เวลา 11.30 น. ที่กองกำกับการตำรวจตะเวนชายแดนที่ 24 ค่ายเสนีย์รณยุทธ จ.อุดรธานี พล.ต.ต.กิตติศักดิ์ ปลาทอง ผบก.ตชด.ภาค 2 พล.ต.สุคนธรัตน์ ชาวพงษ์ ผบ.กกล.สุรศักดิ์มนตรี พ.ต.อ.คณิต กลิ่นศรีสุข รอง ผบก.ตชด.ภาค 2 พ.ต.อ.อนุศักดิ์ ศักดาวัชรานนท์ รอง ผบก.ภ.จว.อุดรธานี และ พ.ต.ท.ทวี ภาน้อย รอง ผกก.ตชด.24 ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ ได้กลางเป็นยาไอซ์ 354 กก. มูลค่ากว่า 354 ล้านบาท
หัวหน้าชุดปฏิบัติการข่าว บก.ตชด.ภาค 2 ร่วมบูรณาการกับ ชปข.กก.ตชด.24,ชปข.ร้อย ตชด.235 หลังทราบว่าจะมีการส่งมอบยาเสพติดในพื้นที่ จ.อุดรธานี ในวันที่ 21 ตุลาคม 2567 จึงนำกำลังไปดักซุ่มอยู่หน้าโรงแรงแห่งหนึ่ง ภายในซอยยูค่อน เทศบาลนครอุดรธานี กระทั่งเวลา 18.30 น. พบรถเก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า ซิตตี้ สีขาว ทะเบียน ขธ 4902 อุดรธานี จอดอยู่หน้าโรงแรม และมีผู้หญิง 1 คนเดินลงมาที่รถ ทราบชื่อภายหลังว่า น.ส.ใบตอง อายุ 21 ปี ชาวต.แสงสว่าง อ.หนองแสง จ.อุดรธานี จึงแสดงตัวขอตรวจค้น
ภายในห้องโดยสารและที่เก็บของหลังรถ เต็มไปด้วยกระสอบสีรุ้ง จำนวน 12 กระสอบ อัดแน่นเต็มคันรถ ในกระสอบพบถุงผลิตภัณฑ์ใบชาแห้ง มีโลโก้ภาษาจีน น้ำหนักถุงละ 1 กก. จำนวน 354 ถุง จากการตรวจสอบพบว่าเป็นยาไอซ์ทั้งหมด จึงควบคุมตัว น.ส.ใบตอง พร้อมของกลางมาทำการสอบสวน เบื้องต้นสารภาพว่า พ่อชื่อวี สัญชาติลาว อายุประมาณ 50 ปี โทรมาติดต่อขอฝากของ เดี๋ยวจะมีคนมารับไปอีกทอดหนึ่ง ตนไม่รู้ว่าข้างในเป็นยาเสพติด เพียงแต่รับฝากจากพ่อเท่านั้น โดยมีการบันทึกภาพขณะเข้าจับกุมไว้เป็นหลักฐาน
วิเคราะห์บอล แชมเปี้ยนส์ ลีก เรอัล มาดริด พบ ดอร์ทมุนด์ 22 ต.ค.67
อาหารบำรุงเลือด สำหรับผู้ต้องการบริจาคโลหิต ป้องกันขาดธาตุเหล็ก
พล.ต.ต.กิตติศักดิ์ ปลาทอง ผบก.ตชด.ภาค 2 เปิดเผยว่า มีสายรายงานมาโดยตลอดว่าจะมีการนำยาเสพติดล็อตใหญ่มาพักไว้ที่ จ.อุดรธานี ก่อนที่จะมีการกระจายเข้าสู่พื้นที่ชั้นใน บริเวณภาคกลางของประเทศไทย มีการจับกุมได้อยู่บ่อยครั้ง แต่ครั้งนี้ถือว่าเป็นล็อตที่ใหญ่มาก เป็นยาไอซ์จำนวน 354 กก. มูลค่ากว่า 354 ล้านบาท และหากหลุดเข้าไปในพื้นที่ชั้นใน อาจจะมีมูลค่ามากกว่านี้หลายเท่าตัว ถือเป็นการสกัดเส้นทางลำเลียงของกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดข้ามชาติ ตามนโยบายการปราบปรามของรัฐบาล และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต้องขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนที่ บูรณาการร่วมกันในการปฏิบัติการณ์ครั้งนี้ และในภายภาคหน้าจะต้องเร่งสกัดยาเสพติดไม่ให้เข้ามาในพื้นที่อีก
จากการสอบสวน น.ส.ใบตอง เล่าทั้งน้ำตาว่า พ่อแม่ตนแยกทางกันตั้งแต่ยังเล็ก ตนโตมากับตาและยายที่ อ.หนองแสง แม่มีครอบครัวใหม่อยู่ต่างประเทศ พ่อจะติดต่อกันบ้าง 2 – 3 เดือนครั้ง แม่จะดูแลค่ากิน ค่าเรียน ส่วนพ่อจะส่งเงินมาให้ใช้บ้าง ส่งมาเป็นค่าเช่าหอบ้าง ไม่เคยรู้ว่าพ่อทำงานแบบนี้ ไม่รู้ว่าพ่อฝากส่งอะไรมา แต่ก็ยอมรับว่าเคยไปช่วยพ่อ ขับรถดูเส้นทางส่งสินค้าอะไรบางอย่างให้ พ่อไม่ได้บอกว่าเป็นอะไร ทำมาแล้ว 2 ครั้ง อยู่ที่อุดรธานี ตนก็เช่าโรงแรม และเช่ารถขับอยู่แล้ว มาครั้งนี้พ่อก็บอกว่าจะแค่ฝากของ จะมีคนเอาของมาใส่รถ ตนรู้แค่นั้น แล้วพ่อก็บอกว่าให้ขึ้นไปนอนที่ห้อง ตนลงมาจากห้องก็มาถูกจับ
“เมื่อวานพ่อโทรหา แต่ไม่ได้รับสาย พอเกิดเรื่องแล้ว โทรกลับไปหาพ่อ พ่อก็ไม่รับสาย ตนรักพ่อมาก อยากให้พ่อรักหนูบ้าง พ่อทำไมทำกับหนูแบบนี้ หนูกำลังเรียนหนังสือ เป็นนักศึกษาอยู่(มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ชั้นปีที่ 4 ) หนูจะเรียนจบอยู่แล้ว แต่พ่อก็มาทำกับหนูแบบนี้ หนูไม่เคยได้รับความรักจากพ่อเลย ซ้ำยังต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ หนูขี้เกรงใจ กลัวพ่อดุด่า ก็ทำไปตามที่เขาบอก อยากให้พ่อออกมารับผิดชอบในสิ่งที่ทำลงไป ตอนนี้หนูกลัวมาก ไม่รู้จะหันไปพึ่งใครได้บ้าง”
เบื้องต้นจะได้ทำการสอบปากคำผู้ต้องหาอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อสืบสวนหาผู้กระทำความผิดในขบวนการดังกล่าวทั้งหมด มาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป