ที่อาคารรัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา นาวาตรีวุฒิพงศ์ พงศ์สุวรรณ สมาชิกวุฒิสภาตั้งกระทู้ถามด้วยวาจา เรื่องการแก้ปัญหาขายตรงแบบแชร์ลูกโซ่ ที่กระทบกับเศรษฐกิจ ถามไปยังนายกรัฐมนตรี โดยได้มอบหมายให้นายจุลพันธ์อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังเป็นผู้ตอบกระทู้ โดยนาวาตรีวุฒิพงษ์ กล่าวว่าแชร์ลูกโซ่มีผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อระบบเศรษฐกิจของไทยไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นหรือเรื่องที่ผ่านมานานแล้วตั้งแต่แชร์แม่ชม้อยพี่มีประชาชนล่มจม ล้มละลาย หมดเนื้อหมดตัว
นอกจากนี้ ยังมีแชร์ลูกโซ่อีกหลายรูปแบบที่เกิดขึ้นในอดีต สุดท้ายเจ้าของแชร์ก็ติดคุกและล่าสุดเป็นคดีดิไอคอนกรุ๊ป ซึ่งพฤติกรรมไม่ได้แตกต่างไปจากแชร์สมัยก่อนแต่เนื่องจากกฎหมายที่ว่าด้วยเรื่องแชร์ลูกโซ่ที่ออกมาเมื่อ 20 ปีที่แล้วไม่ทันยุคทันสมัย ปัจจุบันมีการปรับแก้ให้มีสินค้าขายด้วยแต่ถึงเวลาสินค้าไม่มีหรือเป็นสินค้าที่ไม่มีคุณภาพหรือคนขายไม่ได้ตั้งใจจะขาย หรือตั้งใจสร้างดาวไลน์ สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่ว่าบอสทั้งหลายจะโดนจับไปแล้วเรื่องจะจบแต่ยังมีอีกหลายบอสในคดีอื่นๆด้วย
"ประเทศไทยเป็นห่วงโซ่ในความโลภโกรธและหลงความโลภเป็นตัวตามทำให้คนเป็นเหยื่อตนเองก็เคยเป็นอยากรวยอยากมีเงินโดยไม่ต้องทำงานทำงานน้อยๆได้ตังค์เยอะๆมีใครบ้างที่ไม่อยากคนไทยส่วนใหญ่อยากเมื่อมีความอยากพอมีคนมาเล่าอย่างพิธีกรดัง เซเลปดัง นักร้องดังคนที่น่าเชื่อถือในวงการทั้งหลายคนเหล่านี้สามารถล่อลวงคนได้เป็นร้อยเป็นพันเป็นหมื่นซึ่งปัจจุบันเท่าที่คาดการณ์ไว้ไม่ต่ำกว่าหมื่นขึ้นไปอีกทั้งแชร์ลูกโซ่มีพฤติกรรมใช้สื่อออนไลน์ซึ่งเป็นการเพิ่มปัญหาทวีคูณและด้วยอิทธิพลออนไลน์สามารถทำให้เติบโตได้อย่างรวดเร็ว"นาวาตรีวุฒิพงศ์กล่าว
เช็กวันโอนเงินดิจิทัล 10,000 บาท รอบการจ่ายเงินซ้ำ (Retry) เร็วขึ้น
อัปเดตเส้นทางพายุดีเปรสชันลูกใหม่ในมหาสมุทรแปซิฟิก!
