“บิ๊กต่าย” ลั่นเชื่อว่ามีการทำผิดคดีดิไอคอน ปมตลาดขายตรง-ฉ้อโกง-ฟอกเงิน

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ลั่นเชื่อว่ามีการทำผิดคดีดิไอคอน ทั้งเรื่องตลาดขายตรง-ฉ้อโกงประชาชน-ฟอกเงิน แต่ยังไม่ถึงขั้นออกหมายจับ

วันที่ 15 ต.ค.2567 เวลา 11.00 น. ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการทำคดีบริษัทดิไอคอน ที่ยังคงมีผู้เสียหายทยอยเข้าร้องเรียนอย่างต่อเนื่องนั้น ว่า วันนี้ตนได้ติดตามความคืบหน้าในการสอบสวน และรวบรวมพยานหลักฐาน ซึ่งตนพอใจการดำเนินการ โดยการสอบสวนมีการคืบหน้าไปมาก รวมทั้งการไปตรวจค้นเพื่อรวบรวมพยานหลักฐานและพยานวัตถุ

คอนเทนต์แนะนำ
ประวัติ "บอสพอล" วรัตน์พล วรัทย์วรกุล เจ้าของธุรกิจ "The iCON GROUP"

บิ๊กต่าย ช่างภาพพีพีทีวี
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

ส่วนเรื่องรายละเอียดในคดี ที่ถามว่ามีการออกหมายจับหรือไม่นั้น ขณะนี้เราอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน ซึ่งเชื่อว่ามีการกระทำผิดเกิดขึ้น ส่วนการจะออกหมายจับเราต้องรอบคอบรัดกุม ซึ่งผู้ถูกกล่าวหาได้มาแสดงตัว และเอาทนายมาด้วย ซึ่งเราก็ไม่ได้หวั่นวิตก แต่เราต้องทำคดีให้รอบคอบ รัดกุม แน่นหนา การจะเข้าสู่กระบวนการขออนุมัติขอหมายจับต่อศาลนั้นเป็นขั้นตอนที่จะต้องพิจารณาต่อไปในอนาคต แต่ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนรวบรวมลักฐาน มีการวิเคราะห์พฤติการในการกระทำผิดทั้งเรื่องบัญชี เรื่องการเงิน ซึ่งเราต้องดูทุกอย่างให้ครบองค์ประกอบ

ขณะนี้การมาแสดงตัวก็เป็นสิทธิตามกฎหมายของผู้ถูกกล่าวหา ซึ่งเราสอบไว้ในฐานะผู้ต้องหา แต่ยังไม่มีการแจ้งข้อหา เนื่องจากเราต้องรวบรวมพยานหลักฐานก่อน

โดรนฮิซบอลเลาะห์เจาะระบบป้องกันภัยทางอากาศของอิสราเอลได้?

เมื่อถามถึงความกังวลเรื่องการยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินนั้น พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ บอกว่า เราได้ทำหนังสือถึง ป.ป.ง. ตั้งแต่แรกแล้ว ซึ่งเราเข้าใจความเดือดร้อนองประชาชน แต่ตำรวจไม่มีอำนาจและหน้าที่ยึดทรัพย์ ส่วนความผิดที่เกิดขึ้นหรือเชื่อว่าได้ทำผิดขึ้นจะเข้าข่ายความผิดที่เป็นมูลฐานของ ป.ป.ง.หรือไม่ เราก็ได้ทำหนังสือถึง ป.ป.ง. ซึ่งจะมีการนำเข้าสู่คณะกรรมการธุรกรรมในวันที่ 17 ต.ค. ซึ่งเราก็รอฟังผลอยู่ โดย ป.ป.ง.ยังไม่ได้แจ้งอะไรเรากลับมาว่าจะสืบ จะยึด หรือจะตรวจอย่างไร แต่ยืนยันว่าเป็นความคิดที่ว่าจะมีการถ่ายโอนทรัพย์สินหรือไม่เราจึงแจ้ง ป.ป.ง.ไป

ส่วนเรื่องความผิดนั้น พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ บอกว่า จากการสอบสวนที่ตนได้รับฟังสรุปเชื่อว่ามีการกระทำผิดเกิดขึ้น ส่วนข้อหาอะไรบ้างนั้น เราพิจารณาจากข้อเท็จจริงตามฐานความผิดที่เราเชื่อว่าเป็นความผิด ทั้งเรื่องตลาดขายตรง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ร.ก.เรื่องการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน และความผิดมูลฐานในเรื่องฉ้อโกงประชาชนซึ่งมีเรื่องการฟอกเงินเข้ามาเกี่ยวข้อง

ส่วนเรื่องหมายจับขอให้เราได้ทำงานไปอีกสักพักหนึ่งก่อน แล้สมาดูว่าความผิดปรากฎชัดเจนไหม กับใครบ้าง ถ้าอยู่ในขั้นตอนที่เราต้องออกหมายจับก็ต้องออกหมายจับ แต่ความผิดที่กำลังสอบสวนยังไม่สามารถบอกรายละเอียดได้ แต่ยืนยันว่าเราอยู่ในขั้นตอนที่เราดำเนินการหน้าที่และอำนาจของตำรวจอยู่ เราจะเดินไปให้สุดความสามารถที่เราจะทำในคดีนี้

