นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เรียกประชุมติดตามความคืบหน้าคดีดิไอคอน กรุ๊ป โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น พลตำรวจเอก กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พลตำรวจโทอัคราเดช พิมลศรี ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หัวหน้าชุดทำคดี พันตำรวจตรียุทธนา แพรดำ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ
นายฉัตรชัย พรหมเลิศ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และนายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการ ปปง. เข้าร่วมประชุม
โดย นายภูมิธรรม กล่าวว่า สาเหตุที่เลือกประชุมวันนี้เพราะมีเวลาว่างตรงกันเป็นการนัดพูดคุยธรรมดา เข้าใจว่าสื่อมวลชนไม่ได้สนใจจึงไม่ได้แจ้งว่ามีประชุม โดยในฐานะที่ตนกำกับดูแลดีเอสไอ จึงเรียกมาติดตามความคืบหน้า เพราะคดีนี้เป็นคดีใหญ่มีผลกระทบกับประชาชนจำนวนมาก จึงเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาติดตามความคืบหน้าผลการทำคดีว่า ดำเนินการไปถึงไหน อย่างไร และจะมีบทสรุปอย่างไร
ส่วนผู้ที่ถูกออกหมายจับจะมีแค่ที่ถูกควบคุมตัวไปแล้วหรือจะมีเพิ่มเติมโดยเฉพาะกลุ่มที่อยู่เบื้องหลังนั้น นายภูมิธรรม ระบุว่า เท่าที่ทราบยังไม่ปิดคดี อยู่ระหว่างดำเนินการ วันนี้จะได้คุยกันว่าขั้นตอนการดำเนินคดีไปถึงไหน จบได้หรือยัง หรือต้องเดินต่อ ซึ่งเรื่องนี้ไม่ก่อให้เกิดผลดีกับผู้บริโภคที่เป็นผู้ถูกกระทำและเป็นเรื่องใหญ่ จึงต้องดูว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมมือประสานงานกันดีแล้วหรือยัง
เบื้องต้นได้กำชับให้ดำเนินคดีเรื่องนี้อย่างเต็มที่ แต่ตนยังไม่ได้เข้าไปติดตามเพราะยังติดภารกิจเยี่ยมหน่วยทหาร ซึ่งการเรียกมาวันนี้เพื่อติดตามความคืบหน้าเตรียมรายงานนายกรัฐมนตรี เพราะในวันจันทร์ที่ 28 ตุลาคมนี้ ตนติดภารกิจลงพื้นที่จังหวัดเชียงราย คาดว่าการประชุมวันนี้จะใช้เวลาไม่นานและจะไม่มีการแถลงข่าวเพราะเป็นเรื่องภายใน
นายภูมิธรรม ระบุด้วยว่า ที่ยังไม่มีการแถลงข่าว เพราะต้องดูรายละเอียดว่าคุยกันในระดับไหน อยากรอให้เป็นทางการ ยืนยันว่าคดีนี้จะดำเนินการอย่างรวดเร็ว ซึ่งเมื่อดูทิศทางแล้ว เห็นภาพชัดว่ามีการขับเคลื่อน หากจะทำอะไรเพิ่มเติม ก็เจอผู้สื่อข่าวอยู่แล้วทุกวัน สามารถสอบถามได้อยู่แล้ว
โดยภายหลังการประชุม ได้รับรายงานจากตำรวจว่า ขณะนี้ได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ จากการรับเรื่องราวร้องทุกข์ ทั้งจากส่วนกลางและต่างจังหวัด ขณะนี้ผลการสืบสวนเข้าเงื่อนไขที่จะส่งมอบให้กับดีเอสไอ แต่ขอสื่อฯ ช่วยทำความเข้าใจว่าไม่ใช่ยกให้ดีเอสไอดำเนินการแล้ว ผู้ที่ดำเนินการตั้งแต่ต้นจะทิ้งคดี แต่จะเป็นเรื่องที่ทำให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น การสอบสวนขณะนี้สำนวนใกล้เสร็จหมดแล้ว พร้อมจะยื่นให้กับดีเอสไอ ไม่ใช่การโยนความรับผิดชอบแต่เป็นการมอบตามกระบวนการทางกฎหมาย 3 ส่วนงานที่เกี่ยวข้องจะร่วมมือกันทำงานต่อไป แต่จะทำให้เป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมายที่ถูกต้องโดยตำรวจจะยื่นคดีให้กับดีเอสไอในวันจันทร์ที่ 28 ตุลาคมนี้ ขณะที่ ปปง. จะช่วยรักษาทรัพย์
นายภูมิธรรม ยืนยันว่าทั้ง 3 หน่วยงานจะยังร่วมมือกันทำงาน แม้จะเปลี่ยนมือไปที่ดีเอสไอแล้ว เพราะเป็นคดีพิเศษที่เกี่ยวข้องกับความเสียหาย 300 ล้านบาทขึ้นไป และผู้เสียหาย 100 คน ขอให้ความมั่นใจกับประชาชนว่าการเปลี่ยนผ่าน เป็นเพียงแค่ความตามกฏหมาย พร้อมย้ำว่า 3 หน่วยงานยังจะร่วมมือกันทำงาน แต่หากติดขัดอะไรทางฝ่ายการเมืองก็พร้อมที่จะเข้าไปสนับสนุน
ส่วนการทำงานของ สคบ. ได้ชี้แจงกับที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีที่เป็นตัวแทนเข้าร่วมการประชุมในวันนี้ ว่า สคบ.ถูกกล่าวหาว่ามีบุคคลเกี่ยวข้องคดีจึงไม่ให้เข้ามาเป็นคณะทำงานในเรื่องของการสอบสวน แต่จะสนับสนุนให้การสอบสวนเกิดความยุติธรรม
ทั้งนี้เมื่อมอบคดีให้กับดีเอสไอแล้วจะทำให้คดีเร็วขึ้นหรือไม่นั้น นายภูมิธรรมกล่าวว่า ต้องไปดูรายละเอียดในวันที่ 28 ตุลาคม แต่ยืนยันจะทำคดีให้เร็วที่สุด เชื่อว่ากระบวนการจะไม่มีอะไรสะดุด ช่วงเปลี่ยนผ่านแค่ตำรวจส่งมอบดีเอสไอ ยืนยันแล้วว่าเพียงแค่วันเดียวหลังการส่งมอบ ดีเอสไอจะสามารถชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจเกี่ยวกับกระบวนการที่ได้ดำเนินการไปแล้ว
ส่วนผลการสอบสวนจะจบเพียงแค่นี้ หรือจะมีการสอบสวนบุคคลอื่นที่อยู่เบื้องหลังกลุ่มบอสนั้น เบื้องต้นได้ดำเนินการตรวจสอบแล้วแต่จะดูข้อกฎหมายอีกครั้ง ยืนยันถ้ายังมีส่วนใดที่เกี่ยวข้องจะไม่มีการนิ่งนอนใจ โดยจะสามารถปิดคดีได้ซึ่งประชาชนจะได้รับประโยชน์
ดังนั้น ปปง.จึงจะติดตามทรัพย์ทั้งหมดที่เกี่ยวข้องและตำรวจจะสนับสนุนการทำงานของดีเอสไอ พร้อมกันนี้ยังย้ำอีกว่าการเปลี่ยนผ่านเป็นแค่กระบวนการตามกฎหมาย