นาวาตรีวุฒิพงศ์ ยังกล่าวด้วยว่า แชร์ลูกโซ่ในคดีล่าสุดยังมีเรื่องเงินนอกระบบหรือเงินคริปโตพี่เป็นอันตรายอย่างใหญ่ยิ่งในสังคมไทย เพราะใช้เวลาเพียงเสี้ยววินาที จากข่าวในคดี the icon มีการโอนออกไปถึง 8,000ล้านบาท ซึ่งขณะนี้ประชาชนก็ตั้งข้อสงสัยกันว่า เรื่องนี้ผู้กระทำจะผิดในเรื่องอะไรอาจจะไม่ผิดในข้อหาแชร์ลูกโซ่แต่อาจจะผิดในข้อหาฉ้อโกงประชาชน ดังนั้นสิ่งที่ดำเนินการอยู่ผิดในเรื่องใดกันแน่ ถ้ากฎหมายไม่มีขอแนะนำให้รัฐบาลออกพ.ร.ก.ฉุกเฉินเลยดีหรือไม่เพราะเรื่องนี้มีความจำเป็นเร่งด่วน หรือไม่ก็แก้ไขกฎหมาย
ทั้งนี้ เรื่องดังกล่าวมีคนร้องเรียนไปตั้งแต่ปี 62แต่เรื่องเหล่านั้นก็หายเงียบไปไม่รู้ว่าเทวดาที่ไหนยับยั้งไว้ตนว่าเทวดานี้ก็สำคัญไม่เช่นนั้นทำไม่ได้ถึงขนาดนี้โดยเฉพาะคนที่เป็นบอสหลายคนมีการแจ้งมาจากกรมสรรพากรว่าไม่ได้เสียภาษีอย่างที่ควรจะเป็นจึงอยากให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังติดตามด้านภาษีด้วย
"ผมเห็นเขารวยอิจฉาเหมือนกันแต่พอไปดูแล้วเอ๊ะไม่ใช่เรื่องจริงแต่ไม่มีใครเอ๊ะเหมือนผมไปเอ๊ะมากๆก็หาว่าเราไปกีดกันเขาขนาดพระบางรูปยังไปเทศนาเชิงนิยมชมชื่นไปด้วยแต่เรื่องนี้เป็นกิจของสงฆ์หรือไม่แต่เรื่องนี้เป็นกิจของรัฐบาลเป็นกิจของสส.สว.ทุกคนที่ต้องตามติดเรื่องเหล่านี้ว่ามีเรื่องเหล่านี้เกิดขึ้นแล้วและจะเกิดขึ้นต่อไปถ้าเราไม่แก้ไขตั้งแต่ต้นน้ำจึงอยากให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังช่วยรับปากว่าเรื่องนี้จะไม่เป็นเรื่องที่เป็นมวยล้มต้มคนดูทำแล้วทำจริงจังแล้วจะไม่เกิดขึ้นอีกต่อไป" นาวาตรีวุฒิพงศ์กล่าว
นาวาตรีวุฒิพงศ์ ยังกล่าวด้วยว่า คนที่เข้าข่ายเรื่องนี้ไม่ใช่แค่ the icon เท่านั้นยังมีแชร์อื่นๆอีกหลายแชร์ หรือบางคนอาจจะไม่ได้เรียกว่าแชร์แต่เป็นการร่วมลงทุน การร่วมลงทุนเป็นเครือข่ายแบบนี้ก็เป็นแชร์ลูกโซ่ดูดีถ้ากฎหมายไม่ดีพอก็แก้กฎหมายเอากฎหมายที่เหมาะสมที่ทันสมัยกวาดล้างได้ถึงระดับคริปโต จริงๆแล้วการฟอกเงินไปต่างประเทศโดยใช้คริปโตไม่ใช่เรื่องยากจับก็ไม่ได้ยากเพราะมีเอเจ้นไม่กี่เจ้าในไทย ทุกวันนี้เราจะสังเกตว่าเงินบาทไทยในประเทศไทยหายไปหายไปเพราะกันฟอกเงินไปต่างประเทศไม่ว่าจะเป็นการฟอกเงินโดยเหล่าเทวดาซึ่งจริงๆแล้วก็เช็คได้ทั้งเรื่องของความมั่นคง ตำรวจ ปปง.ตำรวจไซเบอร์ ทั้งหลายร่วมมือร่วมแรงกันตรวจสอบอย่างเข้มข้นถ้าเรายังนิ่งนอนใจอยู่เป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆโดยไม่ได้มีกฎหมายพิเศษมาจัดการคดีนี้ก็จะจบเหมือนกับคดีที่ผ่านมาในอดีตเพราะผู้เกี่ยวข้องกับคดีในอดีตปัจจุบันก็ได้ออกมาเสวยสุขกันหมดแล้วบางคนเอาเงินคนตายออกมาใช้อยู่บนกองเงินกองทองดังนั้นเรื่องนี้จึงเป็นเรื่องจำเป็นเร่งด่วน
ขณะนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ตอบกระทู้ถาม เคสดิไอคอน ว่า มีการอายัดทรัพย์ไปแล้วจำนวนมาก รวมถึงทรัพย์สินจำนวนหนึ่งที่ประชาชน สงสัย ทั้งหมดอยู่ในข่ายที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กำลังดำเนินการต่อไป ไม่ว่าจะเป็นทรัพย์สินในรูป สังหา และอสังหา ที่เห็นได้ชัด ทั้งบัญชี ในชื่อบุคคลต่าง ๆ หรือ ทรัพย์สินทางออนไลน์ คือสิ่งที่นำมาโชว์ นำมาแสดงในวาระ ในกรรมต่างๆ ว่าถือครองอยู่ ซึ่งอยู่ระหว่างหน่วยงานติดตาม นำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมต่อไป
