วิเคราะห์ภาษากาย บอสพอล-บอสดารา "ดิไอคอน" บางคนโกหกตัวเอง!

โดย PPTV Online

เผยแพร่

นักอาชญาวิทยาเชิงพฤติกรรมฯ วิเคราะห์ภาษากาย บอสพอล-บอสดารา "ดิไอคอน" ชี้บางคนโกหกตัวเอง ส่วนบอสใหญ่มีท่าทีเตรียมรับเรื่องแบบนี้มาแล้ว

จากกรณีธุรกิจขายตรงชื่อดัง “The icon” ซึ่งมีผู้เสียหายเข้าแจ้งความรวม 4 วัน 740 ราย มูลค่าความเสียหาย 266 ล้านบาท ขณะที่ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งบอสพอล และดาราหลายคนทยอยออกมาชี้แจงเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว

โดยทีมข่าวพีพีทีวี ได้สัมภาษณ์ ดร.ตฤณห์ โพธิ์รักษา นักอาชญาวิทยาเชิงพฤติกรรมและจิตวิทยาอาชญากร มหาวิทยาลัยมหิดล ให้ช่วยวิเคราะห์ภาษากายของบรรดาบอสของบริษัทดิไอคอนกรุ๊ป ทั้งบอสกันต์ กันติถาวร, บอสมิน พีชญา, บอสแซม ยุรนันท์, บอสพอล และ บอย ปกรณ์ หลังทั้งหมดได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนแล้ว

คอนเทนต์แนะนำ
“กันต์ กันตถาวร” ชี้แจงปมดิไอคอน เสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น ยืนยันความบริสุทธิ์ใจ

นักอาชญาวิทยา รายการเข้มข่าวค่ำ
ดร.ตฤณห์ โพธิ์รักษา นักอาชญาวิทยาเชิงพฤติกรรมและจิตวิทยาอาชญากร มหาวิทยาลัยมหิดล

โดยเริ่มต้นที่ “กันต์ กันตถาวร” โดย ดร.ตฤณห์ บอกว่า คนนี้เห็นชัดเจนว่าตอนที่เป็นพิธีกรพูดเสียงดังฟังชัด มีความมั่นใจและน้ำเสียงหนักแน่น แต่ตอนแถลงข่าวกรณีนี้เสียงเบามาก สายตามองไปรอบๆตอนให้สัมภาษณ์ ซึ่งการมองไปรอบๆ เพื่อที่จะมองหาความเห็นใจหรือมองหาคนที่จะเชื่อคำพูดตัวเอง ซึ่งถ้าคนจะแถลงข่าวบอกข้อเท็จจริงจะไม่สนใจว่ามีใครมองเขาอยู่ นอกจากคนที่ต้องการจะโน้มน้าวให้คนเชื่อ

ส่วนเรื่องความเครียด เกิดขึ้นกับคุณกันต์อย่างเห็นได้ชัดเจน มีการกัดฟัน กลืนน้ำลาย ขมวดคิ้วตลอดเวลา ซึ่งทางภาษากายแสดงออกถึงความเครียดบวกกับความกลัว อีกอย่างที่เห็นได้ชัดเจนคือบางประโยคที่คุณกันต์พูดออกมา แม้แต่ตัวคุณกันเองก็ไม่เชื่อสิ่งที่ตัวเองพูด จึงไม่น่าจะใช่ข้อเท็จจริง/แต่ถึงอย่างไรคุณกันต์ จะพูดจริงหรือไม่จริงต้องไปดูตอนเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย แต่โดยส่วนตัวมองว่าถ้าหากคุณกันต์ มีความบริสุทธิ์ใจจริงไม่จำเป็นต้องมีทนายความประกบก็ได้

ส่วน “มิน พีชญา” ดร.ตฤณห์ บอกว่า จะเห็นว่าในบรรดาบอสพอล และบอสดาราทั้งหมด คุณมิน เป็นคนที่มีความมั่นใจมากที่สุด ตั้งแต่รูปลักษณ์ภายนอกคือการแต่งกายในวันแถลงข่าวใช้โทนสีอ่อน ซึ่งการแต่งกายมีผลต่อผู้ฟังอย่างมาก คุณมิน แสดงออกถึงความบริสุทธิ์ด้วยการใส่สีขาว ซึ่งน่าจะเป็นเทคนิคที่ทางโค้ชให้คำแนะนำมาอย่างดี ต้องย้ำว่าการแต่งกายมีผลจริง ๆ แต่ในด้านภาษากาย มีความมั่นใจกึ่งๆไม่พอใจที่ถูกกล่าวหา ซึ่งอารมณ์ตอนแถลงข่าวมีหลายอารมณ์สลับไปสลับมา มีทั้งความเครียดวิตกกังวลแต่ความเครียดคุณมินน่าจะน้อยที่สุดในบรรดาทั้ง 5 คน และคุณมินเชื่อในสิ่งที่ตัวเองพูดว่าเป็นความจริง ซึ่งอาจไม่รู้จริง ๆ แต่อย่างไรก็ตามต้องไปดูพยานและหลักฐานอื่นๆ ประกอบด้วย

ขณะที่ “บอย ปกรณ์” นั้น ดร.ตฤณห์ บอกว่าคุณบอยเห็นชัดเลยว่ามีความตกใจมากที่สุดกว่าทุกคน นอกจากนี้ยังมีความเครียดและสะเทือนใจกับสิ่งที่ตัวเองกระทำจนเกิดผลกระทบ แต่สิ่งที่เด่นชัดที่สุดสำหรับคุณบอยก็คือสะเทือนใจ และเครียดอย่างเห็นได้ชัดเจนตลอดการสัมภาษณ์ออกรายการ แม้จะบอกว่าหลายท่านเป็นนักแสดงแต่ภาษากายมันมีหลายส่วนที่การแสดงไม่สามารถเข็นออกมาได้ ซึ่งเป็นธรรมชาติของร่างกายมนุษย์ ยกตัวอย่างเวลามีความเครียดมาก ฮอร์โมนคอร์ติซอก็จะหลั่ง ฮอร์โมนที่มันเป็นสารเคมีมันจะปนมากับน้ำตา ถึงแม้คุณจะบีบน้ำตายังไง น้ำตาของคนก็มีโมเลกุลไม่เหมือนคนที่เศร้าจริง

ผู้สื่อข่าวถามว่าแล้วกรณีของคุณบอย ปกรณ์ เหมือนกันกับคุณมิน ที่ร้องไห้หรือไม่ ดร.ตฤณห์ บอกว่า คุณมิน มีความไม่พอใจขึ้นมาเป็นหลักกับความวิตกกังวล แต่ไม่ได้มีความตกใจเหมือนคุณบอย

นักอาชญาวิทยา รายการเข้มข่าวค่ำ
ดร.ตฤณห์ โพธิ์รักษา

ส่วนกรณี “แซม ยุรนันท์” ดร.ตฤณห์ มองว่า เป็นคนที่ใช้มือในการสื่อสารมากที่สุด และในบรรดา 5 คนเมื่อเอามาเปรียบเทียบกัน คุณแซมเป็นคนที่มีข้อมูลน้อยที่สุด แต่สคลิปและเนื้อหาที่สื่อสารออกมาก็จะคล้ายๆ กัน เนื่องจากว่ามีการตกลงและเตรียมกันไว้แล้วว่าต้องพูดแบบนี้ ดังนั้นภาษากายของคุณแซมไม่เห็นอะไรเด่นชัด นอกจากความประหลาดใจในสิ่งที่เขาได้ยิน

และคนสุดท้ายคือ “บอสพอล” นั้น ดร.ตฤณห์ บอกว่าคนนี้ความเครียดเห็นเด่นชัด แต่เป็นความเครียดไม่ได้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น หมายความว่าสถานการณ์แบบนี้ต้องมีความเครียดมากกว่านี้ ขออนุมานว่าบอสพอลน่าจะผ่านประสบการณ์ จึงมีการเตรียมรับเรื่องแบบนี้มาแล้ว เพราะก่อนหน้านี้บอสพอลมีประวัติทำธุรกิจลักษณะนี้มีประสบการณ์ 10-20 ปี ฉะนั้นน่าจะรู้ทางหนีทีไล่

ส่วนความเครียดวิเคราะห์แบบผิวเผินได้ค่อนข้างยาก เนื่องจากการตกแต่งศัลยกรรมบนใบหน้า ทำให้อ่านภาษากายได้ยาก แต่มีอยู่เสียววินาทีหนึ่งที่มุมปากทั้งสองข้างขยับไม่เท่ากันตามที่ควรจะแสดงออก ซึ่งภาษากายแบบนี้เป็นการแสดงออกถึงความรู้สึกไม่พอใจอะไรบางอย่าง

ดร.ตฤณห์ สรุปภาพรวมของทั้ง 5 คนนี้ว่า ทุกคนที่ออกมาแถลงข่าวไม่ได้ออกมาทันทีหลังมีกระแสข่าวว่าหลอกลวง ซึ่งการออกมาตอบรับทันทีหลังจากมีกระแสข่าวจะเป็นธรรมชาติของคนที่รู้สึกผิดมากกว่า แต่ทุกคนใช้เวลายาวนานมาก บางคนเป็นสัปดาห์กว่าจะออกมาพูด โดยเฉพาะบอสใหญ่ (บอสพอล) มาหลังสุด และการมาของแต่ละคนก็พูดตามสคลิปที่มีการตกลงกันมาแล้ว ซึ่งจริง ๆ คำพูดที่ออกมาจากใจจะต้องไปตามภาษากาย ต้องสอดคล้องกัน

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