้ยางไม่แตก เมื่อยางไม่แตกอาจไม่มีการเบียดให้ข้อหลุดจนแก๊สรั่ว จนเกิดเป็นประกายไฟขึ้น ทุกอย่างเป็นเหตุปัจจัยเชื่อมโยงกันหมด

นายแทนคุณ ตั้งข้อสังเกตว่า เนื่องจากช่วงนี้เป็นช่วงปลายปีงบประมาณ จะมีเรื่องที่เกี่ยวกับการเร่งใช้งบฯ หรือไม่ จนส่งผลให้เกิดรถที่ไม่ได้มาตรฐานจนเกิดเหตุขึ้น จะมีความเกี่ยวข้องกับเรื่องเกี่ยวกับการคอร์รัปชันหรือไม่

ด้าน นายสิริพงศ์ กล่าวว่า กรณีนี้เป็นปกติของหน่วยงานราชการ แต่ก็มีเหตุปัจจัยอยู่หลายอย่าง จะเห็นได้ว่าช่วงสิ้นปีงบประมาณ เป็นช่วงที่โรงเรียนรู้แล้วว่าเหลือเงินให้ใช้อยู่เท่าไร ก็จะมาใช้ในช่วงสิ้นปีงบประมาณ หรือช่วงเริ่มปีงบประมาณใหม่ ซึ่งตนมองว่าไม่น่าเป็นเงินของปีงบประมาณใหม่ เพราะยังไม่ได้โอนไป

"สุชัชวีร์" แนะ ต้องมีตัวกลางเข้ามาดูแล ย้อนบทเรียนโศกนาฏกรรมเรือแซวอล

ดร.สุชัชวีร์ กล่าวว่า เห็นด้วยกับการกำหนดให้เด็กต่ำกว่าชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ห้ามไปทัศนศึกษา ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ทัศนศึกษาเป็นการเปิดโอกาสให้เด็กได้เรียนรู้ในโลกกว้าง เพราะการเรียนหนังสือในห้องเล็ก ๆ โดยเฉพาะในโรงเรียน ซึ่งก็มีโอกาสแตกต่างกันอยู่แล้ว เช่น โรงเรียนวัดก้ไม่มีโอกาสได้เห็นโลกกว้างเท่ากับเด็กจากโรงเรียนชั้นนำใน กทม.อยู่แล้ว เชื่อว่าการได้เปิดหูเป็นตาถือเป็นโอกาส เป็นประสบการณ์ ทำให้เด็กดีใจ

แต่คำถามไม่ใช่ว่าควรจะยกเลิกการทัศนศึกษาเลยหรือไม่ คำถามคือ จะทำอย่างไรให้การทัศนศึกษานั้นปลอดภัย เพราะถ้าไม่ปลอดภัย คนปกตินั่งรถเมลย์แล้วรถระเบิด ก็ถือว่าไม่ปลอดภัย จึงไม่อยากให้โทษการทัศนศึกษา ควรตั้งคำถามว่า ไปทัศนศึกษาอย่างไร ให้ปลอดภัยเหมาะสม

ดร.สุชัชวีร์ กล่าวต่อว่า กรณีนี้น่ากลัวมาก เนื่องจากเป็นรถสาธารณะที่มีการจดทะเบียนเมื่อปี 2513 กว่า 50 ปีแล้ว ไม่ต้องเป็นวิศวกรก็บอกได้ว่าไม่ใช่แล้ว เรื่องทั้งหมดนี้นำไปสู่การตั้งคำถามที่ถูก เพราะสังคมเขวไปที่เรื่องของทัศนศึกษาว่าจะมีไม่มีดี หรือเรื่องนู้นเรื่องนี้ผิด แต่มีคำถามหนึ่งที่สำคัญที่สุดคือ ปัจจุบันใครเป็นเจ้าภาพจัดการความปลอดภัยสาธารณะ?