ส่วนเรื่องคดีความ เกี่ยวกับพ.ร.บ.หลายฉบับ ทั้ง พ.ร.บ.ขายตรง และการตลาดแบบตรง พ.ร.บ.การกู้ยืมเงิน ที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน หรือ พ.ร.บ.แม่ชม้อย พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค ประมวลกฎหมายอาญา พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ร.บ.การป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ซึ่งกฎหมายหลายฉบับถึงวาระที่ต้องทบทวน กระทรวงการคลังไม่ได้นิ่งนอนใจ หารือเบื้องต้น จะแก้ในหลายประเด็น อยู่ระหว่างการยกร่าง ใช้เวลาไม่นาน 2-3 เดือนน่าจะแล้วเสร็จ หลักๆ ตั้งโจทย์ แก้พ.ร.บ. ปี 2527 ที่มีปัญหา โดยเฉพาะบทบัญญัติ กำหนดให้หน่วยงานเอาผิดไปถึงแม่ข่ายได้ ที่ปัจจุบัน มีช่องโหว่ ไม่สามารถเอาผิดในระดับแม่ข่าย ระดับกลาง และระดับล่างได้ รวมถึงการเพิ่มโทษ ที่บางจุด อาจไม่ได้สัดส่วนกับความเสียหาย ที่กรณีนี้ สูงถึง 1600 ล้านบาทไปแล้ว รวมถึงเรื่องอายุความ ในกรณีที่ผู้ถูกล่าวโทษ หลบหนี ให้อายุความสามารถสะดุดหยุดลงได้ ส่วนการฟ้องล้มละลาย จะให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และผู้เสียหาย เข้ามาฟ้องล้มละลายได้ และการปรับให้ทันกับสถานการณ์ กลโกงแบบใหม่ จึงต้องมีกฎหมายที่ยืดหยุ่น เช่นเรื่อง คริปโต
นาวาตรีวุฒิพงศ์ ตั้งกระทู้ถามต่อว่าของบางอย่างที่ต้องการความรวดเร็วสามารถเสนอเป็นพระราชกำหนดได้ในขณะที่ถ้าเป็นพระราชบัญญัติเสนอตามขั้นตอนอาจจะต้องใช้เวลาไม่น่าต่ำกว่า 5-6 เดือน ดังนั้นสิ่งที่จะทำแทนประชาชนได้คือการออกพระราชกำหนดเพื่อใช้แก้ไขปัญหาถ้ามีการเปลี่ยนแปลงเชิงรายละเอียดรัฐบาลต้องใช้เครื่องมือเพื่อให้แก้ไขปัญหาดังกล่าวได้อย่างทันท่วงทีเพื่อหยุดเลือดไม่ให้ไหลออกจากประเทศไปมากกว่านี้พร้อมอธิบายว่าเลือดคือเงินตราในสกุลต่างๆที่สามารถแลกเปลี่ยนจากเงินบาทไปเป็นเงินคริปโตที่มีการโอนออกไป และฝากรัฐมนตรีช่วยตรากฎหมายที่จะทำให้กฎหมายเหล่านี้เป็นกฎหมายที่ศักดิ์สิทธิ์และช่วยเหลือประชาชนได้อย่างแท้จริง
นายจุลพันธ์ ลุกขึ้นชี้แจงอีกรอบ ระบุ เวลาที่ภาครัฐ จะดำเนินการทางด้านกฎหมาย ที่เกี่ยวกับการเงิน การคลัง โดยมากจะเลือกช่องทางในพระราชกำหนดอยู่แล้ว เพราะกรณีนี้เข้ากรอบของการออกเป็นพระราชกำหนดค่อนข้างมาก เป็นเรื่องของการรักษาความปลอดภัย ความมั่นคงของประเทศ มีความจำเป็นต้องทำอย่างเร่งด่วน ซึ่งในความคิดของกระทรวงการคลัง ก็จะออกเป็นพระราชกำหนด ส่วนเรื่องภาษี ยืนยันว่า ตรวจสอบ 18 คน ย้อนหลังเรียบร้อย โดยมีบางรายไม่ได้ยื่นแบบภาษี ระหว่าง 3 – 5 ปี ซึ่งยังไม่ใช่จุดสิ้นสุด จะต้องตรวจสอบว่าหลบเลี่ยงอย่างไร ขอไม่ต้องกังวล พร้อมยืนยัน ไม่มีมวยล้ม เราจะดำเนินการให้ถึงที่สุด ส่วนเรื่อง เทวดา ตนเห็นความตั้งใจของนายกฯ ว่าเรามีความจริงจัง เชื่อว่า เมื่อถึงมือตำรวจแล้ว เมื่อไปตรวจคลิปเสียง ก็จะขยายผลดำเนินการต่อไปให้ถึงที่สุด ยืนยันว่า รัฐบาล จะดำเนินการให้ถึงที่สุด นำผู้กระทำความผิดไปดำเนินการให้ครบถ้วน