บิ๊กต่าย ช่างภาพพีพีทีวี
บิ๊กต่าย เชื่อว่ามีการทำผิดคดีดิไอคอน

ส่วนความคืบหน้าในการสอบปากคำผู้เสียหายตั้งแต่วันที่ 10 ตุลาคม ที่ผ่านมา พลตำรวจเอกกิตติ์รัฐ เปิดเผยว่า สอบปากคำไปทั้งหมดมากกว่า 900 คน จากที่ผู้เสียหายได้ลงทะเบียนเกือบ 1,100 คน รวมมูลค่าความเสียหาย 400 ล้านบาท ซึ่งหลังจากเกิดเรื่องขึ้นทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ทำหนังสือไปให้ทาง ป.ป.ง. ดำเนินการตรวจสอบเส้นทางการเงิน เนื่องจากมีผู้เสียหายร้องเรียนเป็นจำนวนมาก และมูลค่าความเสียหายหลายล้านบาท เกรงว่า จะมีการถ่ายโอนทรัพย์สินไปยังบุคคลอื่น จึงรีบดำเนินการตรวจสอบเส้นทางการเงิน ซึ่งเรื่องดังกล่าวจะเข้าในที่ประชุมคณะกรรมการธุรกรรมในวันที่ 17 ตุลาคม ที่จะถึงนี้  รวมถึงอยู่ระหว่างพิจารณาว่า เข้าข่ายเป็นคดีพิเศษหรือไม่

ส่วนกรณีที่มีทางสถานีตำรวจ หรือ ตำรวจภูธรบางที่ที่ไม่รับแจ้งความ  พลตำรวจเอกกิตติ์รัฐ เปิดเผยว่า ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้มีหนังสือสั่งการเวียนชี้แจงทั่วประเทศไปแล้วถึง 2 ครั้ง ให้ทางสถานีตำรวจนครบาลและตำรวจภูธรในพื้นที่ทั้งหมด รับแจ้งความในคดี บริษัท ดิ ไอคอน กรุ๊ป จึงอยากฝากเตือนไปยังผู้ใต้บังคับบัญชาให้ปฏิบัติตามคำสั่ง หากเกรงว่าไม่ทราบประเด็นในการสอบปากคำทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็จะส่งประเด็นคำถามให้กับพนักงานสอบสวนโดยตรง เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกในการเดินทางเข้าแจ้งความให้กับพี่น้องประชาชนและผู้เสียหายในคดี ไม่ให้เกิดการเสียเวลาเดินทางมายังกองบังคับการปราบปรามเมื่อถามถึงกรณีมีกระแสข่าวว่า มีนักการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง พลตำรวจเอกกิตติ์รัฐ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สามารถเปิดเผยได้ เนื่องจากอาจมีผลกระทบต่อคดี แต่ขอให้ไว้ใจเจ้าหน้าที่ตำรวจในการดำเนินการว่า จะเอาผิดกับทุกคนที่เกี่ยวข้อง หากผลการสอบสวนและหลักฐานเพรียกพร้อม ในการดำเนินคดีกับบุคคลเหล่านี้ ไม่เว้นแม้แต่คนเดียว

ส่วนกรณีที่ทางผู้ถูกกล่าวหา มีการชิงชดใช้ค่าเสียหายให้กับผู้เสียหายก่อน พลตำรวจเอกกิตติ์รัฐ กล่าวว่า คิดว่า ไม่มีผลกระทบต่อรูปคดีที่เกิดขึ้นมาแล้ว และเป็นสิทธิ์ของผู้ถูกกล่าวหา ที่จะสามารถกระทำได้ แต่คดีปรากฏชัดเจน ไม่สามารถยอมความได้ ก็จะต้องดำเนินไปตามขั้นตอนกฎหมายตาม ป.วิอาญา พลตำรวจเอกกิตติ์รัฐ ยังกล่าวถึงความคืบหน้าการให้ข้อมูลในคดีนี้ว่า ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มอบหมายให้ พลตำรวจตรีโสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.ก. เป็นผู้ดำเนินการให้ข้อมูลกับสื่อมวลชนและประชาชน ที่กำลังติดตามข่าวสาร

และขอยืนยันว่า ภายในเดือนนี้จะสามารถออกหมายจับกับผู้กระทำความผิดได้ ผู้สื่อข่าวถามว่า หากสุดท้ายคดีดังกล่าวไปถึงที่สุดแล้ว ผู้ถูกกล่าวหาไม่ผิดอย่างที่คิดและมีการถูกฟ้องกลับมีความกังวลหรือไม่ พลตำรวจเอกกิตติ์รัฐ กล่าวว่า  หากไปถึงขั้นนั้น ผู้ต้องหาจะฟ้องกลับ ให้ฟ้องตนคนเดียวในฐานะผู้บังคับบัญชาสูงสุด เพราะตนเป็นผู้สั่งการ ดังนั้นตนต้องรับผิดชอบกับเรื่องที่เกิดขึ้น ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยังเตือนไปยังผู้ใต้บังคับบัญชาที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าว ไม่ว่าใครก็จะต้องถูกดำเนินคดีด้วยเช่นกัน และขอยืนยันว่า ไม่กลัวผู้มีอิทธิพลที่อยู่เบื้องหลังอย่างแน่นอน

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