ตนมองว่า ถ้าหากบริษัทการบินหรือบริษัทต่าง ๆ เกิดความผิดพลาด ก็ไม่ออกมาเปิดเผย ไม่ยอมรับ ดังนั้นเมื่อเกิดเหตุที่เป็นอุบัติเหตุ หรือภัยพิบัติ ต้องมีคนกลางที่มีความรู้ ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียเข้ามาจัดการก่อน

หากย้อนไปเมื่อปี 2557 เกิดโศกนาฏกรรมเรือเฟอร์รี่ "เซวอล" บริเวณเกาะเจจู เกาหลีใต้ ที่มีนักเรียนและครูเดินทางไปทัศนศึกษาเหมือนกัน อับปางลง เด็กเสียชีวิต 250 คน ครู 11 คน จุดนั้นคือจุดเปลี่ยนของเกาหลีใต้ ซึ่งตอนนั้นมีองค์กรเพื่อความปลอดภัยสาธารณะเข้าไปดูแล จนทุกวันนี้ยกระดับเป็นกระทรวงเพื่อความปลอดภัยสาธารณะแล้ว และมีการถอดบทเรียนอย่างชัดเจนว่า เรือมีการต่อเติม น้ำหนักบรรทุกมากเกิน ทำให้กัปตันและวิศวกรถูกสั่งจำคก 30 กว่าปี ส่วนเจ้าของบริษัทเรือบอกไม่รู้ไม่ชี้ไม่ได้ โดนจำคุกไป 10 ปี ยามชายฝั่งมาช้า โดนไป 4 ปี

ขณะที่ประเทศไทย ฝ่ายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกลับต้องเป็นผู้ดูแลเสียเอง ซึ่งใช้เวลาดำเนินการนาน อีกทั้งมีการเคลื่อนย้ายเก็บพยานหลักฐานวัตถุต่าง ๆ ทำให้ทนายของทางผู้ให้บริการรถขนส่งอ้างได้ว่าพยานหลักฐานถูกเคลื่อนย้าย การจะมาเอาผิดมีจุดอ่อนหลายข้อ ทำให้ไม่ถูกเอาผิดได้ ขณะที่ต่างประเทศวันต่อไปรู้ผลพร้อมชี้แจงรายละเอียดต่อคำถามที่สงสัยต่าง ๆ อย่างชัดเจน

ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตนายกสภาวิศวกรฯ รายการคุยข้ามช็อต Exclusive Talk
ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตนายกสภาวิศวกรฯ

ดร.สุชัชวีร์ กล่าวต่อว่า เมื่อไม่มีหน่วยงานกลางเข้ามาดูแลแล้ว ทำให้เสียโอกาสในการถอดบทเรียน คำถามต่าง ๆ จึงไม่มีใครตอบ แค่ถังแก๊สก็มีข้อมูลไม่ชัดเจน มีคนไปดูที่ถังแก๊ส แต่ไม่มีใครดูที่ข้อต่อเลย เมื่อเกิดเหตุการณ์แล้ว วัวหายแล้ว ครั้งต่อไปต้องล้อมคอก แต่ที่ประเทศไทยวัวหายไม่เคยล้อมคอกแม้แต่ครั้งเดียว

ดร.สุชัชวีร์ กล่าวว่า ไทยอิงจากมาตรฐานต่างประเทศว่า รถที่วิ่งถี่ ๆ มีคนเยอะ ๆ ต้องมีหน่วยงานเข้าไปกำกับ ในขณะที่รถไม่ประจำทาง วิ่งไม่บ่อยเท่า แล้วแต่คนจ้าง ก็อาจดูน้อยหน่อย แต่ 50 ปีก็ไม่ใช่

ดังนั้นแล้วต้องเปลี่ยนให้มีคนกลาง เนื่องจากกระทรวงคมนาคมก็กระอักกระอ่วน เนื่องจากต้องคุยกับผู้ประกอบการ กระทรวงศึกษาธิการ ก็ตั้งกฎระเบียบ มาตรการตามแบบกระทรวงศึกษาธิการ จึงต้องมีคนกลางมาจัดการเพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล

ดร.สุชัชวีร์ แนะนำว่า ห้ามพูดว่ามีมาตรฐาน แพง ไม่เอา สิ่งที่ได้มาตรฐานไม่มีถูกไม่มีแพง เวลาที่ประมูลกัน ให้ดูเทคนิค มาตรฐานให้ผ่านก่อน แล้วค่อยมาสู้กันด้วยราคา ถ้าไม่มีมาตรฐานอย่ามาประมูลแต่แรก

ทั้งหมดอยู่ที่ "การบริหาร" สิ่งสำคัญของทัศนศึกษาไม่ใช่แค่ปลายทาง

นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ปกติรถทัศนศึกษาจะเป็นรถรับจ้างไม่ประจำทาง กรณีของรถประจำทาง จะมีกำหนดว่าถ้าอายุเกินเท่านี้ วิ่งได้ไม่เกินเท่าไร ๆ แต่กรณีนี้เป็นรถรับจ้างไม่ประจำทาง 50 ปีเลยวิ่งได้ ซึ่งก็จะเกิดคำถามโต้แย้งขึ้นมาว่าแม้จะ 50 ปี แต่ต้องดูสภาพรถด้วย เป็นต้น

ปกติในระเบียบ รถที่จะออกทัศนศึกษาจะแตกต่างจากรถรับส่งนักเรียน โดยรถรับส่งนักเรียนจะต้องมีไฟสว่างรอบคัน มีสัญลักษณ์ให้รู้ว่าเป็นรถนักเรียน แต่พอเป็นรถทัศนศึกษา ต้องมีเครื่องหมาย มีป้ายบอกว่า เป็นรถสำหรับทัศนศึกษา กำกับอย่างชัดเจน

ส่วนกรณีที่มีการตั้งคำถามว่างบประมาณการทัศนศึกษานั้นน้อยไปหรือไม่ ตนมองว่าอยู่ที่การบริหารจัดการของผู้บริหารสถานศึกษา จึงระบุว่ามาตรการของกระทรวงศึกษาธิการต่อจากนี้ ผู้บริหารจะต้องมีส่วนรับผิดชอบโดยตรงและเต็ม ๆ

นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ถ้ามูลค่าการจัดรถไปทัศนศึกษาไม่เยอะ ไม่จำเป็นต้องมีการประมูลราคา เนื่องจากใช้ขั้นตอนเยอะ แต่ก็มีการระบุว่าต้องคำนึงถึงคุณภาพเป็นหลัก ซึ่งถ้าเกิดว่าการจ้างรถทัศนศึกษานั้นมีราคาแพง จะให้ทำอย่างไร ถ้าจ้างไม่ได้ ก็ไม่ต้องไป ทั้งหมดอยู่ที่การบริหาร

ตนมองว่า วันนี้การทัศนศึกษามีหลายแบบ เด็กต่างจังหวัดไกล ๆ อาจไม่มีโอกาสมาดูท้องฟ้าจำลองกรุงเทพฯ นอกจากว่าเป็นหลักสูตรพิเศษ ห้องเรียนพิเศษ แต่อย่างมากทำได้เต็มที่ก็ให้ไปดูระบบนิเวศภายในจังหวัดของตนเอง ศึกษาวิถีชีวิตภายในจังหวัดตนเอง ไม่จำเป็นต้องเข้า กทม.

นายสิริพงศ์ กล่าวว่า แต่แม้จะไม่สามารถไปได้ไกลมาก แต่สิ่งสำคัญสำหรับการออกทัศนศึกษาไม่ใช่แค่ปลายทาง แต่ทันทีที่เริ่มเข้าร่วมกิจกรรม เด็กสามารถมีกระบวนการเรียนรู้ได้ตลอดทาง ตั้งแต่ร่วมกันกับเพื่อน ครู ซึ่งเป็นกิจกรรมกลุ่มที่ไม่สามารถหาได้จากในห้องเรียน เช่น หลังทำกิจกรรม พฤติกรรมเราเปลี่ยน ทัศนคติเราเปลี่ยน เรารักเพื่อนรักครูคนนี้มากขึ้น

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